'ถาวร'ประณามรัฐปมบึ้มบ้าน'ณรงค์' เชื่อตำรวจจับมือใครดมไม่ได้

วันที่ 21 เม.ย. 57 นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านพักของนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 เม.ย. นั้น นายถาวร เห็นว่า เรื่องนี้ไม่มีใครคิดเป็นอย่างอื่นได้ เชื่อว่าสาเหตุมาจากเรื่องการเมืองที่นพ.ณรงค์...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ยึด100ล้านแก๊งยามนัสหมายจับ10

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 30 ตุลาคม 2555 00:00:58 น.

ตำรวจลำปางลุยยึดทรัพย์เครือข่ายแก๊งค้ายาบ้า "ด.ต.มนัส" ได้กว่า 100 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับ "มานะ แซ่ลี" เครือข่ายคนสำคัญ แจกจ่ายรูปทุก สภ.ทั่วประเทศไล่ล่าตัว ขณะที่จับยานรกไม่หมดสิ้น ลำพูนจับยาบ้า 2 ราย ยึด 14,000 เม็ด ด้านสุพรรณรวบ 2 ผัวเมียเจ้าของฟาร์มหมูค้ายาบ้า คาลานจอดรถห้างดัง

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.55 พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เผยถึงความคืบหน้าของคดียาบ้า 1,280,000 เม็ด และยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ที่จับกุม ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ อดีต ผบ.หมู่งานจราจร สภ.ประชาชื่น กรุงเทพมหานคร ผู้ลำเลียงยาเสพติดทั้งหมด และนายฐิติ เพ็งสุข ชาว จ.นนทบุรี ผู้ร่วมขบวนการ ขับรถนำขบวน ว่า หลังจากทาง สภ.งาว จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสกัดจับกุมยาเสพติด และผู้ต้องหาได้ และได้มีการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องร่วมขบวนการ 10 หมาย ทั้งนี้หมายจับฉบับล่าสุด คือ หมายจับนายมานะ แซ่ลี ชาวไทยภูเขา เผ่าม้ง และยังเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านอำเภอเทิง จ.เชียงราย ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน เพื่อนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ระหว่าง พ.ท.ยี่เซ หรือที่รู้จักในกลุ่มขบวนการว่าเฮียใหญ่ ชื่อจริง นายชัยวัฒน์ พรสกุลไพศาล กลุ่มมูเซอดำติดอาวุธ โดยเป็นตัวการใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผลิตยาเสพติด ตั้งอยู่ในป่าประเทศพม่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำหมายจับนายมานะส่งไปยัง สภ.ทั่วประเทศ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี และมีการยึดทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้ขณะนี้มีทรัพย์สินจากการยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการเครือข่ายของ ด.ต.มนัส จากมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ขณะนี้ได้ขยับเพิ่มสูงขึ้นกว่า 100 ล้านบาทแล้ว จากหมายจับที่ออกไป 10 หมาย สำหรับสำนวนในคดีนี้ ความคืบหน้าในการทำสำนวน ก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และต้องรอเอกสารสำคัญ คือ ผลการตรวจสารยาเสพติดยาบ้า 1,280,000 เม็ด และยาไอซ์ 5 กิโลกรัม จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อแนบในสำนวนสรุปส่งฟ้องศาลต่อไป ส่วนทางตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกทำงานทั่วประเทศ เพื่อขยายผลจับกุมกลุ่มขบวนการ และเตรียมที่จะมีการขยายผลจับกุมกลุ่มขบวนการ และเตรียมที่จะมีการสอบ ด.ต.มนัส และนายฐิติที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางลำปางอีกครั้ง แต่ขอให้แน่ชัดในข้อมูลที่ได้ของกลุ่มขบวนการเพิ่มเติม ซึ่งหากได้รับข้อมูลที่ยืนยัน ก็อาจจะมีการออกหมายจับกุมขบวนการในเครือข่ายนี้อีก

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ลำพูน พล.ต.ต.กริช กิตติลือ ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมด้วยนายชุมพร แสงมณี รอง ผวจ.รักษาการ ผวจ.ลำพูน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 2 ราย พร้อมยาบ้าของกลางจำนวน 14,000 เม็ด รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ โดย พล.ต.ต.กริช เปิดเผยว่า ตามคำสั่งของตำรวจภูธรภาค 5 สั่งการให้ ภ.จว.ลำพูน วางแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรม อาวุธปืนและยาเสพติด ในห้วงวันที่ 25 ต.ค.-5 พ.ย.55 จึงสั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.ลำพูน ออกสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษรายสำคัญ ในเขต จ.ลำพูน ซึ่งผลการปฏิบัติได้ทำการจับกุมผู้ค้ายาบ้ารายสำคัญ 2 ราย ดังนี้ สำหรับรายแรก เหตุเกิดที่บริเวณป่าละเมาะทางเข้าบ้านทุ่งยาว หมู่ 7 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ในคืนวันที่ 27 ต.ค.55 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.ลำพูน ไปตรวจสอบและวางแผนจับกุม นายอาพี หรือพี แซมื่อ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 417 หมู่ 9 ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 4 มัด จำนวน 8,000 เม็ด และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 3684 พะเยา ซึ่งนายอาพีได้ใช้เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาบ้าเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้า 1 คัน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยนิคม อุตสาหกรรมลำพูน และได้ทำการอายัดเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาป่าซาง จ.ลำพูน และอายัดเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาบิ๊กซีฯ เชียงใหม่ เกือบ 600,000 บาท

จากการสอบสวนนายอาพี ให้การว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา นายเอกชัย หรือโบ ไม่ทราบชื่อที่อยู่และนามสกุลจริง ต.บ้านแม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้นำยาบ้ามาฝากเพื่อให้จำหน่ายต่อ จำนวน 10 มัด โดยให้เครดิต ราคามัดละ 120,000 บาท โดยนายเอกชัยได้โทรศัพท์ติดต่อให้ไปรับยาบ้าจำนวนดังกล่าว ที่ได้ไปซ่อนไว้บริเวณป่าละเมาะข้างทาง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้นำยาบ้าไปจำหน่ายให้กับลูกค้า จำนวน 6 มัด ในราคามัดละ 150,000 บาท คงเหลือยาบ้าอยู่ 4 มัด กระทั่งถูกจับกุมตัวในครั้งนี้

ส่วนรายที่ 2 ในวันเดียวกัน ทางตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ลำพูน ได้รับแจ้งว่าจะมีกลุ่มพ่อค้ายาบ้า ซึ่งเป็นเครือข่ายของนักโทษที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดลำพูน นำยาว่าจะมีกลุ่มพ่อค้ายาบ้า ซึ่งเป็นเครือข่ายของนักโทษที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดลำพูน นำยาเสพติดมาจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ค้ายาบ้า ที่บ้านทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ช่วงเวลาระหว่าง 21.00-22.00 น. จึงเข้าไปตรวจสอบและวางแผนการจับกุม กระทั่งเวลาประมาณ 21.30 น. สามารถจับกุมตัวนายวสันต์ หรือแซม สมนาบัติ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/4 หมู่ 8 ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 3 มัด จำนวน 6,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสืบสวน สภ.ย่อยนิคมอุตสาหกรรมลำพูน เพื่อสอบสวนขยายผลถึงขบวนการและเครือข่าย จากการสอบสวน นายวสันต์ ให้การว่า ได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์จากนายคุณัชญ์ หรือทอย คำภิคำ ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาบ้าของนายศุภจิต หรือเอ๋ วิระพฤกษ์ นักโทษซึ่งถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลาง จ.ลำพูน ให้นำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่บ้านทุ่งยาวฯ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 10,000-20,000 บาท ซึ่งก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม ผู้ต้องหาได้นำยาบ้า 3,000 เม็ด ไปส่งให้ลูกค้าที่บ้านทุ่งยาวมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท นอกจากนี้ ยังเคยถูกตำรวจ สภ.โหล่งขอด จ.เชียงใหม่ จับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 1,006 เม็ด เมื่อปี 2553 และถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ 1 ปี 8 เดือน ทำให้รู้จักเครือข่ายค้ายาเสพติดในเรือนจำของนายศุภจิต เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ผู้ต้องหาได้พ้นโทษออกมาพร้อมกับนายคุณัชญ์ เมื่อพ้นโทษออกมาแล้วก็ไม่มีงานทำ แต่อยากได้รถจักรยานยนต์ จึงคิดหาเงินทางลัดด้วยการเป็นคนส่งยาบ้าให้เครือข่ายยาบ้าของนายศุภจิต

ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภจ.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.เทอดไทย สุขไทย รอง ผกก.ป.สภ.บางปลาม้า พ.ต.ท.นิมิตร ล้านคำ สวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ช่วยราชการ ภจ.สุพรรณบุรี ร่วมกันจับกุม น.ส.ศุภานันทน์ หรือดำ อายุ 45 ปี และนายปรีดา อายุ 41 ปี สองสามีภรรยา พร้อมของกลาง รถเก๋งฮอนด้า 1 คัน ยาบ้า 4,000 เม็ด เงินล่อซื้อ 380,000 บาท มือถือ 3 เครื่อง สร้อยคอทองคำ แหวนทอง และพระเครื่องชื่อดังหลายองค์ จึงยึดไว้เป็นของกลาง ตามแนวทางการสืบสวนทราบว่า น.ส.ศุภานันทน์ หรือดำ เป็นเอเย่นต์ยาบ้ารายสำคัญ มีลูกค้าในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดในภาคกลาง จึงวางแผนล่อซื้อ โดยนัดส่งมอบยาบ้ากันที่ลานจอดรถ ห้างเทสโก้โลตัส สาขาสุพรรณบุรี เมื่อถึงเวลาผู้ต้องหาทั้งสองได้ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า นำยาบ้ามาส่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง

จากการสอบสวน น.ส.ศุภานันทน์ หรือดำ ให้การว่า ตนกับนายปรีดา สามี ประกอบอาชีพเลี้ยงหมู อยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา แต่รายได้ไม่ดี จึงหันมาค้ายาบ้า ส่วนยาบ้าของกลาง ตนรับมาจากนางบุตร ไม่ทราบส่วนยาบ้าของกลาง ตนรับมาจากนางบุตร ไม่ทราบนามสกุลจริง ที่ จ.ชลบุรี จำนวน 4,000 เม็ด ราคา 320,000 บาท จากนั้นได้นำยาบ้าไปใส่กล่องห่อเป็น กล่องของขวัญเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยจะนำมาส่งขายหลายจังหวัดในพื้นที่ ภาคกลางและที่ จ.สุพรรณบุรี กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสุพรรณบุรีส่งสายเข้าล่อซื้อ ส่วนนายปรีดา สามีตนเองได้ชวนมาเป็นเพื่อน ซึ่งสามีไม่ทราบว่าจะมาส่งยาบ้า โดยอ้างกับสามีว่าจะมาหาญาติและมาเที่ยวที่สุพรรณบุรี แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ADVERTISEMENT