ทั่วไทยคึกคักจัดถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2554 00:00:16 น.

ทั่วไทยคึกคักจัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชสักการะแด่ในหลวง พระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ขณะที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เชิญชวน ปชช.ร่วมกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล ที่พิจิตร ไถ่ชีวิตโค-กระบือ 48 ตัว ถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนชาวศรีสะเกษร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1 ล้านตัว ด้านชาวพังงารวมใจถวายพระพร พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เชิญชวนปักธงชาติ และธงสัญลักษณ์ประจำพระองค์ นอกจากนี้ยังมี จังหวัดอื่นๆ จัดกิจกรรมถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายกฯ ชวน ปชช.ร่วมถวายพระพร

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง11 น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์มหามงคลที่เราคนไทยทุกคนจะต้องพร้อมใจกันเป็นหนึ่งถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ถือเป็นปีแห่งการรวมใจของคนไทยทุกคนที่รอวันอันเป็นวันพิเศษถวายความจงรักภักดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม์พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ สำหรับกิจกรรมที่รัฐบาลถวายเป็นพระราชสักการะแด่พระองค์ท่าน เริ่มที่สัปดาห์ส่งเสริมพระศาสนาและจริยธรรม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-6 ธ.ค. ตนได้มอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงต้องการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านศาสนา รวมทั้งรณรงค์การพัฒนาจิตใจ การปลูกฝังคุณธรรมและพัฒนาจิตใจและจริยธรรม โดยเฉพาะคุณธรรม 4 ประการ ตามที่พระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานเอาไว้ เมื่อปีพุทธศักราช 2525 ที่ทรงให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนา และจริยธรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติให้เจริญมั่นคง เพื่อให้สถาบันองค์กรทางศาสนาได้มีบทบาท และร่วมกันพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วนภายใต้งานชื่อว่า "5 ธันวาฯ รวมพลังคนไทย ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1-4 ธ.ค. ซึ่งตนได้ไปเปิดงานมาเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ลานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในการทำสาธารณกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และความเป็นน้ำหนึ่งของคนไทยทุกคนในการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูในพื้นที่ประสบอุทกภัย กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง โดยเราได้ระดมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด 25 จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมแล้วมาช่วยกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล

นายกฯ กล่าวต่อว่า กิจกรรมที่จัดขึ้น อาทิ การทำความสะอาด การซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และสิ่งของต่างๆ รวมไปถึงการจัดเก็บขยะ เพราะเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ รวมถึงการพ่นยุง การทำโรงครัวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องคนไทยเพื่อปรากฏต่อสายตาชาวโลก เพื่อให้รับรู้ความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทรของพี่น้องคนไทยทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยกัน รัฐบาลก็อยากเห็นภาพนี้ที่คนไทยทั้งประเทศเข้ามาช่วยกันพร้อมใจกันทำสาธารณประโยชน์เพื่อประเทศชาติอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมในการถวายความจงรักภักดี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐได้กิจกรรมเฉลิม พระเกรียติ เช่น จัดนิทรรศการ การแสดง แสง สี และเสียง สื่อผสม จัดกิจกรรม 7 วัน 7 คืน โดยจะเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 3 ธ.ค.เป็นคืนแรก ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. ภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" ณ บริเวณท้องสนามหลวง ในส่วนของงานจะมีการจัดแสดงบนเวทีที่มาจากตัวแทนพี่น้องประชาชนของทุกคนทุกภาค ที่จะมาเล่าว่าชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร เพราะ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงการดนตรี ศิลปิน จากทุกค่ายทั่วประเทศ และรอบงานมีการจัดนำหน่ายสินค้าโอท็อป จำหน่ายสินค้าพิเศษโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ สินค้าธงฟ้า รวมทั้งสินค้าที่ขาดแคลน และสินค้าที่จำเป็น ไข่ ข้าวสาร สินค้าที่จำเป็นในช่วงอุทกภัย รวมถึงจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และเพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงนี้จะมีการจัดซุ้มต่างๆ ในการช่วยเหลือเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ประสบภัย รวมถึงศูนย์บริการของกระทรวงศึกษาธิการในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

เปิดให้ชมพระบรมมหาราชวัง

สำนักพระราชวังจะยังได้เปิดให้พี่น้องประชาชนเข้าชมและถ่ายภาพบรรยากาศของพระบรมมหาราชวังเป็นกรณีพิเศษ ในระหว่างวันที่ 5-9 ธ.ค.54 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. สำหรับการเชิญพระสารีริกธาตุ หรือพระเขี้ยวแก้ว จากพระราชอาณาจักรภูฏานมาประดิษฐานที่เมืองไทยชั่วคราวเพื่อเฉลิมพระเกรียติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาสักการะ

สำหรับช่วงเช้าของวันที่ 5 ธ.ค.54 เวลา 10.30 น. จะมีพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งจักรมหาปราสาท เป็นการพระราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี ข้าทูลอองธุลีพระบาท คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ทูตตานุทูต ข้าราชการ ตลอดจนพสกนิกร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้นกองบัญชากองทัพไทยจะจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ที่หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค. จะมีการจุดเทียนชัยถวายพระพร ณ มลฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมกันทั่วทั้งประเทศ จากนั้นวันที่ 7 ธ.ค. รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกรียติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ณ สนามหญ้า ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล

ที่ จ.พิจิตร วันเดียวกันนี้ นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายก อบจ.พิจิตร และพระเมธีธรรมประนาท "ท่านเจ้าคุณปรีชา" เจ้าคณะอำเภอเมืองพิจิตร นายเชาวฤทธิ์ บุญมาทิต ปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรเกือบ 2 พันคน ได้ร่วมกันไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 48 ตัว ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวง พระอารามหลวง ซึ่งโค-กระบือดังกล่าวกำลังจะถูกนำไปเข้าโรงฆ่าสัตว์ ประชาชนชาว จ.พิจิตร และจังหวัดใกล้เคียงจึงได้บริจาคทรัพย์ซื้อชีวิตโค-กระบือดังกล่าว นอกจากนี้นายชาติชาย นายก อบจ.พิจิตร ยังได้เป็นประธานในการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือดังกล่าวทั้ง 48 ตัว ทั้งนี้ เพื่อเป็นทานบารมีสร้างกุศลถวายแด่ในหลวง โดยมอบกรรมสิทธิ์ดังกล่าวให้แก่เกษตรกรที่มีความประพฤติดีแต่ยากจน และขาดแคลนโค-กระบือ เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ทั้งนี้เป็นหนึ่งในการทำความดีเพื่อถวายเป็น พระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ล้านตัว

ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 1,000,000 ตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค.54 โดยมี นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ นำนักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ปักธงชาติและธงสัญลักษณ์ประจำพระองค์

ด้าน จ.พังงา นายธำรงค์ เจริญกุล ผวจ.พังงา กล่าวว่า ชาวพังงาได้เข้าตกแต่งกิ่งไม้พร้อมทำความสะอาดที่บริเวณหมู่บ้านท่าด่าน ต.เกาะปันหยี และหมู่บ้านตากแดด ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้าท่าเทียบเรืออ่าวพังงาที่มีนักท่องเที่ยวลงเรือเที่ยวในอ่าวพังงาวันละ 200-300 คน ทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ที่ลงเรือเข้าชมอ่าวพังงา โดยทางจังหวัดพังงาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ปกครองจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด อบจ. เทศบาล นักเรียน นักศึกษา และอีกหลายหน่วยงาน รวมพลังกันทำความสะอาด เป็นการบิ๊กคลีนนิ่งเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก โดยถือว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นกิจกรรมการทำความสะอาดถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้ชื่อการจัดงานครั้งนี้ว่า 5 ธันวา รวมพลังคนไทยรวมใจถวายพระพร การจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในครั้งนี้ เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่พิเศษเป็นการครบรอบ 7 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นชาวพังงาทุกภาคส่วนได้ทำกิจกรรมตลอดทั้งได้นัดหมายที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพังงา และระดับโลกก็ว่าได้ โดยการชักชวนเชิญชวนคนพังงามาตัดแต่งต้นไม้ ซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดให้เหมาะสมขึ้น เพื่อเป็นการน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ทางจังหวัดพังงาจะมีการทำบุญตักบาตรตั้งแต่ตอนเช้าที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา มีการทำพิธีตามราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมา ดังนั้นปีนี้เป็นปีที่คนไทยในประเทศและต่างประเทศได้ร่วมกันแสดงพลังน้อมถวายพระพร ซึ่งทางจังหวัดพังงาได้ทำกิจกรรมมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเพื่อในหลวงของเรา และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งขอเชิญชวนชาวพังงาให้มีการประดับธงชาติ ธงประจำพระองค์ หรือการประดับประทีปดวงไฟ ตั้งแต่วันที่ 1-9 ธ.ค.นี้

ส่วนราชการถวายพระพรชัยมงคล

ส่วนที่ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ โดย พล.ต.วุฒิ แสงจักร ผบ.จทบ.บร. นำกำลังพลพร้อมส่วนราชการ ร่วมถวายพระพรชัยมงคล ทั้งนี้เพื่อให้กำลังพลและทหารในหน่วยได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในฐานะ "พ่อ" ของปวงชนชาวไทย จากนั้นได้ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จเพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในปีนี้ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา

ปฏิญาณตนเป็นตำรวจที่ดี

ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี เช้าวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.พศวีร์ เรืองภู่ ผกก.สภ.ทุ่งคอก พ.ต.ท.ชาญชัย ณัฐโสนามัย รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.สมนึก พันธ์แจ่ม สว.สส. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรทุ่งคอกทุกนายกล่าวปฏิบัติญาณตนเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต และจะปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ความเที่ยงธรรม ดูแลประชาชนอย่างเสมอภาคทุกคน โดยจัดขึ้นที่หน้าสถานีตำรวจภูธรทุ่งคอก หลังจากกล่าวปฏิบัติญาณตนแล้ว ก็ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และรวมใจกันร้องเพลงพ่อของแผ่นดินร่วมกัน

บรรยายใต้ภาพ

เฉลิมพระเกียรติ ประชาชนให้ความสนใจเข้ามาชมการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสม "วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา" ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ณ เวทีใหญ่ท้องสนามหลวง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง