คอลัมน์: ที่นี่ประเทศไทย: แก๊งโอรส...นักฆ่าจากฝั่งธน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2554 00:00:35 น.
ธนันดร กรกต

แก๊งโอรส ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมระดับชาติ เพราะมีระบบอาชญากรครบถ้วนทุกกระบวนความ ค้าขายยาเสพติดแบบครบวงจร ยาไอซ์ ยาอี มีสารพัด และทั้งยาบ้า เป็นท่อน้ำเลี้ยงขององค์กร มีสีกากีชั้นผู้ใหญ่เอ็นดูเอื้ออาทร

เพราะเห็นอยู่มาตั้งนาน ไม่มีใครแตะ พวกกากเดนก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยังวนเวียนอยู่แถวปลายจมูกเจ้าพนักงาน หรือบางครั้งก็เหยียบ อยู่บนจมูกเจ้าพนักงานเสียด้วยซ้ำ สีกากีหลายคนยังรู้ว่านิวาสสถานบ้านช่องแก๊งเหลือกากเหลือเดนที่ว่าอยู่ตรงไหน ใช้รถอะไร เวลาทำการช่วงไหน เรียกว่ารู้ทางกันหมด

บางครั้งยังมีการไปจับสลับฉากเคล้าซองขาว เป็นเรื่องแปลกที่แม่ลูกเจี๊ยบมีสำนักงานขององค์กรอยู่หลังโรงพักบางกอกใหญ่ ห่างกันไม่เกิน 200 เมตร และวันนี้หลายปีมานี้ยังอยู่ได้ เลยไม่รู้ว่าเส้นแบ่งของความพอดีอยู่ตรงไหน และใครจะบอกได้ พอมีข่าวการปะทะหรือวิวาท ในหลายท้องที่ และหลายพื้นที่จะต้องมีแก๊งบ้าที่เหลือกากเหลือเดนเข้าไปมีเอี่ยวและเฉี่ยวชนแทบทุกเรื่อง เรื่องนี้ชาวบ้านและนักค้ายาเสพติดน้อยใหญ่รู้ดี และเกรงกลัวไม่กล้าต่อกรเพราะกลัว     ประวัติโดยสังเขปของแก๊งโอรส เป็นแค่กลุ่มก๊วนอันธพาลหัวไม้อยู่แถววัดราชโอรส บางขุนเทียน มีเครือข่ายเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และใช้เงินใช้ทองซื้อข้าราชการ ซื้อคุกให้ศิษย์ในสำนักอยู่อย่างสบายไร้คลื่นลมและเสียงรบกวนที่เรือนจำแถวๆ บางบอน แก๊งพวกนี้นอกจากจะมีอิทธิพลเหนือสุจริตชนดั่งว่า ยังมีขอบข่ายอิทธิพลเข้าไปแผ่ขยายอยู่หลายแดนในเรือนจำพิเศษธนบุรี เมื่อรวมกลุ่มตั้งแก๊งได้เป็นจำนวนมาก และหารายได้จากการค้ายาเสพติด หัวหน้าแก๊งแม่ลูกเจี๊ยบกลับร่ำรวย และมีฐานะดี มีรถยนต์ติดเครื่องเสียงราคาแพงไว้กล่อมหู ใครก็สู้ไม่ได้ อะไรจะมีความสุขอย่างนี้     แต่ระยะหลังคนพวกนี้เบ่งบานรัศมีไม่ออกในถิ่นเก่า และถูกตำรวจหลายหน่วยงานเข้าบดขยี้หนีกระเจิง จึงเปลี่ยนทำเลมาเคลื่อนไหวอยู่ในนครบาล 7 ออฟฟิศใหญ่อยู่ใกล้โรงพัก ที่ตรอกจาก สน.บางกอกใหญ่ หลังจากดึกดื่นเที่ยงคืนก็จะลำเลียงยาส่งลูกค้าในพื้นที่ ที่พบเห็นได้บ่อยครั้งคือ สน.บางกอกน้อย สน.บางขุนนนท์ สน.ท่าพระ และ สน.บางพลัด ไม่รวมและไม่ลืม สน.บางกอกใหญ่ ต้นสังกัด และแก๊งโอรสซึ่งกำลังจะเป็นองค์กรกลับอยู่ดีมีสุขไม่มีตำรวจหน้าไหนใครกล้าแตะ เพราะทุกครั้งที่ถูกร้องเรียน และให้ข่าวจากชาวบ้าน พวกมันรู้หมด แล้วเดินมาวนเวียน ด่าทอ เหมือนที่ สน.บางยี่ขัน เปี๊ยบเลย เพราะที่ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ พวกทรชนคนค้ายามันมาเดินด่าท้าทายว่า "ทำอะไรกูไม่ได้หรอก กูเป็นเด็กสี เส้นมีสี"     ผมและชาวบ้านรู้กันหมด และไม่ต้องมาถามว่าใครหน้าไหนชื่ออะไร เพราะรู้ไปนายใหญ่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าทำได้มันคงไม่อยู่ยงคงกระพันจนยิ่งใหญ่คับฟ้าทุกวันนี้

ถามว่าจะมีแก๊งโอรสหรือไม่มีแก๊งโอรส บ้านเมืองจะย่ำแย่หรือดีขึ้นหรือเปล่า ขอให้คิดกันเอาเอง เพราะคนสีกากีที่นี่นครบาล 7 คงมีความคิดว่าโจรผู้ร้ายและตำรวจอยู่ร่วมกันได้ตามอัตภาพ และมีความสุขไปวันๆ แต่ปัญหามันกลับมาเกิดกับชาวบ้านและสุจริตชนเต็มๆ เพราะเมื่อนักค้ายากับคนส่งยามีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ พูดอย่างไทยๆ คือชักดาบ

แก๊งเหลือกากเหลือเดนก็จะมีชุดติดตามทวงถามหนี้สินแบบมหาโหด บางครั้งต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับหนี้สินที่ว่า ทุกครั้งที่มีการปะทะและใช้อาวุธสารพัด ปืนมีดเข้ากระหน่ำ และสร้างภาพให้ลูกหนี้หลายคนเห็นว่าอย่าเบี้ยวเดี๋ยวโดน     ชาวบ้านหลายคนถูกลูกหลง และอีกหลายคนต้องล้มตาย และมีคนอีกไม่น้อยต้องตกเป็นแพะ เป็นผู้ต้องหา เป็นจำเลยทั้งที่ไม่ได้ทำความผิด เพียงยืนอยู่ในเหตุการณ์แล้วโดนรวบ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมโดนออกหมายจับและโดนดำเนินคดีเมื่อมีเหตุการณ์ฆ่าหรือทวงหนี้กัน หรือหักหลังกัน     ตำรวจก็จะรีบเข้าไปทำงาน ดำเนินการสอบสวนปิดสำนวน ออกหมายจับ แล้วก็ตามไล่ล่าโดยไม่มีการขยายผล หรือสืบลึก เพราะใช้เวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง และผู้ต้องหาที่เหลือหรือผู้ร่วมกระทำความผิดจะไม่ถูกโยงใย จะไม่ฟังข้อเท็จจริงหรือพยานที่เป็นประโยชน์กับผู้ต้องหา คือตบมือข้างเดียวแล้วด่วนสรุป ถ้ายิ่งผู้กระทำความผิดเป็นคนในสังกัดแก๊งโอรส ที่มีแม่ลูกเจี๊ยบเป็นหัวหน้าใหญ่ มีความสามารถขั้นเทพ คือยกหูกดโทรศัพท์ไปเป่าคดี หรือเป่าหูตำรวจให้งงเต็กได้สมความมุ่งมั่นปรารถนา และนำมาซึ่งการจับแพะไปชนแกะ

เมื่อวันที่ 15 เมษายน เวลา 4 โมงตรง มีการจัดขบวนแห่เฉลิมฉลองสงกรานต์ผ่านมาหน้าซอยจรัญฯ 39 มีเหตุวิวาทชุลมุน ใช้อาวุธปืนและมีดรุมยิงแทงผู้คนที่มาร่วมขบวนขณะขับมอเตอร์ไซค์ ชายคนขับโดนยิงแทงเสียชีวิตในเวลาต่อมา หญิงซ้อนท้ายโดนยิง 2 นัด เข้าที่หน้าท้องและหน้าขา ขณะนั้นมีคนดูและเห็นอยู่นับร้อย 3 ชั่วโมงต่อจากนั้นตำรวจก็ออกหมายจับและรีบดำเนินการจับกุมโดยไม่มีการขยายผล การจับกุมวันนั้นคงไม่พ้นไอ้แพะและไอ้แกะที่ร่วมขบวน

หลายคนรู้จักคนยิง และเอ่ยชื่อมาตลอดและต่อเนื่องว่าไอ้คิว แต่วันนี้แนวทางการสืบสวนจบแล้ว จับแล้วปิดสำนวนแล้ว ตำรวจไม่รู้แม้กระทั่งแพะรายนั้นใช้เมียคนเดียวกันแย่งกันไปแย่งกันมา แล้วเคยขู่อาฆาตว่าจะเอามึงเข้าคุก วันนั้นบ่าย 4 โมงเย็น สบโอกาสแพะและแกะรายนั้นขับมอเตอร์ไซค์ไปพบเหตุ พร้อมภรรยาที่ใช่ร่วมกันกับคน สีกากี เลยโดนออกหมายจับและจับกุมตัวไปในที่สุด ฝ่ายติดตามจับกุมยังให้ยาหอมและป้อนคำหวานกับผู้ต้องหารายนั้นว่า อย่างนี้สู้คดีหลุดแน่ แต่ต้องรับสภาพเป็นโจรไปก่อน พูดเหมือนรู้ แต่หมดความสามารถที่จะช่วยสุจริตชน

ใครจะเดือดร้อน หรือตกระกำลำบาก เอะอะก็ให้ฟาดเคราะห์ เอะอะก็ให้โทษเวรโทษกรรม เวรกรรมที่เกิดจากการกระทำของพวกท่านทั้งหลาย ก็ขอให้พวกท่านจงเจริญ ทั้งหมดก็คงมีแต่นี้แหละ ไม่มีอะไรดีกว่านี้ จริงไหมฮะ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง