3จว.ผวาคำขู่ปิดเมืองหนีภัย-โจรใต้ ลามสู่4อำเภอสงขลาด้วย รวบทันควัน2โจ๋ตระเวนขู่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2555 00:00:14 น.

คำขู่โจรใต้ได้ผล นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา กับอีก 4 อำเภอของสงขลา ปิดเมืองเงียบสนิท ชาวบ้านหวาดผวากลัวตาย ไม่เชื่อน้ำยาเจ้าหน้าที่รัฐจะดูแลปกป้องชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างที่คุย เผยนราธิวาสเป็นอัมพาตรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดกว่า 300 คัน หยุดวิ่ง ถนนหนทางเงียบ ไม่มีผู้คนสัญจร ส่วนปัตตานีตำรวจตามรวบ 2 สมุนโจรใต้ขณะออกตระเวนข่มขู่ชาวบ้านไม่ให้เปิดร้านขายของ หิ้วตัวสอบเค้นหาผู้บงการแล้ว และตามจับแนวร่วมโจรใต้ได้อีก 2 เป็นมือเผากล้องวงจรปิดป่วนเมือง

นราธิวาสเมืองร้าง

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ภายหลังจากที่โจรใต้ออกมาแจกใบปลิวประกาศข่มขู่ให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนหยุดกิจการทุกวันศุกร์จากนี้ไป มิฉะนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน โดยในบางพื้นที่ขู่จะตัดหัว หรือตัดใบหูผู้ที่ขัดคำสั่ง ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พากันปิดร้านหยุดขายไปกว่าร้อยละ 70 ทำให้ย่านธุรกิจที่สำคัญๆ ของแต่ละอำเภอกลายสภาพเป็นเมืองร้างไปโดยปริยาย ถึงแม้จะมีตำรวจ-ทหาร แบ่งกำลังเดินออกประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังส่งผลไปถึงบริการรถตู้โดยสารที่วิ่งรับ-ส่งประชาชนจากสถานีขนส่งจังหวัดนราธิวาส ถึงปลายทางจังหวัดยะลา-ปัตตานี และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กว่า 300 คัน ต่างหยุดให้บริการในวันนี้ทั้งหมดเช่นกัน

ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ 13 อำเภอ ของนราธิวาส พบว่าบรรดาร้านค้า-ร้านขายอาหารต่างพากันปิดร้านร้อยละ 95 โดยแม่ค้าจากเขตรอบนอกไม่กล้านำของเข้ามาขายในเมือง เนื่องจากหวาดกลัวว่าระหว่างเดินทางในเส้นทางที่เสี่ยงอาจได้รับอันตรายจากการไม่เชื่อฟังคำสั่งของโจรใต้ได้ ทำให้ร้านค้าและร้านมินิมาร์ทต้องปิดร้านไปโดยปริยาย ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐที่มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ ของนราธิวาสหลายกองร้อย ไม่สามารถซื้ออาหารในตลาดไปเลี้ยงกำลังพลในฐานปฏิบัติการได้ ต้องกินมาม่าและปลากระป๋องแทน ขณะที่ร้านค้าชาวไทยพุทธที่เปิดร้านซึ่งมีอยู่ไม่กี่ร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้นำกำลังเข้าไปดูแลอย่างเข้มงวดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการค้า

ตร.-ทหารตรึงกำลังไร้ผล

ด้าน พ.ต.อ.ขวัญดี ฉิมพลี ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ได้จัดชุดสายตรวจเข้าไปดูแลร้านค้า พร้อมกับประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ร้านค้าเปิดขายของเนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ส่วนบริเวณนอกเขตเทศบาลซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยนั้นได้จัดชุดราวีออกปฏิบัติการประจำจุด หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

วันเดียวกันนี้ น.ท.พิสิษฐ์ จินตโกศลวิทย์ ผบ.ฉก.นราธิวาสที่ 33 กองทัพเรือ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับกลุ่มแม่ค้าขายผักและขายหมูในตลาดที่เหลืออยู่ไม่กี่ร้าน ซึ่งขายดีและหมดอย่างรวดเร็ว และมีการประสานไปยังโครงการฟาร์มตัวอย่างและโครงการเศรษฐกิจพอเพียงหลายแห่ง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอให้นำพืชผลทางการเกษตรมาขายในตลาดแทน ในการแก้ปัญหาผักขาดตลาด และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

ตลาดสดปัตตานีเงียบ

ส่วนที่ จ.ปัตตานี มีรายงานว่า บรรยากาศบริเวณตลาดเทศวิวัฒน์ 1 ซึ่งเป็นตลาดสดเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ที่วันปกติจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของกันจนแน่นตลาด ในวันนี้เป็นวันศุกร์ร้านรวงมากมายกลับปิดเงียบหยุดให้บริการตามคำสั่งของโจรครองเมือง ทั้งตลาดเหลือสินค้าวางจำหน่ายเพียง 10 แผงเท่านั้น นอกจากนี้ภายในตัวเมืองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ร้านค้าต่างๆ พากันหยุดกิจการทั้งหมด ตามเส้นทางสัญจรก็ไม่มีผู้คนออกมาเดิน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลตามคำขู่ของโจรใต้มากกว่าจะเชื่อฟังเจ้าหน้าที่รัฐ

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าได้ความว่า เมื่อช่วงเช้ามีข้าราชการระดับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้าน โดยมีตำรวจ-ทหาร และ ขรก.ฝ่ายปกครอง เฝ้าตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่ปรากฏว่า พอผู้ใหญ่เดินทางกลับ เจ้าหน้าที่ก็ชิ่งหายไปหมด จนเกิดความหวาดระแวงภัยขึ้นอีกครั้ง ที่สุดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทุกคนตัดสินใจเก็บข้าวของปิดร้านดีกว่า และเชื่อว่าในที่สุดอิทธิพลของโจรใต้ก็จะสยายปีกเข้ามาครอบงำชาวบ้านตามที่ต้องการ

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของ สภ.เมืองปัตตานี ที่ถูกจัดชุดให้คอยแฝงตัวปะปนอยู่กับชาวบ้านในพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ปัตตานี สามารถตะครุบตัวชายวัยรุ่น 2 คน ขณะขับรถกระบะออกตระเวนข่มขู่ชาวบ้านและร้านค้าห้ามไม่ให้ขายของในวันศุกร์ได้ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามาจากพื้นที่ อ.สายบุรี และได้รับคำสั่งการให้ตระเวนข่มขู่ชาวบ้าน ต่อมาถูกนำตัวไปสอบปากคำขยายผลหาตัวผู้บงการอย่างเร่งด่วนแล้ว

4 อำเภอสงขลาก็ปิด

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการปิดร้านค้าขายในวันศุกร์พบว่าในพื้นที่ 4 อำเภอรอยต่อจังหวัดสงขลา ยังคงมีการปิดร้านต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยเฉพาะในพื้นที่ 2 อำเภอที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง คือ อ.จะนะ และ อ.เทพา ที่ปิดร้านไปกว่า 60% ส่วน อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ปิดร้านประมาณ 40-50% แม้ทางจังหวัดจะพยายามออกมาสร้างความมั่นใจและกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่เนื่องจากกระแสข่าวลือที่ออกมานั้นมีการบอกต่อกันเป็นทอดๆ ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่มั่นใจในสถานการณ์ ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเดินหน้าในการรณรงค์และสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ 2 อำเภอที่พบว่ามีการปิดร้านกว่า 60% หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ อาจมีแนวโน้มที่ทำให้มีการปิดร้านค้าเพิ่มสูงขึ้นได้ โดยจะได้เร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำนำมาตรการที่มีประสิทธิภาพมาดำเนินการต่อไป

รวบ 2 โจรใต้ขณะกบดาน

วันเดียวกันที่สถานีตำรวจภูธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ศราวุฒิ เอี่ยมสำราญ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง ได้นำตัว นายมูหาหมัดสุกรี สาและ อายุ 33 ปี และนายฮากีม กูนา อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ อ.ยะรัง ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มก่อความไม่สงบได้ลอบทำลายและวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้าจนได้รับความเสียหายหลายตัว โดยในการจับกุมครั้งนี้เนื่องจากว่ากล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทำลายนั้นสามารถจับภาพได้ขณะลอบทำลายและวางเพลิงเผา ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนจนรู้ตัวและจับกุมได้ขณะหลบซ่อนตัวภายในบ้านพักในพื้นที่ อ.ยะรัง จึงนำตัวไปสอบขยายผลก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร้านค้ายะลาส่วนใหญ่ปิด

ส่วนบรรยากาศที่ จ.ยะลา วันนี้ ส่วนใหญ่ร้านรวงในตัวเมืองพากันปิดให้บริการเช่นเดียวกัน เหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้านเท่านั้นที่เปิดขายตามปกติ โดยนายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ยะลา ได้นำกำลังตำรวจ-ทหารจำนวนหนึ่งออกเดินสำรวจโดยรอบของตลาดสดในตัวเมือง เพื่อเยี่ยมเยียนและสอบถามบรรดาแม่ค้าพ่อค้าเพื่อให้กำลังใจ พร้อมทั้งกล่าวว่า ร้านค้าของพี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามที่ปิดร้านในวันศุกร์ ก็เป็นเรื่องปกติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวันศุกร์นี้ ปรากฏว่าได้มีร้านค้าที่เป็นคนไทยพุทธ-จีน และมุสลิมบางส่วนได้เปิดร้านขายของกันตามปกติ ส่วนกระแสข่าวลือที่สร้างขึ้นจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อหวังให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบใบปลิวหรือหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันว่ามีการสั่งการอย่างเป็นรูปธรรมของกลุ่มเครือข่ายใด จึงขอวอนให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อย่าได้ตื่นตระหนกกับข่าวลือที่เกิดขึ้น ทุกร้านสามารถเปิดขายของได้ตามปกติ โดยตนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ลงพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับตลาดสดและแหล่งจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ของทุกอำเภออย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการที่เปิดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่แล้ววันนี้

บรรยายใต้ภาพ
ปิดตลาด

บรรยากาศในพื้นที่ จ. นราธิวาสในหลายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ พบว่าร้านค้า ร้านขายอาหารต่างพากันปิดร้าน 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังมีกลุ่มคนร้ายข่มขู่ห้ามขายของในวันศุกร์ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างหวาดกลัว จึงพากันปิดร้าน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง