ซีพีเอฟ แนะวิธีเลี้ยงสัตว์หน้าหนาว ลดเสี่ยงเกษตรกรซีพีเอฟ แนะวิธีเลี้ยงสัตว์หน้าหนาว ลดเสี่ยงเกษตรกร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556 00:00:16 น.

น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผู้ชำนาญการด้านสุขภาพสัตว์ แนะนำวิธีการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันที่หลายพื้นที่มีอุณหภูมิลดต่ำลงในช่วงเช้าและค่ำ สลับกับอากาศร้อนในช่วงกลางวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงทำให้เกิดความเครียด และภูมิคุ้มกันโรคของสัตว์ลดลง สัตว์จึงเจ็บป่วยง่ายขึ้น โดยมีคำแนะนำดังนี้

เกษตรกรพึงระวังโรคปากและเท้าเปื่อย ที่เกิดได้บ่อยในสัตว์กีบ เช่น โค-กระบือ และสุกร โดยเฉพาะเขตภาคเหนือและภาคกลางตอนบน นอกจากนี้แล้วในสุกรต้องระวังการเกิดโรค PRRS ที่พบว่ามีการระบาดได้ง่ายในภาวะอากาศดังกล่าว โดยเป็นโรคที่พบในสุกรและไม่มีการติดต่อถึงคน แต่เชื้อสามารถแพร่ระบาดในฝูงสุกรได้อย่างรวดเร็ว สำหรับสุกรที่ติดเชื้อจะแสดงอาการหอบ ไอ มีไข้ ผิวหนังเป็นปื้นแดง กินอาหารน้อย หมดแรง ในสุกรท้องแก่จะพบอาการแท้ง หรือลูกตายแรกคลอด ลูกที่รอดจะอ่อนแอ โตช้า ทั้งนี้ เกษตรกรต้องเข้มงวดในการป้องกันโรคทั้งในฝูงเดิม และสุกรทดแทนที่ต้องมีการแยกเลี้ยงก่อนนำเข้ารวมฝูงอย่างน้อย 1 เดือน ขณะเดียวกัน ยานพาหนะและคนบุคลากรที่จะเข้าภายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต้องผ่านการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจติดมาด้วย และหากมีการระบาดของโรคในพื้นที่ใด ควรงดนำสุกรฝูงใหม่เข้าเลี้ยง พร้อมทั้งติดต่อขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด

ส่วนการเลี้ยงไก่ไข่นั้น น.สพ.นรินทร์ ฝากถึงเกษตรกรว่าต้องดูแลสภาพภายในโรงเรือนให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่เปียกชื้น เพราะจะยิ่งทำให้อุณหภูมิภายในลดต่ำลง ในกรณีที่อุณหภูมิต่ำมากอาจต้องเพิ่มผ้าม่านกั้นแนวลมที่จะเข้าโรงเรือน และเพิ่มหลอดไฟกก เพื่อทำให้อุณหภูมิไม่ต่ำจนเกินไป นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการให้อาหารให้เหมาะสม อาจต้องให้อาหารบ่อยครั้งขึ้น เพื่อกระตุ้นการกินอาหาร ทั้งนี้ สามารถเพิ่มวิตามินละลายน้ำให้แม่ไก่ได้ตามสมควร

ด้านนายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจสัตว์น้ำของซีพีเอฟ แนะนำวิธีการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาวซึ่งมักจะเกิดภาวะอุณหภูมิน้ำลดต่ำลง ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของสัตว์น้ำ เนื่องจากปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น จึงมีอุณหภูมิร่างกายเท่ากับสภาพแวดล้อม ทำให้ระบบเมตาบอลิซึ่มในร่างกายของปลามีความผิดปกติรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันที่จะลดต่ำลงด้วย ปลาจึงกินอาหารลดลงมีความอ่อนแอลง ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังควรวางแผนการเลี้ยงอย่างรอบคอบ ไม่เลี้ยงปลาหนาแน่นจนเกินไป และปล่อยลูกปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและควรสังเกตการกินอาหารที่อาจลดลงเนื่องจากอุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยควรยึดหลักการให้อาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง กล่าวคือ ควรแบ่งจำนวนมื้ออาหารมากขึ้นเป็นวันละ 5-6 มื้อ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง