'กำนัน'โวคนกรุงแห่ต้อนรับนับแสน ลั่นเดินหน้าเรียกแขกไล่ระบอบชั่ว

20 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.45 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีสวนลุมพินี กล่าวถึงการเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชน ถ.ตก ถ.เจริญกรุง และ ถ.จันทร์ ให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย อันเป็นรอบตัดเชือกเผด็จศึกแล้ว ซึ่งทุกคนที่ออกมาวันนี้ ประมาณการณ์นับแสนคน และแสดงเจตนารมณ์รับปากว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

วัดราชบูรณะ เมืองพิษณุโลก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2555 00:00:02 น.
บิ๊กสุ ภาพ/เรื่อง

"พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา..."

นี่คือคำขวัญประจำจังหวัดพิษณุโลก เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่กับประเทศไทย โดยมีชื่อเรียกต่างๆกันในศิลาจารึก ตำนาน นิทานและพงศาวดาร เช่น สองแคว สระหลวง สองแควทวิสาขะ ไทยวนที ฯลฯ โดยที่ตั้งตัวเมืองเก่า คือบริเวณวัดจุฬามณี ต่อมาประมาณ พ.ศ.1900 พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) โปรดให้ย้ายมาตั้งอยู่บริเวณตัวเมืองในปัจจุบัน โดยยังคงเรียกกันติดปากว่า "เมืองสองแคว" เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย

เมืองนี้มีวัดเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะสถาปัตยกรรมอยู่มากมายหลายวัด เช่น วัดราชบูรณะ วัดสำคัญตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกบริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่าน เยื้องวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) ตรงข้ามกับวัดนางพญา ซึ่งตามประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยตอนปลาย รัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) มีประวัติบนแผ่นป้ายไม้ข้อความว่า "วัดราชบูรณะเดิมไม่ปรากฏชื่อก่อสร้างมานานประมาณ 1,000 ปีเศษ ก่อนที่พระยาลิไทได้มาทรงบูรณปฏิสังขรณ์ จึงได้ชื่อว่า "วัดราชบูรณะ"  เดิมนั้นอาณาเขตของวัดราชบูรณะติดต่อกับวัดนางพญา เป็นพื้นที่เดียวกันในสมัยก่อน อยู่ในฐานะวัดพี่วัดน้อง ต่อมาในช่วงเดือน เมษายน พ.ศ.2502 กรมทางหลวงได้ตัดถนนพิษณุโลก-หล่มสัก คือ ถนนมิตรภาพ ตัดผ่านเนื้อที่ของวัดนางพญา และวัดราชบูรณะเฉียดอุโบสถไปจนต้องรื้อย้ายใบเสมาด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เหลือเนื้อที่เพียง 11 ไร่ 3 งาน 55 ตารางวา แต่ก่อน 2 วัดนี้ คือ วัดราชบูรณะ กับวัดนางพญา มีอุโบสถหลังเดียว ถือว่าเป็นวัดเดียวกัน อุโบสถของวัดนางพญาปัจจุบันสร้างเมื่อปี2512-2514 สมัยอาจารย์ถนอม เขมจาโร กับพระครูบวรชินรัตน์ ที่มีพิธีทำพระนางพญา หลังยันต์ดวง ปี 2514 เพื่อสมนาคุณผู้มาร่วมทำบุญสร้างอุโบสถ ฉะนั้นคำกล่าวที่ว่า วัดราชบูรณะนี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์นางพญา ดังที่กล่าวไว้ ก็ด้วยเหตุนี้

วัดราชบูรณะ ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 16/169 ถ.บรมไตรโลกนาถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลก บริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกเยื้องกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พิษณุโลก ตรงข้ามกับวัดนางพญา มีแม่น้ำน่านไหลผ่านวัดทางด้านทิศตะวันตก และมีถนนพุทธบูชาผ่านด้านข้าง ทิศเหนือมีถนนมิตรภาพตัดผ่านด้านหน้าวัดราชบูรณะ จนต้องรื้อย้ายใบเสมามุมพระอุโบสถด้านทิศตะในออกเฉียงเหนือ

วัดราชบูรณะเป็นวัดโบราณสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยก่อนรัชสมัยพระยาลิไท แต่ไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน  พระยาลิไททรงสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดาแล้ว ทองยังเหลืออยู่จึงได้หล่อพระเหลือขึ้น และทอดพระเนตรเห็นว่าวัดนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะขึ้นมาอีกครั้งจึงได้นามว่า "ราชบูรณะ"

วัดราชบูรณะมีโบราณสถานที่สำคัญๆ ที่เหลืออยู่คือ อุโบสถ วิหารหลวง และเจดีย์หลวงที่ตั้งอยู่ด้านหลังวิหารหลวง เมื่อพิจารณาตามหลักฐานทางโบราณสถานโบราณวัตถุคือ พระประธานในอุโบสถ และพระประธานในวิหารหลวงแล้ว เป็นสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยตอนปลาย จึงพอจะสันนิษฐานได้ว่าวัดราชบูรณะ คงจะสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยตอนปลาย ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 พระยาลิไทคงจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง หรือบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ จึงได้นามว่าวัดราชบูรณะ เพราะพระมหาธรรมราชาที่ 1 พระยาลิไทได้เสด็จครองราชย์ที่เมืองพิษณุโลก 7 ปี คือในระหว่างปี พ.ศ.1905 ถึงปี พ.ศ.1912 พระองค์ได้ทรงทำนุบำรุง ซ่อมแซมโบราณสถาน และโบราณวัตถุเมืองในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสูงที่สุดในกรุงสุโขทัยตอนปลาย วัดราชบูรณะนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างน้อย 3 สมัย ดังนี้ คือ ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเสวยราชย์ ณ เมืองพิษณุโลก 25 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2006 ถึง พ.ศ.2031 และรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งเสด็จเสวยราชย์ ณ เมืองพิษณุโลก 21 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2091 ถึงปี พ.ศ.2112 และในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในปี พ.ศ.2299 ทำให้วัดราชบูรณะมีสภาพที่แข็งแรง มั่นคงมาตลอดกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นสันนิษฐานว่าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เพราะได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถแล้วให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ และมีการบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารแล้วให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องพระพุทธประวัติ

มรดกล้ำค่าเก่าแก่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ของวัดราชบูรณะ มีมากมายหลายอย่าง เช่น วิหารหลวง พระประธาน เป็นพระประธานปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 เมตร สูง 5.50 เมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย มีรูปร่างละม้ายคล้ายพระพุทธชินราชมาก ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี 2 ชั้น สูง 1.50 เมตร ชั้นล่างสูง 1 เมตร เป็นรูปเท้าสิงห์ชั้นบนสูง .50 เมตร เป็นฐานบัวคว่ำ บัวหงายปิดทองกับเจดีย์หลวง และจิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวง ที่ได้รับการดูแลรักษาและบูรณะจากกรมศิลปากรอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันวัดราชบูรณะมีท่านพระครูสิทธิธรรมวิภัช หรือพระมหาสำลี หงษาชุม วราโภ เป็นเจ้าอาวาส พระนักพัฒนาและเคร่งครัดในจริยาวัตร ทำให้วัดราชบูรณะเจริญรุ่งเรือง สะอาดและสวยงาม ติดต่อกับทางวัดได้ที่หมายเลข08-9271-4787, 08-6674-097

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง