หลังจาก 1 ปีของการทำงาน กสทช.ตั้งเป้าปี 2556 เป็นปีทองของการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเร่งดำเนินการในส่วนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้า การออกไลเซนส์ทดลองใช้ของวิทยุ ไล-เซนส์ทีวีดาวเทียมและช่องรายการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จึงเป็นงานอันดับต้นๆ ก่อนลุยงานใหญ่อย่างการเปลี่ยนผ่านระบบอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหาข้อสรุปของรายละเอียดการแจกคูปองส่วนลด
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสท. กล่าวว่า ล่าสุดที่ประชุมบอร์ด กสท.มีมติอนุมัติออกใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงจำนวน 143 ใบ จำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ประเภทบริการธุรกิจ 93 ใบ บริการสาธารณะ 30 ใบ และบริการชุมชน 20 ใบ
ทั้งนี้ รวมใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงทั้งหมดที่พิจารณาอนุมัติไปแล้วตั้งแต่การประชุม กสท. ครั้งที่ 47/2555 วันที่ 19 พ.ย.55 จนถึงครั้งนี้ ซึ่งพิจารณาไปเมื่อวันที่ 28 ม.ค.56 เป็นจำนวน 748 ใบ จำแนกเป็นประเภทบริการธุรกิจ 554 ใบ บริการสาธารณะ 110 ใบ และบริการชุมชน 84 ใบ โดยจะมีการมอบให้ผู้ประกอบการในวันที่ 8 ก.พ.56 ซึ่งใบอนุญาตดังกล่าวมีเงื่อนไขการต่อสัญญาปีต่อปี เนื่องจากอยู่ในช่วงการคัดกรองผู้ให้บริการและจัดสรรคลื่นความถี่ที่ปัจจุบันมีปัญหาคลื่นรบกวน
สำหรับการอนุมัติการการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายในกิจการการกระจายเสียงโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ได้อนุมัติจำนวน 20 ใบ จำแนกเป็นระดับชาติ 2 ใบ ระดับภูมิภาค 1 ใบ และระดับท้องถิ่น 17 ใบ โดยก่อนหน้านี้ได้อนุมัติให้ระดับชาติ 11 ใบ ระดับภูมิภาค 56 ใบ และระดับท้องถิ่น 264 ใบ ซึ่งรวมอนุมัติใบอนุญาตไปแล้วทั้งสิ้น 331 ใบ และรอการพิจารณาอนุมัติอีก 49 ใบอนุญาต โดยจะมีการมอบให้ใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการในวันนี้ 30 ม.ค.56 ทั้งนี้ใบอนุญาตมีอายุสัญญา 15 ปี
ส่วนการอนุมัติใบอนุญาตช่องรายการ สำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่นั้น ได้อนุมัติล่าสุดจำนวน 98 ใบ จากสัปดาห์ก่อนที่อนุมัติไปแล้ว 172 ใบ รวมทั้งสิ้น 301 ใบ และรอการพิจารณาอนุมัติอีก 341 ช่องรายการ โดยจะมอบให้ผู้ประกอบการในวันที่ 30 ม.ค.56 เช่นกัน
"ซึ่งใบอนุญาตมีอายุสัญญาเบื้องต้น 1 ปี และถ้าผู้ประกอบการดำเนินรายการตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด ไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ก็จะให้ต่อสัญญาเพิ่มอีก 14 ปี รวมทั้งสิ้น 15 ปี โดย กสท. จะทำแนบท้ายใบอนุญาต ระบุว่า หากศาลพิจารณาว่าผู้ประกอบการมีความผิดจริง ใบอนุญาตจะถือว่ายุติลงทันที หากยังคงออกอากาศจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และค่าปรับต่อวัน วันละ 5 หมื่นบาท" ประธาน กสท กล่าว
ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ด้านสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. ได้มีมติให้คุมเข้มในเรื่องรายละเอียดการโฆษณาอาหารและยาของช่องรายการจำนวน 172 ช่องที่ได้รับใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้ โดยเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลไปยังคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบพฤติกรรมการออกอากาศของแต่ละช่องรายการ
โดยพบว่ามีบริษัทที่ยื่นขอรับใบอนุญาตอย่างน้อย 6 ราย ซึ่งได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 และ/หรือ พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ด้วยการโฆษณาอาหารหรือยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และบางรายมีโทษปรับในคดีมากกว่า 1 ครั้ง
"ทั้งนี้ บริษัททั้ง 6 ราย แม้ได้ใบอนุญาตไปแล้ว ก็จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด และหากพบว่าผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตไม่ระงับการโฆษณาที่ผิดกฎหมายในทันที ทางสำนักงาน กสทช.จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และให้ถือว่าใบอนุญาตดังกล่าวได้ยุติลง เนื่องจากผู้ประกอบการขาดคุณสมบัติ" กสทช.ด้านสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค กล่าว
ส่วนกรณีที่มีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาเรื่องการให้บริการของบริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนกว่า 200 เรื่องนั้น ทางบอร์ด กสท. ก็ได้มีมติให้ กสทช.ส่งหนังสือถึงบริษัท ทรูวิชั่นส์ ให้ปรับปรุงนโยบายและระบบการให้บริการที่ชัดเจนมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในภาพรวมแทนการแก้ไขปัญหา เรื่องร้องเรียนเป็นรายกรณี
นอกจากนี้บอร์ด กสท. ยังมีแนวทางให้จัดทำประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานสัญญาในกิจการแบบบอกรับสมาชิกรวมถึงประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่ในอนาคต
"การที่มีสมาชิกของทรูวิชั่นส์ร้องเรียนเข้ามากว่า 200 เรื่องนั้น เป็นเพราะขณะนี้มีผู้ให้บริการรายเดียว แต่ในอนาคตคาดว่าน่าจะมีการร้องเรียนในลักษณะแบบเดียวกัน ดังนั้นการที่บอร์ด กสท. มีมติให้วางมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ ต่อไปในอนาคตอาจมีผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้น มาตรฐานดังกล่าวก็จะรองรับในส่วนนั้นได้" น.ส.สุภิญญา กล่าว
ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องทีวีดิจิตอลนั้น พ.อ.นที กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กสท. วันที่ 4 ก.พ.56 จะหารือเรื่องอนุมัติหลักเกณฑ์การประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอล ประเภทช่องธุรกิจจำนวน 24 ช่อง แต่ยังไม่มีเรื่องอัตราราคาตั้งต้น เนื่องจากผลการคิดคำนวณอัตราราคาขั้นต้นการประมูลคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน ก.พ.
ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ม.ค.56 คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ USO เตรียมจะพิจารณาการแจกคูปองส่วนลดจำนวน 22 ล้านครัวเรือนตามสำมะโนประชากรทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ (Set top box) ก่อนนำเข้าสู่บอร์ด กสทช. ในวันที่ 13 ก.พ.56 และคาดว่าจะแจกคูปองได้ช่วงไตรมาส 2/2556 ก่อนเปิดประมูลทีวีดิจิตอลในช่วงเดือน ก.ค.56