สุเทพ เตรียมนำม็อบเดินสายเรียกแขกบริษัท การบินไทย

สุเทพ เตรียมนำผู้ชุมนุมเดินทางไปบริษัท การบินไทย เพื่อเชิญชวนพนักงานการบินไทยร่วมต่อสู้กับกลุ่ม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นัดหมายผู้ชุมนุมจากเวที สวนลุมพินี เตรียมเคลื่อนขบวน ในเวลา 10.00 น....อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเครือข่ายธุรกิจข้าวสารสหกรณ์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2554 00:00:11 น.

เพื่อเป็นเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวหอมมะลิในเขตจังหวัดภาคใต้ และส่งเสริมผู้บริโภคในเขตจังหวัดภาคใต้รู้จักช่องทางซื้อข้าวหอมมะลิจากสหกรณ์ตัวแทนจำหน่ายตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจข้าวสารสหกรณ์  ผู้ผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจตลาดข้าวสารสหกรณ์แบบยั่งยืนในอนาคตรวมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดข้าวสารสหกรณ์ไปในตัว

ดังนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำโดยนายสมชายชาญณรงค์กุล  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้เปิดเวทีให้เครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตในภาคอีสาน และเครือข่ายสหกรณ์ผู้จำหน่ายในภาคใต้ จำนวน 19 แห่งลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายข้าวสารสหกรณ์ในการทำตลาดร่วมกัน ณ ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดชุมพร จำกัด จังหวัดชุมพรและ โรงแรมพาวิลเลี่ยน จังหวัดสงขลาในปลายเดือนกรกฎาคม  2554 ที่ผ่านมา

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  กล่าวว่า

เครือข่ายข้าวสารสหกรณ์จะเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของข้าวสารสหกรณ์ในอนาคตหากเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์เข้มแข็ง ทั้งเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตและเครือข่ายผู้บริโภคจะก่อให้เกิดการกระจายข้าวสารที่มีคุณภาพไปสู่สมาชิกสหกรณ์ได้บริโภคข้าวสารคุณภาพจากสหกรณ์ด้วยกันเอง ก่อให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือกันด้านการทำธุรกิจ และความร่วมมือด้านอื่น ๆ ตามมา เกิดความเข้มแข็งขอบวนการสหกรณ์แบบยั่งยืนในอนาคต

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ  เมื่อมาดูตัวเลขพบว่าปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรทั้งประเทศ 13,000 แห่ง สมาชิกประมาณ 11 ล้านครอบครัวคิดเป็นประชากร 33 ล้านคน หรือ 50% ของประชากรทั้งประเทศ ประมาณการบริโภคข้าวสาร 6 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็นมูลค่า 150,000  ล้านบาทซึ่งหากเราสามารถส่งเสริมและกระตุ้นให้สมาชิกสหกรณ์บริโภคข้าวสารของสหกรณ์ด้วยกันเอง จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดข้าวสารในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน  ซึ่งจะช่วยให้ตลาดข้าวสารสหกรณ์เกิดเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งแนวทางดังกล่าวยังช่วยลดต้นทุนการจัดการและการขนส่งทำให้ต้นทุนข้าวสารต่อหน่วยลดลงและช่วยให้ข้าวสารสหกรณ์สามารถกระจายลงในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากอีกด้วย

นายสมชาย  กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโรงสีข้าวทั้งขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทยจำนวน 38,929 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงสีข้าวของสหกรณ์ขนาดเล็ก ขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 24 ตัน/วัน ถึง 120 ตัน/วัน จำนวน 138 แห่งหรือ 0.35 % ของทั้งประเทศ   ส่วนขนาดใหญ่ขนาดกำลังการผลิต 40 ตัน/วันมีทั้งหมด138 แห่งแบ่งภาคเหนือ 64 แห่งรองลงมาภาคกลาง 38 แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  32 แห่งและภาคใต้ 4 แห่ง

"ปัจจุบันปริมาณข้าวสารที่ใช้ภายในประเทศ 12.08 ล้านตันข้าวสาร ส่งออก 8.94 ล้านตันข้าวสาร หากเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการตลาดข้าวสารโดยรวมทั้งประเทศซึ่งรวมของภาคเอกชน มูลค่าทางการตลาดข้าวสารของสหกรณ์นับว่ายังมีปริมาณน้อยมากเทียบกับภาคเอกชน ดังนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดข้าวสารของสหกรณ์ให้มากขึ้น  จากปี 53 เรามียอดทางการตลาดอยู่ประมาณ 1,500 ล้านบาท" นายสมชาย   กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ในอนาคตกรมส่งเสริมสหกรณ์มีความมั่นใจว่าจะสามารถขยายช่องทางการตลาดข้าวสารในประเทศของสหกรณ์ได้มากขึ้นโดยผ่านระบบการค้ารูปแบบเครือข่ายสหกรณ์ โดยที่ผ่านมาได้มีการสร้างเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตเป็นที่ยอมรับของตลาดหลายแห่ง อาทิ คลัสเตอร์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้  เครือข่ายข้าวทุ่งสัมฤทธิ์ เครือข่ายข้าวบุรีรัมย์เครือข่ายข้าวสุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งการจัดระบบเครือข่ายดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายแล้ว  ยังเป็นการลดต้นทุนด้านโลเจสติกส์ได้อีกด้วย

ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้สร้างเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์ผู้จำหน่ายควบคู่กัน โดยให้บทบาทชุมนุมสหกรณ์ระดับจังหวัดเข้ามาขับเคลื่อนเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์  เช่น จังหวัดสงขลาโดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรสงขลา จำกัด เป็นแกนหลักในการสั่งซื้อข้าวสารจากสหกรณ์ภาคอีสานมากระจายให้สหกรณ์สมาชิกในจังหวัดสงขลา 19 แห่งเช่น สกก.ควนเนียง จก. สกก.คลองหอยโข่ง จก. สกก.หาดใหญ่ จก.สกก.นาหม่อม จก. มูลค่าการจำหน่ายข้าวสารปีละ 252 ล้านบาทเป็นการซื้อมาจากภาคเอกชน 89% ซื้อข้าวสารจากสหกรณ์ 11 % ซึ่งก่อนมีการสร้างเครือข่ายมีการสั่งซื้อข้าวจากสหกรณ์ผู้ผลิตมีสัดส่วนเพียง 3 % สหกรณ์ตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดการค้าข้าวสารตราสหกรณ์ให้ได้ 50 % ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ เครือข่ายข้าวสารสหกรณ์จะเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของข้าวสารสหกรณ์ในอนาคต หากเครือข่ายข้าวสารสหกรณ์เข้มแข็งทั้งเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตและเครือข่ายผู้บริโภค จะก่อให้เกิดการกระจายข้าวสารที่มีคุณภาพไปสู่สมาชิกสหกรณ์ได้บริโภคข้าวสารคุณภาพจากสหกรณ์ด้วยกันเอง ก่อให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือกันด้านการทำธุรกิจ และความร่วมมือด้านอื่น ๆ ตามมา เกิดความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์แบบยั่งยืนในอนาคตนั่นเอง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง