'หมอนหก สะลีเมือง' นวัตกรรมป้องกันไรฝุ่นแก้แผลกดทับ ฝีมือเด็กนักเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เชียงใหม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2554 00:00:55 น.

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่เกิดจากไรฝุ่น พบผู้ป่วย 3 คน มี 1 คนที่ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เกิดจากที่นอน ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนในท้องตลาดเวลานี้จึงมีคุณสมบัติเด่นป้องกันไรฝุ่นด้วย และนั่นหมายถึงราคาที่สูงตามไปด้วย โครงการหมอนหกสะลีเมืองเพื่อสุขภาพ ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้บริษัท เอ็มซี เฮลท์ตี้แคร์ จำกัด ได้หยิบภูมิปัญญาล้านนา หมอนหก มาต่อยอดเป็นที่นอนป้องกันไรฝุ่นและป้องกันแผลกดทับได้ในคราวเดียวกัน

ความสำเร็จจากการนำความรู้จากสถานศึกษาสร้างนวัตกรรมทางสุขภาพเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยได้ นับเป็นความภาคภูมิใจของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มหนึ่ง มากกว่าความภูมิใจแล้วยังได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษา 390,000 บาท จากรางวัลชนะเลิศโครงการกรุงไทย ยุววาณิช ประจำปี 2553 ที่ทางธนาคารกรุงไทยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว

"หมอนหก" หมายถึง หมอนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีหกช่อง ส่วนสะลี หมายถึง นอน โดยได้ดัดแปลงหมอนหนุนให้เป็นที่นอน

พรหมมินทร์ ไชยจำเริญ และ นวินดา เรืองอำนาจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เล่าถึงที่มาที่ไปให้ฟังว่า บริษัทได้เข้าไปทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการผลิตผลิตภัณฑ์ จึงได้พบว่ามีผู้ป่วยในโรงพยาบาลป่วยเป็นโรคแผลกดทับอยู่มาก ซึ่งเดิมทีบริษัทมีแนวคิดที่จะผลิตเครื่องนอนเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว จึงใช้โจทย์ทั้งสองโจทย์เป็นตัวตั้งต้นในการผลิตที่นอนสุขภาพ จากนั้นจึงไปค้นคว้าหาข้อมูลทางวิชาการเพื่อมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จนได้ค้นพบว่าหมอนมหัศจรรย์ของประเทศญี่ปุ่นที่ทำมาจากหลอดพลาสติกมีสรรพคุณในการลดการสะสมของไรฝุ่น และช่วยเรื่องแผลกดทับโดยการกระจายแรง ประกอบกับใช้ความรู้ทางวิชาฟิสิกส์เกี่ยวกับเรื่องของมวล แรง และกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งหลักการนี้นำไปช่วยเรื่องปัญหาแผลกดทับ อีกทั้งหลอดไม่เป็นที่สะสมของฝุ่น โดยจำลองที่นอนตามรูปแบบของหมอนหกตามภูมิปัญญาของคนล้านนาโบราณที่ใช้นุ่นมายัดไส้ แต่หมอนหกยัดไส้ด้วยหลอดจะช่วยแก้ปัญหาโรคภัยได้

"ช่วงแรกได้ลองผิดลองถูกใช้หลอดกาแฟธรรมดา แต่พบว่ารับแรงกระแทกไม่ดี จึงเปลี่ยนมาใช้หลอดดูดชาไข่มุกแทนซึ่งมีขนาดใหญ่ สามารถรับน้ำหนักผู้นอนได้มาก น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้" พรหมมินทร์ บอกเล่า

สำหรับวิธีการทำนั้น ใช้หลอดมาต่อเสียบกัน ซึ่งมีเทคนิคการเสียบที่สำคัญคือเสียบแล้วต้องไม่หล่น สำหรับไส้และปลอกที่นอนใช้ผ้าดิบและผ้าหนังไก่ โดยบริษัทได้ว่าจ้างกลุ่มแม่บ้าน อ.จุน จ.พะเยา ตัดเย็บให้ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตที่นอน หมอนสะลีอยู่แล้ว ซึ่งกรรมวิธีการผลิตดังกล่าวสามารถผลิตสินค้าออกมา 3 ชนิด คือ ที่นอนเพื่อสุขภาพ (สะลี) ขนาดกว้าง 30 นิ้ว ยาว 76 นิ้ว สูง 2 นิ้ว จำหน่ายราคา 2,680 บาท หมอนเพื่อสุขภาพ (หมอนหก) ขนาดกว้าง 7 นิ้ว ยาว 13 นิ้ว สูง 4.5 นิ้ว จำหน่ายราคา 230 บาท และเบาะรองนั่งเพื่อสุขภาพ ขนาดกว้าง 30 นิ้ว ยาว 25 นิ้ว สูง 2 นิ้ว ราคา 890 บาท

"ได้ทดลองนำที่นอนไปใช้ในโรงพยาบาลกับผู้ป่วยแผลกดทับ พบว่าใน 1 เดือนแผลกดทับลดลง และยังมีคุณสมบัติลดอาการปวดหลังได้ด้วย"

บริษัทมีการจัดงานเปิดตัวสินค้าทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ บริเวณลานสงบวิถีโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และเชียงใหม่พลาซ่า และบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ขณะนี้สินค้าได้วางจำหน่ายที่ร้านราเชนเฟอร์นิเจอร์ ร้านพรสังฆภัณฑ์

ส่วนน้องกฤตณัฏฐ์ วงศ์สันติธรรมนุกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เล่าให้ฟังว่า "ตอนแรกก็รู้สึกท้อเหมือนกัน พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำคืออะไร ไม่เห็นจะได้อะไรเลย วันๆ เอาเวลามานั่งตัดหลอดกาแฟ เย็บหมอน แทนที่จะเอาเวลาไปเรียนหนังสือให้เต็มที่ แต่พอทำจนสำเร็จขึ้นมาจนได้รับรางวัล พ่อแม่ก็เริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำมันคือการนำเอาความรู้มาประยุกต์และทดลองใช้ได้จริง เขาก็เริ่มภูมิใจในสิ่งที่พวกผมทำ"

อย่างไรก็ตาม แผนในอนาคตบริษัทฯ เตรียมมอบโครงการเครื่องนอนนี้ให้แก่โรงพยาบาลดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากภายหลังการทดลองใช้เครื่องนอนเพื่อสุขภาพที่โรงพยาบาลแล้ว ทางโรงพยาบาลมีความประสงค์จะขอโครงการของทางบริษัทเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตเครื่องนอนให้แก่ผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลให้มีสุขภาพสมบูรณ์ขึ้น

ครู นิวัฒน์ อรุณวิไล ครูเกษตร ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในการทำกิจกรรมในโครงการกรุงไทยยุววาณิช ให้กับนักเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนมงฟอร์ตฯ บอกว่า "รางวัลที่ได้ในปีนี้คือความภูมิใจ คือรางวัลของความทุ่มเท ซึ่งเราไม่เคยหยุดทำ เราพัฒนาตลอด โดยมีการบูรณาการทุกสาระวิชา ยกเว้นวิชาการเขียนภาษาอังกฤษ ซึ่งตั้งใจว่าจะนำเข้ามาฝึกให้นักเรียนเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับงานที่ทำด้วย สำหรับผมอยากเห็นนักเรียนของผมเก่งเรียน และเก่งงาน เพื่อเขาจะได้ไปทำงานในสังคมได้ อันนี้สำคัญมาก เขาต้องรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต้องมีมิตรกะจิตร มิตรกะใจ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งโครงการกรุงไทยยุววาณิช พวกเขาได้ลงมือฝึกเป็นเถ้าแก่น้อยที่เก่งและมีคุณธรรมไปช่วยสังคมอย่างครบวงจร โดยทุกผลงาน เช่น รองเท้านวดสุขภาพ หรือหมอนหก สะลีเมือง เพื่อสุขภาพนี้ นักเรียนได้นำไปถ่ายทอดให้กลุ่มแม่บ้านได้นำไปเป็นอาชีพต่อ โดยไม่หวงลิขสิทธิ์ ซึ่งแรกๆ เด็กจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อเขาได้ทราบถึงผลกระทบในทางที่ดีที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เขาก็อยากจะทำต่อ โดยจะถามว่าแล้วปีนี้เราจะนำสิ่งที่เราทำไปส่งเสริมให้ชาวบ้านที่ไหนดี"

ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า น่าชื่นชมว่านักเรียนสามารถนำความคิดทันสมัยของพวกเขามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ซึ่งสินค้าที่เด็กๆ นำเสนอสะท้อนให้เห็นถึงความหวงแหน และเห็นคุณค่าภูมิปัญญาของไทยมากขึ้น รู้จักนำภูมิปัญญาของท้องถิ่นมาต่อยอดให้มีคุณค่าและมีราคาได้ ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนในสายวิทย์ก็ได้นำเอาความรู้มาทดลองและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา

สนใจผลิตภัณฑ์หมอนหก สะลีเมือง เพื่อสุขภาพ สอบถามได้ที่ 08-9557-4420 หรือ www.facebook.com/mc.healthycare

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง