คอลัมน์: หมอใบไม้: ตับผิดปกติ...คุณจะป่วยโดยไร้สาเหตุ!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 15 มกราคม 2556 00:00:57 น.
กิตติ บุษปวนิช

ตับ...เป็นอวัยวะสำคัญ!! หน้าที่ของตับคือ การกำจัดของเสียในกระบวนการแรกที่ร่างกายรับเข้าไป ก่อนส่งต่อไม้สุดท้ายไปให้ไต อะไรที่ไม่เกินความสามารถของตับ ตับจะจัดการเองโดยไม่ต้องเป็นภาระของไตเพียงฝ่ายเดียว

เช่นการที่ร่างกายรับสารเคมีเข้าไป แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เกิดจากอาหารการกิน ซึ่งแต่ละวันแทบทุกคนมีปริมาณของสารเคมีที่เกินมาตรฐานทั้งสิ้น ตั้งแต่ผงชูรสที่แม่ค้าตวัดใส่ข้าวผัดกะเพราเป็นช้อนจนนึกว่าใส่น้ำตาล น้ำปลาปลอมอีก

สีผสมอาหารนี่ก็ตัวแสบ ผู้ค้าบางรายไม่สนใจว่าสีที่นำมาใช้เป็นสีอะไร ขอให้เป็นสีแดง สีเขียวที่ต้องการ ก็ซื้อมาใช้ทำขนมเลย เดี๋ยวนี้ขนมเปียกปูนที่ต้องเผากากมะพร้าวเพื่อให้ได้สีดำอย่างที่คนโบราณทำ จะหากินที่ไหนได้หนอ ขนมที่ใช้สีเขียวจากใบเตย ก็ต้องใช้ความไวของการรับกลิ่นจากจมูกพิสูจน์กัน ซึ่งจริงๆ แล้วขนมพวกนี้ก็ไม่ได้ใช้สีจากใบเตยทุกเจ้าหรอกครับ

สำหรับซอสปรุงรส...หลายชนิดมีสีเจือปนให้ดูน่าซื้อ มีสารแต่งกลิ่น มีสารกันบูด

ในชีวิตประจำวันมีใครบ้างรอดพ้นจากสารเคมีเหล่านี้ได้...คงไม่มี แม้แต่บ้านนอกคอกนาไกลปืนเที่ยงอย่างทุ่งกุลาร้องไห้ เดี๋ยวนี้ผู้คนยอมเสียเวลาหน่อยเดินทางเข้าเมืองไปจับจ่ายใช้สอย พวกเขาก็จะได้อาหารอย่างที่คนเมืองกิน ซึ่งมันก็ปนเปื้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ไหนมีถนนหนทางไม่ลำบากนัก รถกับข้าวก็ยังดั้นด้นไปถึงหน้าบ้านกัน รถพวกนี้เสมือนซูเปอร์มาร์เกตเคลื่อนที่ บรรทุกอาหารพิษเต็มคันไปขายให้ชาวบ้านกิน

คนขายของไม่มีใครสนใจหรอกว่าเขาเอาอะไรไปขาย สนใจเพียงว่าคนซื้อต้องการอะไร คนซื้อเองก็ไม่เคยสนใจว่าสินค้าที่ตัวเองซื้อน่ะ มันมาจากไหน ใช้วัตถุดิบอะไร ฉลากข้างห่อข้างกล่องก็คงไม่เคยอ่านกัน

ทุกคน...มีเหตุผลเดียวว่าวันนี้เรามีโอกาสเลือกอะไรหรือ ซึ่งมันไม่ฉลาดเลยที่คุณคิดอย่างนั้น ขณะที่ทางเลือกยังมีมากมาย แต่คุณไม่คิดที่จะเลือกมันต่างหาก

วันนี้มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ต้องป่วยด้วยโรคที่หมอไม่รู้สาเหตุ การกินอาหารปนเปื้อน ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้สารพัดโรค และในหลายอาการแสดงออกมาโดยที่หมอก็ไม่ทราบที่มาที่ไปของการเจ็บป่วย

อย่างกรณีผู้ป่วยได้รับสารเคมีจากอาหารการกินทุกวันทุกมื้อ จนปริมาณสารเคมีมากเกินไป...ตับต้องทำหน้าที่หนักในการพยายามกำจัด สิ่งปนเปื้อนเหล่านั้น

โดยที่คนเรายังไม่ป่วยทันทีทันใด เมื่อต้องรับสารตะกั่วที่ปนเปื้อนในเห็ดหอมจากจีน ซึ่งหน่วยงานรับผิดชอบบอกว่าค่าปนเปื้อนเพียง 0.7 ไมโครกรัม ยังไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะเรา เราไปใช้ค่าเฉลี่ยการปนเปื้อนในรายการอาหารแต่ละตัว โดยไม่คำนึงว่าแล้วทั้งวัน มนุษย์ผู้ตะกละตะกลามกลืนสารตะกั่วจากอาหารอื่นอีกเท่าไร นอกจากเห็ดหอมแล้ว

สารปรอทอีกล่ะเท่าไร...กินไข่เจียว ไข่ดาวจากกระทะอะลูมิเนียมทุกวัน สมองได้รับอลูมินัมเข้าไปไม่หยุดหย่อน สมองพิการแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

หน้าที่ปกป้องรักษาความปลอดภัยในเรื่องนี้ เห็นทีจะหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของตับ...ตับต้องทำงานหนักในการคัดกรองสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้ พยายามอย่างที่สุดไม่ให้สารเคมีที่เข้าสู่ร่างกาย ไปทำร้ายระบบต่างๆ ในร่างกาย

นานวันเข้า มันก็สู้ไม่ไหว...เมื่อสู้ไม่ไหวจึงเริ่มแสดงอาการออกมาให้เห็นว่า เรากำลังเจ็บป่วยอาการแรกที่บ่งบอกว่าตับมีปัญหา คือ ท้องบวม...เราอาจมีเส้นรอบเอวใหญ่ขึ้น แต่เราก็บอกตัวเองว่ากำลังอ้วน และก็ไม่ใส่ใจมัน

ไม่สดชื่น...จะง่วงเหงาหาวนอน ตกบ่ายอยากเอนหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย...แล้วไม่รู้ คิดว่าทำงานหนัก  ปวดหัว...ก็คิดว่านอนไม่พอ หรือเครียด หรือจะป่วยด้วยอาการใดก็ได้ ยากที่จะคาดเดา เมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ แจ้งอาการต่างๆ แพทย์จะจ่ายยาตามอาการให้ผู้ป่วย ผู้ป่วยหลายรายไปพบแพทย์ด้วยอาการต่างๆ นานา แล้วก็รักษาไปตามสภาวะนั้นๆ ปวดหัวก็ได้ยาแก้ปวดกลับบ้าน ปวดหลังก็ต้องได้ยาคลายกล้ามเนื้อมาด้วย นอนไม่ค่อยหลับแน่นอนต้องมียากล่อมประสาท

ไปเอกซเรย์ก็แล้ว ทำสารพัดกับทางโรงพยาบาล อาการยิ่งกำเริบ รายที่ปวดเนื้อปวดตัวก็มักไปใช้บริการหมอนวด แขนขามันไร้เรี่ยวแรงจนรู้สึกเบื่อโลก

หมอใบไม้มีผู้ป่วยด้วยอาการอย่างนี้ มาพบแทบทุกวัน โดยทุกรายผ่านมือแพทย์โรงพยาบาลและหมอนวดมาหมด

อาการอย่างนี้ ตับถูกใช้งานหนักจนเกิดการอักเสบ...เมื่อตับอักเสบ มันสามารถอาละวาดไปทุกที่ทั่วร่างกายเราได้ทั้งสิ้น สุดแท้แต่ว่าร่างกายได้รับสารเคมีชนิดใดไปมากน้อยเพียงไหน

เช่น...หากได้รับสารตะกั่วอย่างต่อเนื่อง การรับประทานเห็ดหอมคงไม่มีปัญหาอะไร เคยพบว่าผู้ที่ทำงานในโรงงานแบตเตอรี่ หรืออาศัยใกล้โรงงานที่ใช้ตะกั่วเป็นวัตถุดิบ สารละลายหรือการระเหยของตะกั่ว เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง มึนงง จะค่อยๆ หมดสภาพความเป็นคน ซึ่งมันจะค่อยๆ ซึมเป็นอย่างนี้อยู่หลายปี ซึ่งแรกๆ ไม่รู้สึกอะไร

นี่ถือว่าผู้ป่วยได้รับสารตะกั่วรุนแรงและตับกำจัดการตกค้างที่ปนเปื้อนไม่ทัน และไม่จำเป็นว่าผู้ป่วยจะต้องเกี่ยวข้องกับโรงงานสารเคมีใดๆ โดยตรง ทุกวันนี้เราไม่ต้องทำงานอยู่ในโรงงานนั้นๆ แต่เราทุกคนต่างรับสารเคมีจากอาหารการกิน จากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เคยคำนึงถึงอันตราย

"คุณไม่รู้สึกสงสารตับของคุณเองบ้างหรือ" การที่คุณไม่ให้ความสนใจในปัญหา เท่ากับว่าคุณกำลังก่อกรรมทำเข็ญให้ตัวคุณเอง และกรรมนั้นต้องย้อนกลับมาสนองแน่นอน ผู้ป่วยหลายรายที่มาพบหมอใบไม้ อย่างที่กล่าวไว้ว่า เป็นอะไรไม่รู้ ไปพบหมอที่โรงพยาบาล จะได้ยาแก้ปวดทุกครั้ง สู้อดทนกับหมอนับแรมปี แรกๆ ยาก็เอาอยู่ วันนี้กินยาเท่าไรก็เหมือนกินแป้งใส่แคปซูล

เรื่องของตับอักเสบ หากใครยังพอมีบุญ ก็จะป่วยเป็นจุดๆ อาจแค่มึนงง ปวดตัว หรือไม่ก็ปวดแขนขา แต่มีบางรายหรือหลายรายที่มาพบหมอใบไม้...ปวดไปทั้งตัว หลังแข็งก้มไม่ลง แขนขาไม่ค่อยมีแรง สุดท้ายมีอาการมึนงงด้วย กว่าจะมาถึงหมอใบไม้ กลุ่มที่มีอาการดังกล่าวรวบไว้สารพัดโรค จะต้องเทียวไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆ ไม่น้อยกว่า 2 ปี

มันสุดแสนทรมานกันไหมล่ะ... และยิ่งใครดื่มแอลกอฮอล์ประจำ ตับยิ่งทำงานหนัก เพราะตับต้องพยายามกำจัดแอลกอฮอล์ทิ้งทุกวี่วัน...คงพอเข้าใจกันแล้วใช่ไหมว่าตับสำคัญอย่างไร อาการปวดเมื่อย มึนงง โรคหลายอาการที่ไม่รู้สาเหตุ มันอาจจะมาจากตับนี่แหละ แต่คุณหมอท่านไปรักษากันที่ปลายเหตุ เมื่อปวดตรงไหนก็เอายาแก้ปวดไปกิน

ขอบอก...เรื่องตับอักเสบและมันแสดงอาการอย่างนี้ ไม่ต้องใช้ยาใดทั้งสิ้น ไม่ต้องกินยาแก้ปวด หรือคลายกล้ามเนื้อ ไม่มีอะไรยากสำหรับหมอใบไม้ สยบมันได้สบายมาก เพราะอาการนี้ตับยังไม่ติดเชื้ออะไร เพียงแต่เราต้องกระตุ้นให้ตับทำงานให้ดีขึ้น ให้มันขยันขึ้นอีกนิด แล้วให้ระบบอื่นช่วยอีกหน่อย เอาไว้โอกาสหน้าจะว่ากันต่อในรายละเอียด สำหรับใครที่อยากรู้ว่าทำอย่างไรก็โทร.มาคุยได้ 08-5151-8844 แต่จะให้ดีควรมาคุยเพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดต้องทำความเข้าใจ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง