ข่าวอินโฟเควสท์
02:01 จีนแซงหน้าสหรัฐเป็นประเทศคู่ค้ามูลค่าซื้อขายสูงสุดของเยอรมนีในปีที่แล้ว   สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า จีนได้แซงหน้าสหรัฐ…
01:29 จีนยันไม่แสวงประโยชน์จากการลดค่าเงิน หลัง"ทรัมป์"กล่าวหาเป็น"สุดยอดแชมป์"ปั่นค่าเงิน   นายเก็ง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนไม่ม…
01:14 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐมีจำนวนทะลุ 600 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว   บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ รา…
01:02 "ทรัมป์"ลงนามคำสั่งประธานาธิบดียกเลิกกฏระเบียบที่เตะถ่วงเศรษฐกิจสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีในวันนี้เพื่อยกเล…
00:45 "ทรัมป์"ลั่นเตรียมเพิ่มงบประมาณด้านการทหารสูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะเพิ่มงบประมาณด้า…

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ผลสำรวจน่าตกใจ มหาแผ่นดินจีนทรุดตัวรวดเร็ว

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2555 00:00:22 น.
เรียบเรียงโดย ณรงค์ โตเขียวณรงค์ โตเขียว

จีนกำลังเผชิญปัญหาหนัก การขยายเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจทำแผ่นดินมังกรทรุดตัวในอัตราที่น่าตกใจ

ข้อมูลจากสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของทางการจีน ซึ่งนำมาเผยแพร่เพียงบางส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า เมืองกว่า 50 แห่ง ซึ่งเศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูบนแผ่นดินใหญ่ กำลังประสบปัญหาแผ่นดินทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง แม้มีการยุบตัวลงอย่างช้าๆ แต่ก็พบว่า มีเมืองที่ทรุดตัวอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเป็นนครใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง และซีอาน โดยมีการทรุดลงมากถึง 2-1/2 เมตร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา

นายเต้า ชิงฝา รองอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมทางธรณีวิทยาในสังกัดของกระทรวงที่ดินและทรัพยากร ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการสำรวจกล่าวว่า พบการทรุดตัวบนแผ่นดินใหญ่เป็นบริเวณกว้าง 79,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อสิ้นปี 2552 มากกว่าเกือบ 2 เท่าของการทรุดตัวในสหรัฐ ซึ่งกินบริเวณกว้าง 44,030 ตารางกิโลเมตร จากข้อมูลของสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ

การทรุดตัวที่น่ากลัวสุด เกิดขึ้นในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี, เขตที่ราบจีนทางภาคเหนือ และเขตลุ่มน้ำเฝินเว่ย โดยรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งได้ประกาศโครงการป้องกันแผ่นดินทรุดเมื่อเร็วๆ นี้ หวังว่าจะยับยั้งการทรุดตัวในทั้ง 3 เขตนี้ได้ภายในปี 2558

นอกจากนั้น ยังเกิดความเสี่ยงว่า จะเกิดแผ่นดินทรุดตัวมากขึ้นในอีกหลายมณฑล เช่น ก่วงตง จี๋หลิน ซินเจียง และไห่หนาน รัฐบาลจึงกำลังพยายามหยุดยั้งปรากฏการณ์นี้ในทั่วประเทศให้ได้ภายในปี 2563 โดยนายเต้าระบุว่า ในช่วงทศวรรษ 1920 แผ่นดินทรุดเคยเกิดอยู่ที่เมืองเทียนจิน และนครเซี่ยงไฮ้เท่านั้น แต่ภายในช่วงทศวรรษ 1970 ก็ได้ขยายไปยังเมืองอื่นๆ และขณะนี้ หลายพื้นที่ในเขตชนบทก็เริ่มทรุดตัวลงแล้ว

ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นทุกทีของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาดินทรุด การเกิดรอยร้าวของตึกระฟ้า รอยร้าวในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน การบิดตัวของรางรถไฟความเร็วสูง การเกิดหลุมบ่อบนทางหลวง โดยรัฐบาลปักกิ่งรับมือกับวิกฤตการณ์นี้ด้วยการวางแผนอัดฉีดมวลน้ำมหาศาลลงไปในชั้นใต้ดินในหลายเมืองภายในสิบปีนี้ ขณะที่ทางการเซี่ยงไฮ้ ทุ่มงบประมาณประจำปีหลายพันล้านหยวน ในการอัดน้ำลงใต้ดิน เพื่อสู้กับดินทรุดตัว

นายเต้าชี้ว่า การก่อสร้างตึกระฟ้า และการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ คือสาเหตุสำคัญของดินทรุดตัวในพื้นที่เมือง ซึ่งจะส่งผลให้อาคารสิ่งก่อสร้างพังเร็วขึ้น อีกทั้งสูญเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการบำรุงรักษาสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ทางรถไฟ ระบบระบายน้ำ เครือข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้า และการโทรคมนาคมสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ของจีนบางคนไม่เห็นด้วยกับแผนการรับมือของรัฐบาล โดยศาสตราจารย์ เฟิง จื้อหมิง แห่งสถาบันวิจัยภูมิศาสตร์และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติของสถาบันการศึกษาวิทยาศาสตร์ของจีน ระบุว่า แผนการอัดฉีดน้ำลงสู่ใต้ดินสำหรับเมือง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสิ้นเปลืองงบประมาณมากเกินไป โดยเมืองมากมายทรุดตัวเมื่อเศรษฐกิจบูม ไม่ว่าจะเป็นมหานครนิวยอร์ก กรุงโตเกียว และกรุงเม็กซิโก ซิตี แผ่นดินจะยังคงทรุดตัวไปจนกว่าเราจะหยุดการก่อสร้างตึกระฟ้า และการสูบน้ำบาดาล

ขณะที่ ศาสตราจารย์เจียง หมิงจิง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมใต้ดินแห่งมหาวิทยาลัยถงจี้ ในนครเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า การก่อสร้างอาคารควรคำนึงเรื่องการทรุดตัวของดิน และสิ่งที่เขาวิตกก็คือการทรุดตัวของดินในย่านใกล้เคียงกัน แต่ด้วยอัตราความเร็วที่ต่างกัน

"ตึกระฟ้าอาจเกิดการเอียงตัวไปหาอีกตึกหนึ่ง" เขาอธิบาย  ศาสตราจารย์เจียง แนะว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลปักกิ่งในตอนนี้ ไม่ใช่การหยุดแผ่นดินทรุดตัว แต่คือการจัดตั้งเครือข่ายคอยตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และตึกอาคาร

"เมืองอาจใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะจม แต่ตึกระฟ้าอาจพังถล่มในชั่วข้ามคืนก็ได้" เขาเตือน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง