'กำนัน'โวคนกรุงแห่ต้อนรับนับแสน ลั่นเดินหน้าเรียกแขกไล่ระบอบชั่ว

20 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.45 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีสวนลุมพินี กล่าวถึงการเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชน ถ.ตก ถ.เจริญกรุง และ ถ.จันทร์ ให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย อันเป็นรอบตัดเชือกเผด็จศึกแล้ว ซึ่งทุกคนที่ออกมาวันนี้ ประมาณการณ์นับแสนคน และแสดงเจตนารมณ์รับปากว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

อบจ. ปทุมธานีทุ่มงบ999ล้าน ให้อปท.ทุกแห่งพัฒนาท้องถิ่น

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 3 มกราคม 2554 00:00:41 น.
สมยศแสงมณี/ปทุมธานี

อำนาจหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นั้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ได้เปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งจะมีหน้าที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัด โดยเน้นการประสานการพัฒนาระหว่างองค์กรท้องถิ่นในระดับต่ำกว่าภายในจังหวัดตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 45 ไว้ดังนี้ คือตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบคณะรัฐมนตรี กำหนดสนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งประสานให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นแบ่งสรรเงินตามกฎหมาย โดยจะต้องบ่งให้สภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นในอำนาจหน้าที่ของจังหวัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 เฉพาะในเขตสภาตำบลคุ้มครองดูและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มักทำกิจกรรมใดๆ เป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขต อบจ.และกิจกรรมเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมดำเนินการหรือให้ อบจ.จัดทำตามที่กำหนดในกระทรวงจัดทำกิจการอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อบจ. เช่น พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 นอกจากนี้ อบจ.อาจจัดทำกิจการใดๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่น หรือ อบจ.อื่นนอกเขตจังหวัดได้ เมื่อได้รับความยินยอมจากองค์กรนั้นๆ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคที่มอบให้ อบจ.ปฏิบัติ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง อำนาจหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นฝ่ายบริหารจะเป็นผู้ดำเนินการโดยได้รับความเห็นชอบจากฝ่าย นิติบัญญัติโดยการอนุมัติข้อบัญญัติต่างๆ เช่น ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นต้น

นายชาญ พ่วงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีหน้าที่ดูแลพัฒนาความเจริญในท้องถิ่นจึงได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนพัฒนาศักยภาพทุกภาคส่วนของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งสภาได้ผ่านร่างเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วงเงินงบประมาณ 999 ล้านบาท เพื่อเป็นการวางนโยบายสนับสนุนงบประมาณแก่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในการที่จะพัฒนาท้องถิ่นและศักยภาพประชาชนในจังหวัดปทุมธานีให้เพิ่มขึ้นให้ได้รับความสะดวกในด้านต่างๆ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยมอบหมายให้นายสาคร อำภิน รองนายกเป็นผู้ดำเนินนโยบายจัดสรรงบประมาณ

ด้านนายสาคร อำภิน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่าได้รับมอบนโยบายจากนายชาญ พ่วงเพ็ชร์ ให้จัดสรรงบประมาณลงไปพัฒนาองค์กรต่างๆ ทุกแห่งในจังหวัดปทุมธานีซึ่งงบประมาณดังกล่าวแบ่งออกเป็นการส่งเสริมพัฒนาทางด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนประมาณ 500 กว่าล้านบาท เป็นโครงสร้างราวๆ 300 ล้านบาท เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาจึงได้จัดโครงการ 1 ตำบล 1 อาคารเรียนขนาด 2 ชั้น 8 ห้องเรียน และขนาด 1 ชั้น 6 ห้องเรียน เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการศึกษากับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่จบการเรียนในระดับประถมไม่ต้องไปเรียนระดับมัธยมในตัวเมืองซึ่งสามารถประหยัดรายจ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครองได้ ซึ่งอาคารเรียนดังกล่าวทางอบจ.จะดำเนินการสร้างให้ในทุกตำบลรวมทั้งจัดจ้างครูให้กับทุกโรเรียนจำนวน 500 อัตรารวมถึงกิจกรรมอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนด้านการกีฬาจัดสร้างลานกีฬา 1 ตำบล 1 ลานกีฬาเพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังของเด็กเยาวชนและประชาชนในท้องถิ่น และจัดกิจกรรมกีฬาเป็นกิจกรรมที่สามารถเชื่อมกลุ่มเยาวชนและบุคคลต่างๆ ทุกเพศทุกวัยเข้าได้ด้วยกันอย่างทั่วถึงเป็นการสร้างความสามัคคีและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยเฉเพาะเด็กและเยาวชนจะไม่หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ ซึ่งจะทำให้ห่างไกลยาเสพติดรวมถึงการจัดงบประมาณสนับสนุนในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้าส่องสว่าง ประปาการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องใช้ในการศึกษาการสาธารณสุขรวมถึงงบประมาณปราบปรามยาเสพติดรวมถึงการสนับสนุนงบประมาณการสร้างเขื่อนให้กับทางวัดและให้กับ อปท.ต่างๆ ริมคลองชลประทานที่ 7-8-9-10-11-12 เพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายในยามเย็นหลังจากเลิกงาน

นายสาคร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่ายังจัดสรรงบประมาณจัดซื้อต้นกล้าพันธุ์ปาล์มแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอหนองเสือที่ประสบปัญหาในการปลูกส้มเขียวหวานอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากโรคส้มทำให้มีหนี้สินพอกพูนขึ้นมาเป็นจำนวนมากและทิ้งสวนร้างทิ้งไว้ ทาง อบจ.ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรจึงจัดซื้อต้นพันธุ์กล้าดังกล่าว ส่วนฉบับเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ที่เราประชุมกันนั้นเราได้จัดงบอุดหนุนโดยจะซื้อรถตรวจการณ์ให้กับกำนันทุกตำบลเพื่อใช้ในภารกิจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและในเรื่องของปัญหายาเสพติดยาเสพติดตำบลละ 1 คัน และให้กับอำเภอละ 1 คัน รวมทั้งหมด 60 คัน พร้อมทั้งการอุดหนุนด้านการศาสนา ส่วนเรื่องการพัฒนาพื้นที่ทั้งถนนหนทาง จัดสร้างลานกีฬา 1 ตำบล 1 ลานกีฬาสำหรับเด็กเยาชนและประชาชนโดยทาง อบจ.จะจัดสร้างลานกีฬาให้ในทุกตำบลเนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันกลุ่มเด็กและเยาวชนได้เลียนแบบพฤติกรรมที่ทำให้ประพฤติปฏิบัติในเสื่อมเสียจากสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต มือถือทำให้เกิดปัญหาในชุมชนตามมาโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชนทำให้ขาดจริยธรรมคุณธรรมต่อตนเองครอบครัวและส่วนรวมทำให้เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด ดังนั้นกิจกรรมด้านกีฬาจึงเป็นกิจกรรมที่สามารถเชื่อมให้กลุ่มเยาวชนและกลุ่มบุคคลต่างๆ ทุกเพศทุกวัยเข้าด้วยกันได้อย่างทั่วถึงซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความสามัคคีแล้วยังใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทำให้เด็กและเยาวชนไม่หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ ทำให้ห่างไกลจากยาเสพติดและโครงการลานกีฬาดังกล่าวจะสร้างให้แล้วเสร็จเป็นรูปธรรมในปี พ.ศ.2554 ในทุกตำบลอย่างแน่นอนพร้อมทั้งการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้

ให้กับประชาชนทาง อบจ.เราก็เตรียมเงินเอาไว้พร้อมแล้วโดยภายใต้การนำของนายชาญ พ่วงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้กำหนดแนวทาง

การทำงานไว้ว่ารับใช้ใกล้ชิดร่วมคิด รวมพัฒนาจังหวัดปทุมธานีให้ก้าวไกลในอนาคตข้างหน้า

ส่วนนายสมบัติ บางบ่อ กำนันตำบลบึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีกล่าวเปิดเผยว่า การที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดสรรงบประมาณซื้อรถตรวจการณ์ให้กับตำบลทุกตำบลถือว่าเป็นโครงการที่ดีมากเพราะว่ากำนันไม่ใช่จะรวยเสียทุกคน บางคนยังต้องขี่ จยย.มาประชุมและถ้าบางทีฝนตกก็ไม่สามารถมาประชุมที่อำเภอได้ ซึ่งทาง อบจ.จัดซื้อรถตรวจการให้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็คงจะหมดไป พร้อมกันนี้กำนันก็จะทำงานได้อย่างเต็มที่ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมตลอดจนยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราในยามค่ำคืน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้นก็จะหมดจากพื้นที่พร้อมทั้งสร้างความอบอุ่นให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีกต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง