
ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: ข่าวสหรัฐเผชิญหน้าเวเนซูเอลา ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งปิดที่ $125.96
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2008 07:45:00 น.
ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กทะยานขึ้นเหนือระดับ 126 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐและเวเนซูเอลาอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของเวเนซูเอลาซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกโอเปค โดยตลอดสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นไปแล้วเกือบ 10 ดอลลาร์
ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดเพิ่มขึ้น 6.34 เซนต์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.0212 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดเพิ่มขึ้น 12.62 เซนต์ แตะระดับ 3.636 ดอลลาร์
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดเพิ่มขึ้น 2.56 ดอลลาร์ แตะระดับ 125.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซูเอลา ร่วมมือกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน พยายามโค่นโล้มอำนาจของรัฐบาลโคลัมเบีย โดยมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีเวเนซูเอลาให้เงินสนับสนุนซื้ออาวุธให้กับกลุ่มกบฏ
ฟิล ไฟน์ นักวิเคราะห์จากบริษัทเอลารอน เทรดดิ้งกล่าวว่า "สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐเตรียมประกาศให้เวเนซูเอลาเป็นประเทศที่สนับสนุนขบวนการก่อการร้าย และอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซูเอลาซึ่งเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่สุดของสหรัฐเอง เรามั่นใจว่าหากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเวเนซูเอลาเมื่อใด ประธานาธิบดีชาเวซจะตอบโต้ด้วยการระงับจัดหาน้ำมันให้กับสหรัฐทันที และนี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก"
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร โดยสกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากธนาคารกลางยุโรปยืนยันว่า ตัวเลขเงินเฟ้อในเขตยูโรโซนที่อยู่เหนือเป้าหมายทำให้ธนาคารกลางยุโรปยังไม่พิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กเปิดเผยในรายงานปริวรรตเงินตราว่า ในไตรมาสแรกนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงไปแล้วกว่า 4% เมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้าสหรัฐ
โดยดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน หรือร่วงลง 10.8% และร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร หรือร่วงลง 8.2% หากเทียบกับสกุลเงินหยวนของจีน ดอลลาร์ร่วงลง 3.9% ในไตรมาสแรกปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่อ่อนตัวลงเพียง 2.8%

