คอลัมน์: เวที วาที: สมาคมนักมวย

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 26 มีนาคม 2555 00:00:18 น.
เทพ ธรรมรัตน์

หลายวันมานี้ยังไม่มีข่าวใดๆ จากวงการมวยแรงเท่ากับข่าว "เจ้าดำ" บัวขาว ป.ประมุข นักมวยดังระดับโลกแหกค่ายซ้อมหนีกลับบ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ โดยมีทางผู้จัดการและหัวหน้าคณะ 2 พ่อลูก ทำแค่ออกข่าวโดยมิได้ออกตามเจ้าบัวขาวแต่ประการใด

จะว่าไปแล้ว บัวขาว ป.ประมุข สมัยที่ขึ้นชกมวยไทยที่สนามมวยเวทีลุมพินี ก้องั้นๆ ดีกว่าประเภทเช้าชามเย็นชามไม่กี่มากน้อยเท่าไหร่

บัวขาว ไปเริ่มดังเอาตอนเข้าที่โปรแกรมรายการมวยเควัน ของญี่ปุ่น ในรุ่นน้ำหนัก 160 ปอนด์ โดยเจ้าดำ บัวขาว สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์เควัน รุ่น 160 ปอนด์ มาครองได้ถึง 2 สมัย ก่อนที่จะบุกไปเปิดตลาดมวยไทยอีกหลายๆ ประเทศในแถบยุโรป

บัวขาว จึงเป็นนักมวยไทยหนึ่งเดียวที่โด่งดังที่สุดในเกาะบูชิโด หากไม่นับถึงนักมวยสากลระดับแชมป์โลกของไทยอย่าง โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เขาทราย แกแลคซี่ หรือแม้แต่ "เจ้าหนึ่ง" ฉัตรชัย สาสกุล อดีตแชมเปี้ยนโลกจากค่ายเพชรยินดี ที่พักหลังนี้หันมาเอาดีทางเป็นเทรนเนอร์มวยโลก ก้อประสบความสำเร็จอย่างไม่ยากเย็นนัก

วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาว อดีตแชมเปี้ยนโลกเหล่านี้ล้วนเคยสร้างชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น และเป็นขวัญใจวัยรุ่นมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น

นอกจากกำนันเหนียวแล้วไม่มีใครรู้ว่า "บัวขาว" ค่าตัวมากน้อยเท่าใด มีแต่คาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าเยอะแยะ เพราะข่าวออกใหญ่ ออกโต ในการขึ้นชกทุกครั้ง  จะว่าไปแล้วกำนันเหนียว มีมวยดังระดับแนวหน้ามากมายหลายตัวไม่เป็นสองรองใคร  แต่อยู่นานๆ ไปแต่ละตัวไม่รู้เป็นไรทยอยหอบเสื้อผ้า "เผ่นหนี" ทิ้งพี่กำนันซะร่วมๆ หมดมวยตัวเก่ง

ราชันรำมวย นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร ประกาศเลิกชกมวย ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเผ่นหนีท่านกำนันไปเมื่อหลายปีก่อนโน้นเป็นคนแรก ท่ามกลางความเสียดายของแฟนๆ มวย

และดูเหมือนเจ้านำศักดิ์น้อยนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุให้ทางเวทีมวยลุมพินี ออกกฎให้นักมวยรับเงินค่าตัวด้วยตนเองจากห้องตั๋ว ส่วนหัวหน้าคณะให้ไปรับเอาจากโปรโมเตอร์

"น้องพร" พรสวรรค์ ป.ประมุข ก่อนที่จะกลายเป็นอดีตแชมเปี้ยนโลกรุ่นเล็กของสมาคมมวยโลก ก้อเป็นอีกคนที่หนีตีจากพ่อกำนัน ไปช่วยเมียขายอาหารแถวๆ บางใหญ่ จนกระทั่งใครต่อใครเสียดายฝีมือและอันดับโลก จึงได้ไปขุดขึ้นมาให้ขึ้นชกต่ออายุชิงแชมเปี้ยนโลกถึง 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะประสบความสำเร็จกับกระบวนการต่ออายุ ด้วยการคว้าเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกรุ่นเบาของสมาคมมวยโลก WBA มาครองได้สมใจอยาก

จากนั้นก้ออาศัยช่องทางตามกฎหมายมวยประกาศตัวเป็นอิสระทันทีที่หมดสัญญากับผู้จัดการหัวหน้าคณะดั้งเดิมเมื่อ"น้องพร" สภาพมวยเหลือน้อยจนน่าเป็นห่วง

คมพยัคฆ์ ซีพีเฟรชมาร์ท แชมเปี้ยนโลกคนดัง รุ่นไลต์ฟลายเวต 108 ปอนด์ ของสภามวยโลก WBC ซึ่งคว่ำ เอเดียน เฮอร์นันเดซ แชมเปี้ยนโลกชาวเม็กซิกันมาอย่างดุเดือดเลือดพล่าน มันหยดติ๋ง ติ๋ง เป็นที่ถูกอก ถูกใจ บรรดาแฟนมวยน้อยใหญ่ทุกระดับชั้นทั้งประเทศ

ว่ากันว่า เจ้าน้อย คมพยัคฆ์ เป็นผู้เขียนตำนานมวยโลกของไทยขึ้นมาใหม่ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2554 ที่เวทีมวยชั่วคราวในกรมการทหารราบที่ 11 บางเขน กรุงเทพฯ ภายใต้การส่องกล้องและสนับสนุนของ "บิ๊กซีพีเอฟ" พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ คนมีมวยในดวงใจ

และงานนี้เช่นเดียวกันที่นายใหญ่ค่ายซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ ชื่นชอบผลการชกของเจ้าน้อย คมพยัคฆ์ ถึงขนาดออกคำสั่งให้นำ

เทปการชกไปออกทางยูบีซี ให้แฟนมวยดูอีกให้หนำใจกับชัยชนะที่ดุเดือดสุดประมาณ   นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เจ้าน้อย คมพยัคฆ์ ก้อเป็นอีกหนึ่งนักชกที่อาศัยลูกเผลอของท่านกำนันเมื่อตอนใกล้หมดสัญญาหลบหน้าไปทำงานเป็นบ๋อยอยู่ 13 เหรียญ พักใหญ่ กว่าที่จะได้เจอกะ เสี่ยเน้า เพชรยินดี ผู้หยิบยื่นโอกาสสำคัญยิ่งแห่งชีวิตให้

ระเบียบของคณะกรรมการกีฬามวย ซึ่งกำหนดขึ้นตาม พ.ร.บ. มวย 2542   นักมวยที่มีอายุไม่ถึง 15 ปี สามารถทำสัญญาได้ครั้งละไม่เกิน 10 ปี และเมื่อหมดสัญญาแล้วสามารถต่อสัญญาได้อีกภายใต้เงื่อนไขของระเบียบและกฎหมายมวย

และนักมวยที่มีอายุเกินกว่า 15 ปีขึ้นไป สามารถทำสัญญาได้ครั้งละไม่เกิน 8 ปี โดยมีเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับนักมวยที่มีอายุไม่เกิน15 ปี

ข่าวว่า บัวขาว ป.ประมุข ทำสัญญาไว้ 8 ปี ในการทำสัญญาครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ.2553 ซึ่งเชื่อได้ว่ากำนันเหนียวท่านไม่มีวัน "หลวม" เหมือนเช่นครั้งที่ผ่านๆ ไปอย่างแน่นอน

ด้วยความที่ บัวขาว เป็นนักมวยซูเปอร์สตาร์ มีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนโลก จึงน่าเชื่อได้ว่าต่อให้มีมือที่ 2 ที่ 3 หรือไม่ก้อตามที  อีกไม่กี่วันก้อคงมีผู้ใหญ่ออกโรงมาเจรจาไกล่เกลี่ยให้ทั้งคู่อย่างแน่นอน และตอนจบภาคหนึ่งของหนังเรื่องนี้พี่น้องแฟนมวยต้องอย่ากะพริบตา

ส่วนเรื่องของเจ้ารุ่งเรืองเล็ก ลูกพระบาท ที่มีปัญหากับ "เสี่ยป้อ" ทายาทใหญ่ของอดีตนายใหญ่ค่ายลูกพระบาท เฮียน้อย วุฒิโสภากร นั้น

ยังคงตกลงอะไรกันไม่ได้ นอกจากเริ่มมีความโอนอ่อนผ่อนเข้าหากันบ้าง  รุ่งเรืองเล็ก ขอโทษ เสี่ยป้อ แต่จะยังไม่ขอชกมวยไทย   รุ่งเรืองเล็ก โดน รุ่งเรือง ผู้พ่อไปเซ็นต่อสัญญาครั้งสุดท้ายออกไปอีก 6 ปี ที่สำนักงานการกีฬาจังหวัดสระบุรี เมื่อปีพ.ศ.2553

และหากเป็นไปตามนี้ เจ้ารุ่งเรืองเล็ก จะเป็นไทอีกทีก้อราวปี 2559 โน่นละครับ  ระหว่าง เสี่ยป้อ ลูกพระบาท กะ เจ้ารุ่งเรืองเล็ก เวลาจะเป็นเครื่องตัดสินว่าใครจะหักหรือใครจะงอก่อนกัน

แต่ทั้งหมดนี้ก้อไม่น่ายินดีปรีดาเท่ากับบรรดายอดมวยเก่าในอดีตที่มี อนันตศักดิ์ รฟท. เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลังจากสิ้น "พี่บวม" แสนนภา พยัคฆ์โสภณ ไปแล้ว

อดีตนักมวยไทยยุค 60 ที่มีสารพัดโคตรมวยรวมกันอยู่ในยุคนั้น

ทั้ง อภิเดช ศิษย์หิรัญ เขียวหวาน ยนตรกิจ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต ราวี เชาชัย สมพงษ์ เจริญเมือง และใครต่อใครว่ากันไป 3 วัน 3 คืนก้อไม่หมด จนถึงยุคของ พลายน้อย รฟท. พันธ์ทิพย์ แก้วสุริยะ และ อนันต์ศักดิ์ รฟท. ต่อมาจนถึงยุคของ พุฒิ ล้อเหล็ก วิชาญน้อย พรทวี อะไรทำนองนั้น

นักมวยเก่าทั้งหมดล้วนมีกรรมโดนหลอกต้มยำทำแกงเรื่อยมาตั้งแต่ยุคเริ่มเกาะกลุ่มไขว่คว้าหามูลนิธินักมวยเก่า เพื่อเป็นที่พักพิงยามสังขารโรยราอายุขัยจวนเจียนได้ที่

อนันต์ศักดิ์ รฟท. กับพวกเคยบุกเวทีมวยราชดำเนินเข้าพบโปรโมเตอร์คนดัง คนสำคัญ เพื่อขายความคิดในการขอความช่วยเหลือหาทุนรอนจัดตั้งมูลนิธินักมวยเก่า

"กลับบ้านเราเถอะพี่" โปรโมเตอร์ตัวดีเสนอตัว และรับปากจัดมวยหาเงินช่วย
พอถึงวัน ว.เวลา น. แฟนมวยแห่ตีตั๋วเข้าอุดหนุนแน่นเวทีแทบแตก

แม้แต่เงินค่าตัวที่ เจ้าขุนพินิจ เกียรติตะวัน นักมวยที่ขึ้นชกในรายการคืนนั้นร่วมบริจาคสมทบด้วย 30,000 บาท ยังไม่รู้อยู่ที่ไหน นับประสาอะไรที่นักมวยเก่าไปถามถึงเงินที่ได้จากการจัดมวยแล้วโปรโมเตอร์คนจัดบอก "ไม่มี"

สุดท้ายก้อเลยถึงคิวที่ "ชาติซ้าย" สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย จับมือแอนด์โกกะ "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เจ้าของรายการเพชรยินดี โดยมี พล.ต.อนันตศักดิ์ ลักษณะละม้าย นายสนามมวยเวทีลุมพินีขณะนั้น ร่วมกันจัดมวยหาเงินให้ชมรมนักมวยเก่าไปราว 700,000 บาท เพื่อเป็นทุนรอนในการก่อตั้งมูลนิธิ

ที่ไหนได้พอได้เงินเรียบร้อย จดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิแล้วแตกกันเล๊ะ ล่อกันตุ้มเป๊ะ  นายกมวยฯ ชาติซ้าย ต้องอุ้มกระเตงบรรดานักมวยเก่าทั้งหมดไว้ใต้ร่มเงาของสมาคมฯ โดยมีอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ฯพณฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นตัวช่วยอยู่นมนานหลายขวบปี จนกระทั่ง อนันต์ศักดิ์ อีกนั่นละครับ ที่ไปพบ "เสธ.ยาว" พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา โดยบังเอิญหลังจากที่ไม่ได้เจอกัน 30 กว่าปี

เก้าอี้นายกสมาคมนักมวยที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้วพร้อมเทียบเชิญ จึงส่งถึงมือ "เสธ.ยาว" ด้วยความยินดี โดยมี "ชาติซ้าย" นายกฯ มวย ร่วมขบวนด้วย

เมื่อค่ำวันเสาร์ที่24 มี.ค.55 ที่ห้องพระยาประดิพัทธ์ภูวบาล ภายในสนามม้านางเลิ้ง กรุงเทพฯ จึงมีงานเลี้ยงต้อนรับนายกสมาคมนักมวยคนแรก "เสธ.ยาว" พล.อ. ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา ท่ามกลางยอดมวยดังในอดีตแน่นขนัด บรรยากาศชื่นมื่นและเป็นกันเอง

เสธ.ยาว พล.อ.ยุวนัฏ ขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกบนเวทีว่า ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ทุกคนให้ความไว้วางใจให้เข้ารับตำแหน่งนี้ โดยพร้อมและยินดีทำงานช่วยเหลือพี่น้องนักมวยอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ

กับได้ยืนยันว่าภายในปี 2555 จะหาเงินเข้าสมาคมให้ได้ 10 ล้านบาท เป็นอย่างต่ำ  และพร้อมกันนั้นได้บริจาคเงินส่วนตัวจำนวน 100,000 บาท ให้กับทางสมาคมด้วย  เร่ร่อน หมอนหมิ่น เป็นนกขมิ้นไร้รังมานานหลายปี  ได้ "บิ๊กยาว" เข้าร่วมเป็นกัปตันนายท้ายรอบนี้ นับเป็นโชคอย่างยิ่งของ "กลุ่มอดีตโคตรมวยแห่งแผ่นดินสยาม" ผู้สืบสานและสร้างตำนาน "มวยไทย" ให้คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

บรรยายใต้ภาพ
ธนินท์ เจียรวนนท์
ดร.พงษ์ วิเศษไฟฑูรย์
วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์
พล.อ.ยุวนัฎ สุริยกุล ณ อยุธยา
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง