ข่าวอินโฟเควสท์
19:31 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 21 จุด ตลาดจับตายอดขายสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.   ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติ…
18:59 รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.สั่งเร่งมือบริหารจัดการน้ำรับมือทั้งท่วม-แล้ง   พลเอกฉัตรชัย สาลิกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองหัวหน้าฝ่ายเศร…
18:32 จีนเผยอัตราว่างงานมิ.ย.ทรงตัวที่ 4.08% ส่วนการจ้างงานครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 7.37 ล้านราย   กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมของจีนเปิดเผยว่า จำน…
18:32 "ศุภวุฒิ"มองศก.โลกอาจฟื้นช้ากว่าคาดเสี่ยงกระทบส่งออก-สหรัฐลด QE ทำตลาดหุ้นผันผวน   นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ภัทร กล่…

อนันดาฯ ลุยอสังหาเต็มสูบ ผุดบ.รับเหมารองรับก่อสร้างคอนโด

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พุธที่ 27 มีนาคม 2556 00:00:40 น.

อนันดาฯ เดินหน้าแผนพัฒนาโครงการเต็มสูบ เผยเปิด 13 โครงการในปี 56 ลุยซื้อที่ดินแปลงงามติดรถไฟฟ้าต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ ELIO มียอดจองแล้วกว่า 53% ในขณะที่โครงการไฮเอนด์ ASHTON สุขุมวิท 38 และบ้านเดี่ยว ATOLL ผลตอบรับดีเยี่ยม ตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 100% พร้อมแตกบริษัทรับเหมา รองรับก่อสร้างโครงการคอนโดฯ

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากในไตรมาสที่ 4/55 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในปี 56 มีแผนพัฒนาโครงการใหม่อีก 13 โครงการ โดยได้เปิดตัวโครงการ ELIO (เอลลิโอ) สุขุมวิท 64 ที่เป็นเซกเมนท์ใหม่ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มียอดจองแล้ว 53% ในขณะเดียวกันได้เปิดขายโครงการบ้านเดี่ยวรอบสุวรรณภูมิภายใต้แบรนด์ ATOLL (เอโทล) อีก 7 โครงการ และคาดหมายจะเปิดโครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้ารวมอีก 5 โครงการ เป็นโครงการ IDEO 3 โครงการ (คาดว่าจะเปิดโครงการแรกภายในไตรมาส 2/56) และโครงการ ELIO อีก 2 โครงการ ภายในปี 56  นอกจากนี้ในส่วนของโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ในชื่อ ASHTON (Morph 38) สุขุมวิท 38 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ระดับไฮเอนด์ที่ได้แกรนด์โอเพนนิ่งไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และคาดว่าจะสามารถปิดโครงการได้ตามที่คาดหมายอย่างแน่นอน

"เราตั้งเป้าเติบโตในปีนี้ที่ 100% จากปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตจะมาจากการเตรียมโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านเดี่ยวรวมกว่า 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ ไอดีโอ โมบิ จำนวน 4 โครงการ มูลค่า 6,700 ล้านบาท, โครงการ ATOLL 7 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาท และโครงการ AD2 มูลค่า 2,800 ล้านบาท นอกจากนี้ด้วยโครงการใหม่ที่เตรียมเปิดในปีนี้ 13 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 24,000 ล้านบาท ทำให้ในปีนี้คาดว่าเราจะมียอดพรีเซลกว่า 14,900 ล้านบาท มาจากโครงการ AD2 1,800 ล้านบาท โครงการ IDEO Mobi 2,200 ล้านบาท โครงการ ELIO สุขุมวิท 64 2,300 ล้านบาท โครงการ ADO (Housing) 2,800 ล้านบาท และ New Projects 5,800 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 56 ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ELIO เพื่อเจาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น ด้วยระดับราคาประมาณ 65,000 บาทต่อตารางเมตร โดยมีราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวที่ 1.29 ล้านบาท โดยยังคงอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าซึ่งเรามียอดจองแล้วกว่า 53% และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในส่วนของการเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ๆ ได้ซื้อที่ดินติดรถไฟฟ้าฝั่งธนบุรีมาแล้ว 2 แปลงเพื่อพัฒนา 2 โครงการ และยังคงมองหาที่ดินทำเลดีๆ เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะ 3-5 ปีต่อจากนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตให้ได้ปีละ 25%" นายชานนท์ กล่าว

นายชานนท์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ELIO ว่า สำหรับ ELIO ที่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม ซึ่งโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับสถานี BTS ปุณณวิถี เพียง 600 เมตร มีมูลค่าโครงการรวม 4,600 ล้านบาท ราคาต่อห้องเริ่มเพียง 1.29 ล้านบาท โดย ELIO สุขุมวิท 64 นี้จะเริ่มโอนได้ในช่วงต้นปี 2557 เป็นต้นไป

นายชานนท์ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายการเป็นผู้นำในการพัฒนาที่อยู่อาศัยติดรถไฟฟ้า ซึ่งเมื่อประกอบกับฐานทุนใหม่ที่ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท จากการระดมทุนโดยการขายหุ้น IPO เมื่อปลายปี 2555 ทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง สามารถขยายธุรกิจได้ตามศักยภาพ ตามการขยายตัวอย่างมากของระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยหลังจากที่ได้เงินจากการขายหุ้น IPO บริษัทฯ ก็ได้ดำเนินการซื้อที่ดินซึ่งใช้ในการพัฒนาเพื่อรายได้ในปี 2557 ได้ครบถ้วนตามเป้าหมายการรับรู้รายได้แล้ว และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในการซื้อที่ดินทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า ที่ยังสามารถให้ผลตอบแทนในรูปของอัตรากำไรเบื้องต้น (Gross Margin) ที่ 35% ตามเป้าหมายของบริษัท

นายชานนท์ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการรองรับอัตราการเติบโตของบริษัทฯ ที่จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดฯ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า 10 สาย กว่า 200 สถานี ประกอบกับปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ ต่างประสบปัญหาขาดแคลนผู้รับเหมาก่อสร้างและแรงงาน ล่าสุดเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ได้ก่อตั้งบริษัท เฮลิกซ์ จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 89 ล้านบาท เพื่อรองรับงานรับเหมางานก่อสร้างโครงการของบริษัทฯ โดยวางนโยบายจะรับงาน 1 ใน 3 ของโครงการที่ลงทุนทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาระบบพรีแคส หรือการก่อสร้างระบบสำเร็จรูป เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างโครงการทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อลดระยะเวลาในการก่อสร้าง จากปัจจุบันโมเดลของ บริษัทฯ ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างอาคารสูง 30 ชั้น ประมาณ 18-20 เดือน เหลือ 13-15 เดือน หลังจากเสร็จสิ้นการลงเสาเข็ม ทำให้ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งตามนโยบายของบริษัทฯ ต้องการหมุนรอบของเงินให้คุ้มค่าที่สุด

นายชานนท์ กล่าวต่อไปว่า นโยบายการพัฒนาโครงการแนวสูงและแนวราบ บริษัทฯ ยังเน้นใกล้แนวรถไฟฟ้า โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีจำนวนยูนิตจากโครงการที่ใกล้แนวรถไฟฟ้าระยะทางไม่เกิน 300 เมตร เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง