ล้อมคอกปีใหม่ ตร.งัด 3ม 2ข 1ร ลดตายอีก 5 %

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 00:00:00 น.

ตร.ล้อมคอก 7 วันอันตราย เทศกาลรับปีใหม่ 56 งัดมาตรการ 3 ม., 2 ข., 1 ร. ลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บลง 5% พร้อมย้ำพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงเมื่อปีที่แล้วต้องไม่มีสถิติอุบัติเหตุห่วยซ้ำขึ้นอีกเด็ดขาด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ธ.ค.55 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในการจัดเส้นทางการจราจร โดยมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผบก.ทล. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการแนวทางเชิงรุกในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้นำนโยบายของรัฐบาล ที่ให้เน้นการดูแลความปลอดภัยด้านการจราจร ทำการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้แนวความคิดที่ว่า "ก้าวสู่ปีใหม่อย่างปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ" โดยได้กำหนดมาตรการหลัก เพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุ ลดจำนวนผู้บาดเจ็บและลดจำนวนผู้เสียชีวิต ให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5

อย่างไรก็ตาม ตนได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงาน ทั้งระดับ ผบช. ผบก. ให้ช่วยกันรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ดูจากสถิติเมื่อปีที่แล้ว หากพื้นที่ใดมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะต้องไม่ให้เกิดเหตุซ้ำเป็นอันขาด ซึ่งจะต้องดูจากปัจจัยแวดล้อมและทำการบ้านเพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องจากได้ออกมาตรการกำชับให้ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้จะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เต็มร้อยทุกพื้นที่ ในช่วงวันที่ 27 ธ.ค.-2 ม.ค. เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

"จากสถิติ 7 วันอันตรายทั่วประเทศของเทศกาลปีใหม่ 2555 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,093 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 335 คน ผู้บาดเจ็บ 3,375 คน โดยสาเหตุส่วนปีใหม่ 2555 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,093 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 335 คน ผู้บาดเจ็บ 3,375 คน โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาสุรา รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถ จยย. และรถกระบะ ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 16.00-20.00 น. ซึ่งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน โดยอุบัติเหตุรายใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากการวิเคราะห์พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ขับขี่อ่อนล้า หรือหลับใน ทำให้ชนวัตถุริมข้างทาง ไม่สวมหมวกกันน็อก การโดยสารท้ายรถกระบะ และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย โดยเฉพาะการลดพฤติกรรมเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งกำหนดเป้าหมายลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั้งในระดับ ตร. ภาค และจังหวัด บูรณการกำลังตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ควบคู่ไปกับการจำหน่ายและการดื่มแอลกอฮอล์บนทางถนนอย่างเคร่งครัด" พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อท้ายว่า ในปีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเน้นมาตรการรณรงค์งดการดื่มสุราบนเส้นทางสัญจรและขณะขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนและปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะเน้นการจับกุมในข้อหาหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย ตามมาตรการ 3 ม. คือเมาไม่ขับ หมวกนิรภัยและมอเตอร์ไซค์ปลอดภัย 2 ข. คือใบขับขี่ เข็มขัดนิรภัย 1 ร. คือขับรถเร็ว รวมถึงแซงในที่คับขัน ย้อนศร ฝ่ายสัญญาณไฟแดงและใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

"ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ก็ให้แต่ละ บช. บริหารจัดการถนนสายหลักและสายรอง โดยจัดเส้นทางลัด ทางเลี่ยง และการเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถในจุดที่ติดขัดให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มุ่งเน้นการเป็นสุภาพบุรุษจราจร ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะมาเป็นประธานปล่อยแถวระดมพล ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า" ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง