ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง ยกระดับมาตรฐานการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนระบบ GMP แห่งที่ 2

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2556 00:00:31 น.
จรัส พิบูลย์ปุญญโชติ/เรื่อง-ภาพ

โครงการรับรองคุณภาพการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนตามมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพที่ดีและเหมาะสม ใช้หลักการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติตามมาตรการ GMP ของสถาบันวิจัยยางที่ได้จัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติไว้ โดยมุ่งเน้นการผลิตเชิงคุณภาพตามหลักสากล ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก โดยสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกอบรมกฎระเบียบการปฏิบัติงาน การควบคุมคุณภาพ และวิธีการปฏิบัติที่ดี มีการตรวจประเมินโดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยยาง และจะต้องได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ซึ่งโรงงานผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนที่ผ่านการประเมินและได้รับการรับรอง GMP ของสถาบันวิจัยยาง จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ยางทั้งภายในและต่างประเทศ สามารถส่งผลผลิตไปจำหน่ายได้ทั่วโลก เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางพาราส่งออกของไทย และประการสำคัญคือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรให้สามารถยืนหยัดประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมยางได้ด้วยตัวเอง เป็นรากฐานความมั่นคงต่อไป

นางปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางสงขลา สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีโรงอัดก้อนยาง สามารถยื่นขอรับรองโรงอัดก้อนยางตามหลัก GMP ได้ที่สถาบันวิจัยยาง กรุงเทพฯ หรือที่ ศูนย์วิจัยยางสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำหรับโรงอัดก้อนยางที่ไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนมาก่อน จะต้องผ่านการอบรมเป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อให้สามารถผลิตยางอัดก้อนที่มีคุณภาพ หลังจากผ่านการอบรมแล้ว หัวหน้าชุดปฏิบัติการจะจัดเจ้าหน้าที่ชุดสนับสนุนการปฏิบัติการควบคุมคุณภาพยางอัดก้อน ชุดละ 2-3 คน เข้าปฏิบัติงานที่โรงอัดก้อนยางที่ขอการรับรองมาตรฐาน GMP ทุกวันที่มีการผลิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้แบบบันทึกการตรวจรับรองคุณภาพยางอัดก้อนของแต่ละก้อน โดยทำการบันทึกหมายเลขก้อนชั้นยางทุกก้อนที่ผลิตและตรวจสอบตามมาตรฐานการผลิต โรงอัดก้อนยางที่ถูกประเมินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ดีสำหรับการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน และหลักเกณฑ์ที่ดีสำหรับโรงอัดก้อนยางและโกดังเก็บยาง ซึ่งมีข้อกำหนดในการควบคุมคุณภาพกระบวนการผลิตให้ตรงตามมาตรฐานครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ประกอบการ เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์สำหรับการจัดชั้นยาง การควบคุมกระบวนการตรวจคุณภาพยาง การบำรุงรักษาและการสุขาภิบาล บุคลากร การเก็บรักษาคุณภาพยาง การขนส่ง และการจดบันทึกข้อมูล เป็นต้น โดยสถาบันวิจัยยางจะรับรองยางก้อนแรกที่ผลิตได้ด้วยการควบคุมการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่และจะตีตราเครื่องหมาย RRIT ตามด้วย A001 จนถึง Z999 ด้านข้างของก้อนยางทั้งสองด้าน พร้อมทั้งมีการบันทึกหมายเลขก้อนทุกก้อนและคุณภาพชั้นยาง ขณะเดียวกันหากโรงอัดก้อนยางได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐาน GMP ของสถาบันวิจัยยาง และมีความพร้อมที่จะให้การรับรองแล้ว เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฯ จะแจ้งให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการควบคุมคุณภาพยางอัดก้อนทราบและเสนอให้คณะกรรมการตรวจประเมินโรงอัดก้อนไปตรวจประเมิน โดยใช้เกณฑ์พิจารณา 4 หัวข้อ คือ 1.การควบคุมคุณภาพกระบวนการผลิต โดยการควบคุมการใช้อุปกรณ์และการคัดคุณภาพตรงตามมาตรฐาน 2.เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตโดยประเมินการควบคุมการจัดเก็บและการบำรุงรักษา 3.บุคลากร เน้นการแต่งกายอย่างรัดกุมและวิธีการปฏิบัติงาน และ 4.สถานประกอบการและสุขาภิบาล เน้นความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งโรงอัดก้อนยางต้องได้คะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 80 แต่มีเงื่อนไขการใช้วัสดุ อุปกรณ์ และการคัดคุณภาพยางอย่างถูกต้องซึ่งเป็นหัวข้อย่อยที่อยู่ในเกณฑ์ข้อที่ 1 โดยมีคะแนนไม่น้อยกว่า 25 คะแนน จึงจะผ่านการตรวจประเมิน ทั้งนี้สถาบันวิจัยยางจะออกใบรับรองคุณภาพกระบวนการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนให้มีอายุการรับรอง 1 ปี นอกจากนี้สถาบันวิจัยยางจะติดตามตรวจประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง/ปี เพื่อรักษามาตรฐานกระบวนการผลิต ส่วนโรงอัดก้อนยางที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมิน สถาบันวิจัยยางจะให้คำแนะนำเพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไข ก่อนนัดหมายในการตรวจประเมินรอบใหม่ อย่างไรก็ตามสถาบันวิจัยยางมีมาตรการการยกเลิกการรับรอง หากโรงอัดก้อนยางที่ไม่สามารถรักษามาตรฐานไว้ได้

จากการที่สถาบันวิจัยยางได้ส่งเสริมและผลักดันให้สถาบันเกษตรกรหรือบริษัทเอกชนเข้าสู่มาตรฐาน GMP นั้น ทำให้มีโรงอัดก้อนยาง 6 แห่ง ได้ทำหนังสือขอรับรองคุณภาพการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนตามมาตรฐาน GMP ของสถาบันวิจัยยาง ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี จำกัด จ.นครศรีธรรมราช, ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด จ.ตรัง, ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดกระบี่ จำกัด, บริษัท ศุภาคย์ จำกัด จ.ระยอง, สหกรณ์กองทุนสวนยางบ่อทอง จำกัด จ.ชลบุรี และสหกรณ์ตราดยางพารา จำกัด จ.ตราด จากการดำเนินงานพบว่ามีเพียง 2 แห่งที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP คือสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี จำกัด จ.นครศรีธรรมราช และชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด จ.ตรัง

ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด ตั้งอยู่ที่ 5 หมู่ 1 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง มีเครือข่ายในการผลิตยางแผ่นรมควันจำนวน 60 เครือข่าย สามารถส่งยางแผ่นรมควันเข้าทำการอัดก้อนได้เฉลี่ยวันละ 20 ตัน อัดก้อนได้เฉลี่ยเดือนละ 572 ตัน โดยนายอุทัย ศรีเทพ ประธานชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2555 เพื่อขอให้ทำการรับรองคุณภาพยางแผ่นรมควันอัดก้อน สถาบันวิจัยยางจึงมอบหมายให้คณะทำงานชุดปฏิบัติการควบคุมคุณภาพยางอัดก้อนเข้าทำการอบรมการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนตามมาตรฐานและควบคุมคุณภาพกรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2555 ถึง 25 มีนาคม 2556 รวม 13 ชุด ชุดละ 2 คน ปฏิบัติงานควบคุมครั้งละ 7 วัน สามารถผลิตยาง RSS อัดก้อนชั้น 3 ได้จำนวนทั้งสิ้น 4,291 ก้อน คิดเป็นน้ำหนัก 476.77 ตัน มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1 บาท และในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด ได้รับใบสั่งซื้อจำนวน 1 ฉบับ จากบริษัทผู้ส่งออกในประเทศ ในปริมาณ 100 ตัน/เดือน จากต้นทุนการอัดก้อน กก.ละ 1.00 บาท มีมูลค่าเพิ่ม กก.ละ 3.50 บาท มูลค่าเพิ่มเฉพาะเดือนนี้ 350,000 บาท ดังนั้นหากกำลังการผลิตเฉลี่ยเดือนละ 572 ตัน จะมีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 2,002,000 บาท

หลังจากที่โรงอัดก้อนยางชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด ได้ผ่านการอบรมการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการควบคุมการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนได้เข้าทำการควบคุมการผลิตเพื่อให้ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด สามารถผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนที่มีคุณภาพ จนเกิดทักษะและความชำนาญในการปฏิบัติที่ดี จากนั้นชุดปฏิบัติการควบคุมการผลิตได้แจ้งให้คณะกรรมการตรวจประเมินทำการตรวจประเมินโรงอัดก้อนยาง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 พบว่าผ่านมาตรฐาน GMP ด้วยคะแนนร้อยละ 80.5 กำหนดรหัสบนก้อนยาง RB21 และได้ออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ให้ไว้ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2556 นับเป็นแห่งสองของไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP ต่อจากสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี จำกัด ซึ่งได้รับการรับรองเป็นแห่งแรก การที่ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด เข้าสู่มาตรฐาน GMP สามารถสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานให้กับประเทศผู้ใช้ยางได้ นอกจากช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสถาบันเกษตรกรแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ายางพาราและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมเสริมสร้างจุดขายให้กับสินค้ายางพาราของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อีกด้วย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง