'บิ๊กเอ' ค้านชนฝาไม่รับเทควันโดลีก

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 00:00:04 น.

ตามที่ "บิ๊กหอย" วนัสธนา (ธวัชชัย) สัจจกุล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ดร.เสกสรร นาควงษ์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับเป็นโต้โผใหญ่จัดการแข่งขันเทควันโดลีกอาชีพขึ้นมา ใช้ชื่อรายการว่า "ไทยแลนด์ เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ ลีก 2013" ประเภทต่อสู้ (เคียวรูกิ) และประเภทท่ารำ (พุ่มเซ่) ทั้งชาย-หญิง รอบคัดเลือกมีทั้งหมด 3 สนาม เริ่มสนามแรก ช่วงวันที่ 29-31 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ก่อนจะคัดเลือกอันดับ 1-16 แต่ละสนามที่มีคะแนนดีสุด มาชิงชัยสนามสุดท้ายในวันที่ 18-20 ต.ค. ที่อาคารนิมิตบุตร ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนไม่รู้มาก่อน เพิ่งทราบเรื่องจากสื่อมวลชนว่า จะมีการจัดการแข่งขันเทควันโดลีกอาชีพขึ้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย และสมาคมก็ไม่ขอรับรองแมตช์ดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะมองไม่เห็นหนทางว่าจะยืนหยัดไปได้นานขนาดไหน เพราะขนาดสมาคมจัดการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทยในแต่ละปีก็ขาดทุนย่อยยับอยู่แล้ว ครั้นจะมาจัดการแข่งขันแบบอาชีพขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่า มาตรฐานการแข่งขันไล่ตั้งแต่ ผู้ตัดสิน, คุณสมบัตินักกีฬา, คะแนนการจัดอันดับแรงกิ้ง จะเป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับหรือไม่ ทั้งที่จริงฝ่ายจัดการแข่งขันในแมตช์นี้จะต้องมาขออนุญาต หรือมีการพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ล่วงหน้ากับสมาคมก่อน ไม่ใช่ไปเตรียมงานแถลงข่าวกันใหญ่โตก่อน ถึงค่อยจะมาขออนุญาตใบรับรองจากสมาคมทีหลัง แบบนี้มันไม่ถูกต้องนัก

อย่างไรก็ตาม สมาคมจะไม่ยอมให้นักกีฬาทีมชาติไทยที่มีอยู่ ทั้งชุดเยาวชนและประชาชนทั่วไปลงแข่งขันในรายการนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีเงินรางวัลสูงกว่า 1 ล้านบาทก็ตาม เพราะแต่ละปีนักกีฬาเหล่านี้จะต้อง เตรียมตัวลงแข่งขันรายการระดับนานาชาติที่กำหนดไว้มากมาย ที่สำคัญมาตรฐานในการจัดการแข่งขันจะเป็นที่ยอมรับของคนในวงการเทควันโดหรือไม่ เพราะขนาดแมตช์สากลที่สมาคมรับรอง อย่างกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และศึกชิงแชมป์ประเทศไทย ยังมีปัญหาการประท้วงวุ่นวายตลอด แต่นี่จะจัดการแข่งขันถึง 4 สนาม แยกเป็นรอบคัดเลือก 3 สนาม และชิงดำรอบสุดท้ายอีก 1 สนาม ภายในระยะเวลาแค่ 7 เดือนเท่านั้น ส่วนตัวยังดูไม่ออกว่า ทิศทางมันจะเป็นอย่างไร สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอย่าลืมว่าสังคมไทยกีฬาเทควันโดมันแตกต่างจากฟุตบอลลีกอาชีพมากนัก แถมจำนวนคนดูและแฟนคลับต่างๆ ก็แตกต่างกันสิ้นเชิง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง