ไล่คนวิจารณ์แถลงศอ.รส.ฟังธรรม จี้'สมชัย'ลาออกทำตัวไม่เป็นกลาง

วันที่ 18 เม.ย. 57 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี มีผู้วิพากษ์วิจารณ์แถลงการณ์ ศอ.รส. ก้าวล่วงดุลพินิจ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ว่า หากผู้วิจารณ์ได้ฟังคำบรรยายธรรมของพระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือท่านเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ก็จะเห็นว่าสอดคล้องกันหลายส่วน...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: ท่องเที่ยวรอยเท้ารายทาง: 'บ้านหนองหล่ม-ดอนตาล' บุญเดือนเก้า-ข้าวประดับดิน-ไหลเรือไฟโบราณ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2554 00:00:17 น.

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ฮีตสิบสอง-ครองสิบสี่" แต่หลายคนที่ได้ยินอาจไม่เข้าใจนัก "ฮีตสิบสอง-ครองสิบสี่" เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และเป็น "วัฒนธรรมท้องถิ่น" ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นชาติ และเจริญรุ่งเรืองมานาน"ฮีตสิบสอง" มาจากคำสองคำ คือ "ฮีต" และ "สิบสอง" คำว่า "ฮีต" มาจากคำว่า "จารีต" และคำว่า "สิบสอง" มาจากคำว่า "สิบสองเดือน" รวมกันก็คือ จารีตหรือประเพณีในแต่ละเดือนของแต่ละปี

ส่วน "ครองสิบสี่" คือ "ครองธรรม 14 อย่าง" เป็นแนวทางที่ใช้ปฏิบัติต่อกัน หลายคนคงเคยไป "มุกดาหาร" และถ้าไป "มุกดาหาร" หลายคนก็จะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่โด่งดัง เช่นว่า "ภูผาเทิบ" หรือการข้าม "สะพานมิตรภาพไทย-ลาว" เพื่อข้ามแดนไป "ฝั่งลาว" แต่ "มุกดาหาร" มีอะไรมากกว่านั้น โดยเฉพาะ "วัฒนธรรมท้องถิ่น" ที่แนบแน่นกับ "วิถีชีวิต" และสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณี จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และที่ "บ้านหนองหล่ม" ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ที่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก็กำลังเตรียมงานสำหรับประเพณีสำคัญของเดือนนี้อย่างแข็งขันทีเดียว

เดือนนี้เป็นเดือนเก้า งานบุญที่สำคัญคือ "ฮีตเดือนเก้า-ข้าวประดับดิน"ที่ อ.ดอนตาล คนส่วนใหญ่สืบเชื้อสาย "เผ่ากะเลิง" ที่มาจากคำว่า "ข่าเลิง" ซึ่งหมายถึง ข่าพวกหนึ่งในตระกูลมอญเขมร ที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง และถือได้ว่า เป็น 1 ใน 8 กลุ่มชาติพันธุ์ของ "มุกดาหาร""ฮีตเดือนเก้า-ข้าวประดับดิน" มาจากความเชื่อว่า ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี ยมทูตจะปลดปล่อยให้ดวงวิญญาณของพ่อ-แม่บรรพบุรุษ ได้ออกมารับอาหารคาวหวานจากลูกหลานในเวลาก่อนรุ่งสาง

ในวันนี้ ลูกหลานจะนำ "อาหารคาว-หวาน" ใส่ "กระทงใบตอง" ไป "ฝังลงดิน" ภายในบริเวณวัด

แต่จะฝังเพียงครึ่งเดียว โดยให้มีส่วนที่โผล่พ้นเหนือดินมาเล็กน้อย พร้อมกับจุดเทียนจนเป็นประกาย ส่องแสงระยิบระยับไปทั่วบริเวณวัด เพื่อบอกกล่าวแม่ธรณี ฝากส่งอาหารคาว-หวานไปถึงดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ โดยจะมีการขานชื่อและกรวดน้ำ

"คุณยายบับ ยืนยง" ในวัย 94 ปี ย้อนอดีตให้เราฟังว่า ในครั้งที่คุณยายยังเด็ก จำได้ว่า ก่อนจะถึงวันบุญ "ข้าวประดับดิน" ผู้ใหญ่จะพาเด็กๆ เข้าป่าหาเผือก หามัน เพื่อมาทำขนมหวาน ส่วนผู้ชายก็จะหาปลา เพื่อมาทำอาหารคาว พอตกค่ำ ทุกบ้านก็จะมีกิจกรรมร่วมกันทำอาหาร-ขนมหวาน และร่วมกัน "เย็บใบตอง" เพื่อบรรจุ จนถึงรุ่งเช้าก็จะไปทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ

ที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ งาน "บุญข้าวประดับดิน" ยังไม่ได้จบแค่นั้น หากแต่ยังต่อเนื่องไปจนถึงประเพณี "ไหลเรือไฟ" ที่บรรดาฝ่ายชายในหมู่บ้านจะต้องไปจัดเตรียมหาอุปกรณ์ เพื่อประกอบเป็นเรืออีกด้วย

"คุณลุงมานพ พิกุลศรี" ที่ยังแข็งแรงอย่างยิ่ง ในวัย 71 ปี ขยายความให้เราได้รู้ว่า ผู้ชายในหมู่บ้านนอกจากจะมีหน้าที่หาปลา ในวันก่อนงานบุญ "ข้าวประดับดิน" แล้ว ก็ยังต้องเตรียมประกอบเรือสำหรับ "ไหลเรือไฟ" ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 เช่นกัน

"คุณลุงมานพ" เล่าว่า ประเพณี "ไหลเรือไฟ" ในสมัยโบราณ เป็นการปฏิบัติบูชา "คารวะแม่คงคา" ซึ่งถือได้ว่าเป็นการขอขมา ที่เหล่าลูกหลานได้กินได้ใช้ และอาจจะทำอะไรผิดพลาดล่วงเกินไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

"คุณลุงมานพ" บอกว่า เรือจะทำจาก "ต้นกล้วยสาว"ที่ยังไม่ออกปลี ไม่มีลูก ประกอบเข้ากับไม้ไผ่ เป็น "เรือแม่" ลำใหญ่ 1 ลำ ยาวประมาณ 20 ม. และมี "เรือลูก" อีกจำนวนหนึ่ง ตามกำลังศรัทธาของชาวบ้าน แล้วทั้ง "เรือแม่" และ "เรือลูก" ก็จะถูกบรรจุด้วยข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน เสื่อ หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า และ ฯลฯ พร้อมกับประดับประดาอย่างสวยงาม

ในวันงานช่วงเย็นๆ ฝ่ายชายก็จะช่วยกันนำเรือแม่และเรือลูก ขึ้นไปด้าน "ต้นน้ำ" กลาง "ลำน้ำโขง" เพื่อจะ "ไหลเรือไฟ" ผ่านหมู่บ้าน ให้ชาวบ้านได้ร่วมกันคารวะ "เรือลูก" จะถูกปล่อยมาก่อนในช่วงประมาณหนึ่งทุ่มเศษๆ ส่วน "เรือแม่" จะไหลตามมาในช่วงประมาณสองทุ่มเศษๆ ซึ่งในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านก็จะเฉลิมฉลองด้วยขบวนแห่กลองยาวกันอย่างครึกครื้น

นี่เป็นงาน "บุญเดือนเก้า-ข้าวประดับดิน" และเชื่อมต่อกับประเพณี "ไหลเรือไฟ" ที่มีมาแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน นี่เป็น "ฮีตสิบสอง" ที่ผูกพันกับ "วิถีชีวิต" ของคน "ลุ่มน้ำโขง" ทั้ง 2 ฝั่ง และสืบทอดผ่านผู้คนแห่ง "บ้านหนองหล่ม" อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ที่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

"มุกดาหาร" ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง แต่ยังมี "รากทางวัฒนธรรม" อันยิ่งใหญ่ ที่ อ.ดอนตาล ไม่เพียงมี "กลองมโหระทึก" ที่ทำจากสำริด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เก็บรักษาไว้ที่ "วัดมัชฌิมาวาส" หากแต่ยังมี "วิถีชีวิต" ของคน "ลุ่มน้ำโขง" ให้ได้เรียนรู้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

คุณเคยรู้ไหมว่า "ใบตอง" มาจาก "ฝั่งลาว" และถูกตัดเป็นชิ้นเพื่อเป็นวัตถุดิบสำคัญในการห่อแหนม หมูยอ และ ฯลฯ โดยผู้คนในชุมชนที่ "ฝั่งไทย" คุณเคย "ล่องเรือแม่น้ำโขง" เพื่อทึ่งกับสารพัดวิธี "หาปลา" และแปลกใจกับพันธุ์ปลานานาชนิดในแม่น้ำโขง พร้อมกับชมความงามของพระอาทิตย์ตก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยหรือไม่

คุณเคยได้ยินใช่ไหมถึงความวิจิตรพิสดาร จาก "รอยสัก" ตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปถึงบั้นเอวของ "ผู้บ่าวขาลาย" แห่ง "เผ่ากะเลิง" 1 ใน 8 กลุ่มชาติพันธุ์ของ "มุกดาหาร" ที่ ณ วันนี้เหลือน้อยเต็มที และมีเหลือให้เห็นแค่ที่ "บ้านหนองหล่ม" เท่านั้น "ผู้บ่าวขาลาย" ที่ "บ้านหนองหล่ม" ปัจจุบันนี้เป็น "ผู้เฒ่าขาลาย" แต่ก็ยังแข็งแรง ใจดี และพร้อมที่จะบอกเล่าเรื่องราว และ "ที่มา" ของ "ขาลาย" เพราะ "รอยสัก" ให้ได้ฟังอย่างสนุกสนาน

ทั้งหมดนี้ รอเราอยู่ที่ "บ้านหนองหล่ม" อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปีนี้ "บุญข้าวประดับดิน" กับประเพณี "ไหลเรือไฟโบราณ" จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.นี้

เพื่อบอกกับเราอีกครั้งว่า นี่แหละ "วิถีชีวิต" ที่มาจากฐานรากของชีวิต และสืบต่อกันมาจนเป็นวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงกับชีวิตอย่างแนบสนิทจริงๆ...ประเพณี"ข้าวประดับดิน"และ"ไหลเรือไฟโบราณ"

จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.54 ผู้สนใจจะพักโฮมสเตย์แบบพื้นบ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ คุณสมหวัง 08-7866-5414, คุณอภินันท์ 08-3679-1817)

บรรยายใต้ภาพ
เฮือนอีสานที่บ้านหนองหล่ม
ลวดลายรอยสักดูกันชัดๆ
อลังการไหลเรือไฟ
แดดสายริมฝั่งโขง
เตรียมใบตองสำหรับงานบุญ
ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก
คุณตาขาลายอวดรอยสัก
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง