เม็ดบัว...ยาแก้โรคหัวใจ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2555 00:00:28 น.
กิตติ หมอใบไม้

เชื่อว่าท่านทั้งหลาย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักฝักบัวที่ผมกล่าวถึงคงไม่ใช่ฝักบัวใช้อาบน้ำแน่นอน...ฝักบัวที่พูดถึงคือฝักบัวกินได้ เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง ซึ่งขึ้นทั่วไปตามหนองบึงต่างๆ ฝักบัวเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง เราสามารถพบเห็นตามข้างบาทวิถีแถบชานเมือง หรือในต่างจังหวัด ฝักบัว ชนิดนี้เป็นผลผลิตจากบัวสัตตบงกต

คือบัวที่ใช้ส่วนดอกเพื่อถวายพระตามความเชื่อของชาวพุทธเรานั่นเอง บัวสัตตบงกตมีทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในแหล่งน้ำทั่วไป หรือเกษตรกรบางรายลงทุนปลูกเอง เรียกว่าการทำนาบัวแทนที่ใช้พื้นที่ไปทำนาข้าว

เหตุผลเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำมาก หากทำนานข้าวอาจได้รับความเสียหายเมื่อน้ำหลาก ทำนาบัวดีกว่าน้ำมาก็ไม่ต้องกังวล

นอกจากบัวสัตตบงกตสามารถตัดดอกขายได้ทั้งปี...ฝักบัว หรือที่จริงคือเมล็ดของมัน ยังสามารถตัดขายได้เช่นกัน และสร้างรายได้ให้ตลอดไม่แพ้การตัดดอก...ฝักบัวเป็นของกินได้

ฝักบัว...อาจไม่ใช่อาหารหรือขนมที่ผู้คนต้องกินในชีวิตประจำวันแต่ฝักบัวก็ไม่เคยถูกลืมเลือน แม้วันนี้ฝักบัวอาจเป็นของหายากหน่อย ในเมืองอย่างเช่นกรุงเทพฯ แต่ทุกครั้งที่เราออกเดินทางก็จะพบฝักบัวถูกนำมาวางขายข้างทางเรียงรายเป็นแถวเป็นย่าน ควบคู่กับสินค้าตัวอื่น

ออกไปพ้นกรุงเทพฯ หน่อยเดียว แถวบางบัวทองก็มี แถวพุทธมณฑลก็หาได้...ล่าสุดผมไปจังหวัดอุบลราชธานีมา ไปเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาที่นั่น

นอกจากได้เห็นความอลังการงานสร้างของเทียนพรรษาชาวอุบลฯ งดงามจนสุดบรรยาย มีรายละเอียดมากมาย งานนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชิญไป ถือว่าโชคดีสองชั้น

นอกจากได้เห็นงานเห็นประเพณีสวยงามคือ งานแห่เทียนพรรษา แม้จะผ่านไปนานแรมเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่ลืมเลย...ผมยังได้ไปกินฝักบัว หรือจะให้ถูกต้องต้องเรียกว่า กินเมล็ดบัวนั่นเอง

และทราบมาว่า ที่ จ.อุบลราชธานี คือแหล่งปลูกบัวใหญ่มาก ก็ยังไม่กล้ายืนยันว่าใหญ่ที่สุดของประเทศหรือเปล่า รู้แต่ว่าจากการที่ จ.อุบลราชธานี ได้ชื่อนี้มา มันมีความหมายว่า เป็น "เมืองแห่งดอกบัวนั่นเอง" อะไรจึงดูลงตัวไปหมด เมื่อมีงานแห่เทียนพรรษา มีวัดวาอารามเหลือคณานับ มีอะไรหลายอย่างเกี่ยวพันพระพุทธศาสนา ดอกบัวนี่ก็ใช่เพราะคนทั่วไปใช้บูชาพระเป็นหลัก

ถามไถ่จากพ่อค้าซึ่งมาเสนอขายฝักบัวถึงริมรั้ววัด บอกว่า ที่เมืองอุบลมีดอกบัวกับฝักบัวให้เก็บได้ตามชอบใจ เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ใครขยันมีความอดทนไม่กลัวฟ้าฝน แล่นเรือออกไปสามารถใช้เรี่ยวแรงที่มีดึงเอาทึ้งเอาตามสบาย เพียงแต่ว่าอย่าทำลายสภาพแวดล้อมให้เสียหายเท่านั้น หลวงท่านมิหวงห้ามประการใด

สำหรับผู้รักอาชีพนี้ที่เมืองอุบล ต่างคนก็ใส่ใจไม่มีใครละเมิดกฎเกณฑ์กัน เมืองอุบลจึงมีผลิตภัณฑ์จากบัวให้เก็บไม่เคยหมด

จึงช่างน่าอิจฉาคนที่นี่จริงๆ...ผมอุดหนุนฝักบัวจากพ่อค้ารายนี้มาหนึ่งหอบ...แล้วก็จ่ายแจกเพื่อนฝูงให้ช่วยกันกิน

แรกๆ...หลายคนอิดออดบอกไม่ชอบกินบ้าง ขี้เกียจแกะบ้าง ผมก็ว่าไม่เป็นไรแต่ขอให้รับไว้คนละ 1 ฝักเป็นสมบัติส่วนตัวก่อน...ระหว่างเดินทาง ผมจึงเริ่มบรรยายสรรพคุณของเมล็ดบัวให้ทุกคนฟัง พอทุกคนรู้ว่ามันดี ยังไงตอนนี้ฝักบัวดูเหมือนว่าจะเป็นที่ต้องการของทุกคนแล้ว ไอ้ที่วางทิ้งขว้างไม่สนใจเริ่มมีเจ้าของขึ้นมา

ก็จะขอพูดถึงสรรพคุณของเมล็ดบัวให้ท่านได้ทราบบ้าง

...ใครที่ไม่ต้องการเป็นโรคหัวใจ...เมล็ดบัวช่วยได้...หรือใครมีปัญหาหัวใจ ไม่ใช่อกหัก แต่เป็นโรคหัวใจอยู่ ก็กินเมล็ดบัวซะช่วยได้

คุณสมบัติของเมล็ดบัว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ..."คือดีบัว"ดีบัวอยู่ชั้นใน หรือตอนกลางของเมล็ด มีสีเขียวๆ ชิ้นเล็กๆ แทรกอยู่ ตอนเด็กๆ เมื่อได้กินเมล็ดบัว เพื่อนๆ ส่วนใหญ่มักเด็ด หรือสะกิดดีบัวทิ้ง เพราะรสชาตมันขม ไม่อร่อย เด็กจึงไม่ชอบ โดยไม่ทราบว่านี่คือของดีสมชื่อว่าดีบัว...วันนี้นอกจากมีคนเก็บฝักบัวมาขาย...ยังมีคนแยกเมล็ดบัวนำไปทำแห้ง และยังนำดีบัวต่างหากมาทำแห้งด้วย ขายเป็นชาดีบัว

เรื่องราคาแน่นอนว่าต้องแพง เพราะเสียค่าแรงในการแกะ หรือคัดแยกออกมา ดีบัวจึงกลายเป็นยาไปโดยปริยาย เพราะมันมีสรรพคุณน่าสนใจมาก

ดีบัว...มีสรรพคุณช่วยในการขยายเส้นเลือด เพราะมันมีสาร "เม็ธธิล คอรีแพลิน" หากหลอดเลือดทั่วไปขยายตัวได้ดี หลอดเลือดหัวใจก็ย่อมดีตามไปด้วย

เมื่อหลอดเลือดหัวใจทำงานได้ดี ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ หรือหัวใจวายย่อมต่ำลง เพราะกล้ามเนื้อหัวใจไม่ต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือด เรื่องของความดันสูงก็จะไม่เป็น ทั้งนี้นอกจากดีบัวมีสาร "เม็ธธิล คอรีแพลิน" ความขมของดีบัง ซึ่งหลายคนไม่ชอบและสะกิดมันทิ้ง ยังมีสาร "อัลคาลอยด์" อ่อนๆ ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อตับ แต่กลับไปช่วยตับในระบบของน้ำตาล จึงมีผลต่อการลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดีอีก

อย่างที่โบราณท่านว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา กับดีบัวภาษิตบทนี้ใช้ได้เลยไม่ต้องลอง...จึงไม่น่าแปลกว่า เหตุไฉน คนสมัยก่อนจึงไม่ค่อยมีใครเป็นโรคหัวใจกันมาก

โดยพฤติกรรม ฝักบัวไม่นับเป็นผลไม้ แต่เป็นของที่คนโบราณชอบกินเล่น ไม่รู้จะกินอะไรก็เดินไปชายน้ำ หรือพายเรือออกไปหน่อยแล้วไปเก็บฝักบัวมานั่งปลิ้นเมล็ดบัวกินกันเป็นที่สนุกสนาน คนโบราณกินเมล็ดบัวเล่น โดยไม่รู้ว่ามันมีฤทธิ์เป็นยา ทั้งเป็นยารักษาโรคหัวใจด้วย

ยังจำได้ดี เมื่อตอนเด็กๆ ไปบ้านเพื่อน พ่อเพื่อนออกไปหาปลาเพื่อจะทำกินตอนเย็น นอกจากได้ปลาสารพัดติดข้องมาแล้ว ยังมีฝักบัวอีกหอบใส่ท้องเรือมาด้วย

ระหว่างนั่งรออาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ช่วยกันแกะเมล็ดบัวใส่ปากอย่าง เอร็ดอร่อย และก็ไม่ได้คิดอีกเช่นกันว่าเรากำลังกินยาป้องกันโรคหัวใจ กิจกรรมของเด็กตอนนั้นต่างจากวันนี้ เราต้องอยู่กับธรรมชาติตลอดเวลา หากเป็นเด็กยุคนี้ ก็คงใช้เวลาด้วยการเล่นเกม

วันนี้สังคมเปลี่ยนไป เราหาฝักบัวในเมืองที่ตรงไหน คงจะเดินออกนอกบ้าน ไปหัวสะพานเก็บฝักบัวกิน มันคงเป็นภาพของอดีต แต่ก็ยังไม่เลวร้ายจนเกินไป แม้บ้านเราไม่มีฝักบัวให้เก็บกิน แต่ฝักบัวก็ยังมีให้เห็น มีคนเก็บมาขาย ตามชานเมืองยังมีฝักบัววางจำหน่าย หรือในเมืองก็มีบ่อยๆ ที่เห็นพ่อค้าแม่ขาย หาบฝักบัวมาเร่ตามบาทวิถี...เมื่อใดก็ตามที่เจอะเจอฝักบัว ขอให้ทราบว่าเราได้เจอยาดี รีบซื้อกินซะ กินทั้งเนื้อทั้งดีที่ขมๆ นี่แหละ อย่าไปแกะทิ้งเสียล่ะ ไม่ต้องกินทุกวันก็ได้ แต่เจอเมื่อไรก็อย่าให้พลาดแล้วกัน มันน่าเสียดาย

และหากใครเจอที่ไหนมีฝักบัวขาย ก็ช่วยบอกต่อหน่อย บอกหมอใบไม้ด้วยก็ได้ แล้วโทร.มาคุยกัน หากได้ผลยังไง หรือต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพก็เชิญ หมายเลข 08-5151-8844

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง