ข่าวอินโฟเควสท์
22:13 USGS เผยเกิดแผ่นดินไหว 5.3 ที่เมืองซาบัง อินโดนีเซียวันนี้   สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหววัดระดับความรุนแร…
22:02 ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดแทบจะทรงตัว ท่ามกลางนโยบายที่เป็นบวกของธนาคารกลางสำคัญๆ   ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดแทบจะทรงตัวในวันนี้ ภายหลังจากที่แถลงการณ…
21:33 รัสเซียส่งเทียบเชิญผู้นำเกาหลีเหนือร่วมงานครบรอบ 70 ปีชัยชนะสงครามโลก   รัสเซียได้ส่งจดหมายเชิญนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเข้าร่วมงานฉลองใน…
21:22 ประธาน ADB ชี้ราคาน้ำมันอ่อนตัวส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเอเชีย   นายทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในเอเชียจ…
21:07 ราคาทองฟิวเจอร์ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังตลาดหุ้นพุ่งแรง,เงินสกุลดอลลาร์แข็งค่า   ราคาทองฟิวเจอร์เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในระ…

'โคคา'สยายปีกลุยตลาดต่างประเทศ เปิดไลน์ชาพร้อมดื่มเสริมฐานธุรกิจสุกี้

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม 2555 00:00:03 น.

"โคคา"ลุยเต็มสูบขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาต่างจังหวัดดูดลูกค้าเพิ่ม หลังร้านสุกี้และปิ้งย่างในเขตเมืองกรุง มีจำนวนผู้เล่นและการแข่งขันรุนแรง พร้อมผนึกพันธมิตรเปิดไลน์การผลิตชาใหม่ หวังต่อยอดธุรกิจหลักขาที่สอง คาดปีแรกโกยรายได้ 18 ล้านบาท เผยวางใจหลังเปิดเออีซีไม่กระทบธุรกิจร้านอาหาร

นายพิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทางบริษัทได้เปิดสาขาไปแล้วทั้งสิ้นรวม 9 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขาภายในประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ สุกี้โคคา สาขาเมกะบางนา, แมงโก้ ทรี บิสโทร สาขาเมกะบางนา และโคคา กริลล์ สาขาเทสโก้ โลตัส บ้านบึง จ.ชลบุรี ส่วนในต่างประเทศนั้นเปิดแล้ว 6 สาขาในครึ่งปีแรก ได้แก่ แมงโก้ ทรี เดลี่ ที่เมืองโยโกฮามา และเมืองชิบูยา ประเทศญี่ปุ่น, แมงโก้ ทรี คาเฟ่ ที่เมืองฟุกุโอกะ และเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น, แมงโก้ ทรี บิสโทร ประเทศอินโดนีเซีย และแมงโก้ ทรี เดอะ โฟร์ท ประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับแผนการเปิดสาขาในครึ่งปีหลัง ได้เตรียมที่จะเปิดสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศเพิ่มอีก 8 สาขา โดยในไทยจะเปิดอีก 2 สาขา ได้แก่ โคคา กริลล์ สาขาเทสโก้ โลตัส บางนา จะเปิดในเดือน ส.ค. และโคคา กริลล์ อีก 1 สาขา ขณะนี้กำลังพิจารณาเรื่องทำเล ซึ่งวางแผนจะเปิดในเดือน ธ.ค. ในขณะที่ในต่างประเทศจะเปิดอีก 6 สาขา ได้แก่ โคคาสุกี้ ประเทศสิงคโปร์ เปิดในเดือน ก.ค., สุกี้โคคา ประเทศอินโดนีเซีย เปิดเดือน ก.ย., สุกี้โคคา ประเทศเวียดนาม เปิดเดือน ต.ค., แมงโก้ ทรี บิสโทร ประเทศอินเดีย เปิดเดือน ก.ย., แมงโก้ ทรี ประเทศฮ่องกง เปิดเดือน พ.ย. และแมงโก้ ทรี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเดือน ธ.ค.

"ทางเรามีนโยบายขยายสาขาออกไปนอกเขตเศรษฐกิจเดิมที่ปกติเราจะเน้นขยายสาขาในย่านธุรกิจอย่างสีลม สุขุมวิท และสาทร ไปยังชานเมืองและต่างจังหวัด รวมไปถึงการเร่งขยายสาขาในต่างประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรและปัญหาผู้ชุมนุมทางการเมือง จากประสบการณ์ที่เราเคยได้รับเมื่อครั้งมีการชุมนุมใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมองว่าตลาดอาหารปิ้งย่าง และสุกี้มีผู้เล่นจำนวนมาก มีการแข่งขันกันสูง แตกต่างจากต่างจังหวัดที่ภาพรวมตลาดปิ้งย่างและสุกี้ที่อยู่ในห้างฯ ยังไม่มีผู้เล่นมากเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภค จึงเป็นการดีที่ทางเราจะขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายสาขาไปตามห้างเทสโก้ โลตัส เนื่องจากโลตัสมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง อีกทั้งยังมีฐานลูกค้าที่มากกว่าทำให้ได้เปรียบในเรื่องจำนวนลูกค้าที่เข้ามารับประทานในแต่ละวัน"

โดยในปีนี้บริษัทมีแผนในการใช้งบประมาณด้านการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท ในการขยายสาขาในปี 2555 แบ่งเป็นสาขาในประเทศทั้งสิ้น 6 แห่ง ส่งผลให้โคคาจะมีสาขาในประเทศทั้งสิ้น 19 แห่ง และการขยายสาขาในต่างประเทศอีก 12 แห่ง รวมเป็นสาขาต่างประเทศทั้งสิ้น 52 แห่ง พร้อมกันนี้ในปี 2556 บริษัทยังมีแผนที่จะขยายจำนวนสาขาเพิ่มทั้งสิ้นอีก 15 สาขา ซึ่งแต่ละแห่งใช้งบประมาณในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อสาขา

ซึ่งจากการมุ่งมั่นขยายสาขาของทางโคคาจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานประมาณ 25-30 คนต่อสาขา

ด้านผลประกอบการของทางโคคาในครึ่งปีแรกของปี 2555 นั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีรายได้รวมทั้งในและต่างประเทศอยู่ที่ 655 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 48% จากเป้าการเติบโตเดิมที่ตั้งไว้คือ 25% นับเป็นครั้งแรกของบริษัทตั้งแต่ก่อตั้งมาร่วม 55 ปี ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ซึ่งแบรนด์ที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดในประเทศยังคงเป็นสุกี้โคคา และในต่างประเทศเป็นแบรนด์แมงโก้ ทรี โดยมีเป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 1,310 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 800 ล้านบาท

ขณะเดียวกันทางโคคายังได้เปิดเกมใหม่เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า ทางสมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ และเฟซบุ๊ค ภายใต้ชื่อ coca land สำหรับลูกค้า ที่ชื่นชอบเกมปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ และสามารถนำมาแลกอาหารภายในร้านทั้งผัก เนื้อสัตว์ วุ้นเส้น ฯลฯ ภายในร้านได้ทุกสาขา

พร้อมกันนี้ นายพิทยา ยังกล่าวต่อว่า สำหรับไลน์การผลิตเครื่องดื่มชาแบรนด์ใหม่ 3 รสชาติ คือ ชาเขียว ชาอู่หลง และเก๊กฮวยจัสมิน ที่ทางบริษัทวางให้เป็นธุรกิจหลักขาที่สอง โดยการร่วมทุนกับบริษัทไอดีล บริษัทไอดีลฟู้ดแอนด์เบฟเวอร์เรจ จำกัด ทั้งนี้ในเฟสแรกลงทุนไปแล้วกว่า 70-80 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนให้ถึง 150 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์อะควา (aqua) นั้น ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นผลิตภัณฑ์ชาที่ไม่มีน้ำตาล ใช้วัตถุดิบจากใบชาจริง มีกำหนดที่จะวางขายในช่องทางการจำหน่ายที่ 7-11 กับขนาด 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท โดยจะวางขายในช่วงก่อนจะถึงสิ้นปี 2555 พร้อมกับตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 18 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนในปี 2558 นั้น นายพิทยา มองว่า ธุรกิจร้านอาหารและทางโคคาจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด หรือหากจะมีก็เป็นเพียงส่วนของการลงทุนในเรื่องเครื่องมือเท่านั้น เนื่องจากร้านอาหารโคคาใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด ซึ่งหากถึงวันนั้นเมื่อมีการเปิดเออีซีจริง จะทำให้วัตถุดิบจำพวกผัก เนื้อสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น และหวังว่าราคาต้นทุนวัตถุดิบจะถูกลง แต่สิ่งที่น่าวิตกคือเรื่องการไหลเข้ามาของแรงงานต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับทางร้านอาหารแต่จะส่งผลต่อแรงงานชาวไทย ที่ปัจจุบันยังไม่นิยมทำงานด้านบริการร้านอาหาร และยังเลือกงานที่ทำอยู่นั่นเอง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง