'กำนัน'โวคนกรุงแห่ต้อนรับนับแสน ลั่นเดินหน้าเรียกแขกไล่ระบอบชั่ว

20 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.45 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีสวนลุมพินี กล่าวถึงการเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชน ถ.ตก ถ.เจริญกรุง และ ถ.จันทร์ ให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย อันเป็นรอบตัดเชือกเผด็จศึกแล้ว ซึ่งทุกคนที่ออกมาวันนี้ ประมาณการณ์นับแสนคน และแสดงเจตนารมณ์รับปากว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

พลังเยาวชนสานต่อ... ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 00:00:29 น.

พลังเยาวชนจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ กว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รวบรวมองค์ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และผลงานจากพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน ที่ร่วมกันคิดและจัดทำตัวอย่างโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจในงาน แคมป์สนุกคิดกับอินทัชปีที่ 12 "เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง" และน้องๆ เยาวชนยังได้ร่วมฟังปาฐกถาพิเศษจาก ศ.เกียรติคุณ น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานในงาน ภายใต้หัวข้อ "การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนวิถีพอเพียงอย่างยั่งยืน"เพื่อให้นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ ดอนเมือง

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นหลักคิด หลักปฏิบัติ เพื่อรับมือกับวิกฤติคือ ความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง หากไม่ป้องกัน ไม่รักษาเยียวยาให้ทัน จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวง ถ้านำเอาปรัชญานี้มาใช้กับชุมชน ชุมชนนั้นก็จะเข้มแข็ง ประเทศไหนนำเอาปรัชญานี้ไปใช้ประเทศนั้นก็จะเข้มแข็ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเช่น น้ำท่วมก็ดี แผ่นดินไหวก็ดี ก็เสียหายแต่ไม่มากนักยังลุกขึ้นมาได้

การนำเอาปรัชญานี้ไปใช้ นอกจากต้องมีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี คือ สร้างความเข้มแข็งรอบด้าน ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมแล้ว ยังต้องมี 2 เงื่อนไขคือ 1.ต้องพัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริตถ้านำไปใช้โดยหลอกลวงตัวเอง หลอกลวงคนอื่นก็จะไม่สำเร็จ 2.ปรัชญานี้ต้องวางอยู่บนฐานของความรู้ ผู้เอาไปใช้ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา และใช้อย่างรอบคอบด้วย ถ้านำไปใช้ในภาวะปกติชีวิตก็จะสมดุล แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดี" คำกล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ โดย ศ.เกียรติคุณ น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

ภายในงานเยาวชนต่างให้ความสนใจศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ร่วมกัน โดยจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการและผลงานของเยาวชนจาก 5 ตัวอย่าง โครงการเศรษฐกิจพอเพียง อันได้แก่ โครงการสถานีทดลองพันธุ์มันสำปะหลัง โรงเรียนร่องตาทีวิทยา จ.อุทัยธานี กับการเพิ่มผลผลิตการปลูกมันสำปะหลังให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม, โครงการศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นไมยราบยักษ์ โรงเรียนวังกระแสวิทยาคม จ.นครพนม ด้วยการนำทรัพยากรธรรมชาติและวัชพืชที่มีในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า, โครงการธนาคารจุลินทรีย์เพื่อสิ่งแวดล้อมโรงเรียนบ้านไร่อ้อย จ.พะเยา กับการรวบรวมและผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์จากวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม,

โครงการพิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตมุสลิม โรงเรียนบ้านบ่อหิน จ.สตูล เป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวมุสลิม และสร้างอาชีพเสริมให้กับคนในชุมชน และโครงการชมรมรักษ์ยิ้ม โรงเรียนราชวินิต มัธยม กรุงเทพมหานคร ที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในแบบตนเอง ส่งเสริมให้เยาวชนเห็นถึงคุณค่ามากกว่ามูลค่า และ 3 ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนและชุมชน ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้เห็ดนางฟ้า ชุมชนโพธิ์ทอง จ.นครศรีธรรมราช, ศูนย์การเรียนรู้พันธุ์ข้าว ชุมชนบ้านดักคะนน จ.ชัยนาท, ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตผ้าทอมือ ปกาเกอะญอ จ.ลำพูน  และในปีนี้แคมป์สนุกคิดกับอินทัชยังได้รับความร่วมมือครั้งสำคัญจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการดำเนินโครงการฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดและยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 5,700 คน จาก 1,735 โรงเรียน และ 50 มหาวิทยาลัย และมีตัวอย่างโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนรวม 35 โรงเรียน 35 จังหวัดทั่วประเทศ

นายทศพร เชียงขวาง (เลี่ยม) อายุ 21 ปี ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาพืชศาสตร์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม ผู้แทนนักศึกษาจากโครงการศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นไมยราบยักษ์ โรงเรียนวังกระแสวิทยาคม จ.นครพนม กล่าวว่า "ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง และภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้นเมื่อโรงเรียนสามารถต่อยอดไปสู่ชุมชนไมยราบยักษ์เป็นปัญหากับเกษตรกร โครงการนี้ช่วยเปลี่ยนวัชพืชที่ไร้ค่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่า ทำให้โรงเรียนและชุมชนมีรายได้เสริม มีการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นถ่านอัดแท่ง น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยหมักชีวภาพ กระดาษสาจากเปลือกไมยราบ สบู่คาร์บอนจากถ่านไมยราบ โคมไฟกระดาษสา ตุ๊กตาไม้ ปัจจุบันจัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัท มีบัญชีรายรับรายจ่าย มีโรงงานผลิต และมีการจัดหาตลาด สร้างรายได้ให้กับโรงเรียนและชุมชน มีเวทีนำเสนอและแสดงความคิดเห็นสู่ชุมชน ถ้าโรงเรียนและชุมชนพึ่งตนเองได้ เราก็จะอยู่อย่างมีความสุข"

น.ส.เจนจิรา หล้าปรารถนา (เจน) อายุ 16 ปี ชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านป่าเลา ผู้แทนนักเรียนจากศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตผ้าทอมือ ปกาเกอะญอ จ.ลำพูน กล่าวว่า "ศูนย์การเรียนรู้ฯ นอกจากจะรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้แก่ชุมชนแล้ว ยังช่วยสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับพี่ๆ เพื่อนๆเยาวชน, โรงเรียน และชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยโรงเรียนและชุมชนอื่นๆสามารถเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ได้ อยากให้เพื่อนๆเยาวชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดและรักษาภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป"

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง