'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ความผิดปกติในครรภ์และทารกแรกเกิดเมื่อรู้เท่าทัน'ป้องกัน-รักษา'ได้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2554 00:00:39 น.

คนทั่วไปควรจะเข้าใจว่า การตั้งครรภ์ไม่ใช่สิ่งสวยงามร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอดแล้ว ควรจะช่วยอย่างไร? แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด (Neonatologist) คือ แพทย์เฉพาะทางการดูแลรักษาทารกที่มีภาวะผิดปกติ ซึ่งความผิดปกติในที่นี้มีความหมายครอบคลุมอาการและความเสี่ยงทุกชนิดของทารกที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หรือในช่วงหลังคลอด

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การดูแลการตั้งครรภ์จนถึงการคลอดทั้งหมดคือหน้าที่ของสูตินรีแพทย์เท่านั้น

"ศ.พญ.อรดี จันทวสุ" กุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวถึงความสำคัญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด ที่อาจยังไม่เป็นที่ทราบกันทั่วไป

หน้าที่ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด  "สูตินรีแพทย์" จะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อพบความผิดปกติเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือทารกในครรภ์ สูตินรีแพทย์จะปรึกษาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่มาพบผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด คนไข้จะถูกส่งไปที่ รพ. จากนั้นต้องดูแลเริ่มให้ข้อมูลกับพ่อแม่ของเด็กจนเข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิด และทำความเข้าใจถึงอาการผิดปกติ ปัญหาที่จะเกิด แล้ววางแผนการคลอดที่เหมาะสมตามแต่อาการผิดปกตินั้นๆ

การกำหนดแผนการรักษาเป็นการร่วมมือระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิดกับสูตินรีแพทย์ รวมถึงกรณีครรภ์ปกติแต่พบปัญหาระหว่างหรือหลังคลอด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิดจะเข้าร่วมแก้ไขปัญหาทันที เช่น ครรภ์ปกติอายุ 30 สัปดาห์เกิดน้ำเดินมีเลือดออก นั่นคือต้องคลอดฉุกเฉิน แพทย์ก็จะเข้าไปช่วย

กรณีความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างคลอด ที่ไม่สามารถตรวจพบระหว่างตั้งครรภ์ อาจพบได้หลายชนิด ตั้งแต่อาการน้ำเดินก่อนกำหนด มีขี้เทา (อุจจาระเด็ก) ในน้ำคร่ำ อาจทำให้เด็กสำลัก หัวเด็กไม่ลงขณะคลอด การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด แต่ละอาการดังกล่าวอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้

มีกรณีความผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้ก่อนจากการตรวจอัลตราซาวด์ เช่น ครรภ์แฝดมีความเสี่ยงที่อาจคลอดก่อนกำหนด อาจเกิดกรณีแฝดแย่งอาหารกัน ทั้งนี้ครรภ์แฝดจะยิ่งทวีปัญหาตามจำนวนแฝดที่มากขึ้น ครรภ์เป็นพิษคือภาวะที่มารดามีความดันโลหิตสูง ในระหว่างคลอด ความดันโลหิตจะยิ่งสูงขึ้น

ความผิดปกติของทารกในครรภ์มีหลายกรณี ได้แก่ เกิดถุงน้ำในไต ไตเป็นซีสต์ ไส้เลื่อนกระบังลม ทารกศีรษะบวมน้ำหรือศีรษะเล็กผิดปกติ นอกจากนี้อัลตราซาวด์ยังสามารถตรวจพบภาวะรกเกาะต่ำ น้ำคร่ำน้อยหรือมากผิดปกติรวมถึงประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากมารดาที่มีประวัติการแท้งบ่อย เป็นต้น

ทำเรื่องผิดปกติให้เป็นปกติคือหัวใจหลัก

ขั้นแรกของการเตรียมคลอดสำหรับครรภ์ที่มีปัญหา คือเตรียมเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้เฉพาะกรณี ขั้นต่อไปคือเตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยให้จำนวนแพทย์สัมพันธ์กับจำนวนทารกที่จะเกิด เช่น กรณีแฝดสี่เราก็ต้องใช้แพทย์สี่คน

การเตรียมคลอดสำหรับครรภ์ผิดปกติ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ต้องเตรียมความพร้อมตามอาการผิดปกติ เครื่องมือและสถานที่ บุคลากรทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ นอกจากนี้การเก็บตัวอย่างเลือดของทารกเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lap) ต้องใช้เทคโนโลยีในการตรวจวัดผลพิเศษที่ใช้เลือดน้อยมาก เนื่องจากทารกตัวเล็กมีเลือดไม่มากนัก

ร้อยละแปดสิบของทารกที่มีความผิดปกติหลังคลอด มักมีระบบทางเดินหายใจผิดปกติ รองลงมาคือปัญหาการทำงานของระบบหัวใจ ดังนั้นบุคลากรต้องมีความชำนาญเรื่องการช่วยหายใจของทารกแรกเกิด เพื่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนน้อยที่สุด กรณีอื่นๆ ที่พบบ่อย เช่น คลอดก่อนกำหนด ทารกพิการแต่กำเนิด ไส้เลื่อนกระบังลม ทารกสมองบวมน้ำ ลำไส้อุดตัน ภาวะสายสะดือย้อยจากปากช่องคลอด ซึ่งทุกกรณีล้วนมีความสำคัญไม่มากน้อยกว่ากัน เพราะเกี่ยวข้องกับการรอดชีวิตของทารก

ต้องใส่ใจทุกลมหายใจ  วิธีการรักษาความผิดปกติของทารกทั้งที่อยู่ในครรภ์และระหว่างการคลอดแต่ละชนิด มีความซับซ้อนต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างกันไป

พร้อมที่สุดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด  ปัจจุบันศักยภาพในการดูแลรักษาการตั้งครรภ์หรือการคลอดที่ผิดปกติในประเทศไทย ได้รับการพัฒนาขึ้นจนทัดเทียมประเทศที่มีวิทยาการทางการแพทย์ระดับสูง เช่นเดียวกับศักยภาพการดูแลทารกแรกเกิดที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง "ศ.พญ.อรดี" กล่าวว่า ศักยภาพ 2 ประการดังกล่าวเป็นเครื่องชี้วัดว่า การดูแลการตั้งครรภ์ และทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นั้นอยู่ในมาตรฐานระดับสูงสุดเช่นเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกา

คือ ความสามารถดูแลทารก เกณฑ์เสี่ยงต่างๆ รวมถึงการผ่าตัดหัวใจในทารกแรกเกิด การใช้เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ หมุนเวียนเลือดขณะที่ทารกป่วยหนัก

สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับการตั้งครรภ์ คือ การได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิดก่อนการคลอด ซึ่งถือเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งระหว่างตั้งครรภ์และหลังการคลอด แม้ครรภ์นั้นผ่านการตรวจว่าเป็นปกติทุกอย่าง ขั้นตอนนี้เป็นมาตรฐานปฏิบัติในประเทศที่มีวิทยาการทางการแพทย์ในระดับสูง

ส่วนในรายที่ตรวจพบว่าครรภ์มีปัญหา คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความร่วมมือกับสูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่วางแผนการคลอด รับรู้ข้อมูลปัญหาทั้งในส่วนของแม่และส่วนของเด็ก คือ ต้องคุยกับแพทย์จนเข้าใจอาการได้ถ่องแท้

"ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสำคัญซึ่งสามารถช่วยป้องกันหรือรักษา รวมถึงลดความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแม่และเด็กได้"

บรรยายใต้ภาพ
ศ.พญ.อรดี
น.พ.ภูวริช
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง