พตอ.ใต้เครียดปืนจ่อหัวฆ่าตัว 'โอ๋'ยอมรับถกBRN ปมไฟใต้รุนแรงหนักเตือนอีกจ่อบึ้มใหญ่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 7 พฤษภาคม 2556 00:00:14 น.

"สุกำพล" ยอมรับแล้วถกสันติภาพ บีอาร์เอ็นทำไฟใต้รุนแรงขึ้น กัดฟันคุยต่อคืนความสงบสุข ขณะที่ นอภ.รือเสาะ เตือนอีกโจรใต้ซุ่มทำระเบิดจ้องฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ ด้าน มทภ.4 พร้อมทุ่มกำลังรปภ.ครู รับเปิดทอม สลด พ.ต.อ.ปัตตานีเครียดงาน ปืนจ่อหัวฆ่าตัวตาย

"สุกำพล" รับถกสันติภาพไฟใต้รุนแรงขึ้น

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยอมรับว่าตั้งแต่มีการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นรู้สึกว่าเหตุการณ์รุนแรงยังเกิดขึ้น โดยกลุ่มที่ก่อเหตุได้แสดงฤทธิ์เดชออกมา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และช่วงนี้ต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องมีการพักเจรจาชั่วคราว เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีผลต่อการพูดคุย ส่วนสถานการณ์เผายางหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ไม่ถือเป็นการส่งสัณญาณใดๆ เป็นวิธีการก่อกวนที่เหมือนเดิม อะไรที่ทำได้ก็ทำหมด

เมื่อถามว่าดูเหมือนกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่สามารถเจรจากับกลุ่มอื่นๆ ได้ทำให้สถานการณ์ยังรุนแรง พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังไม่มีการคุยกันขนาดนั้น ยังไม่มีการสัญญาว่าต้องให้หยุดก่อเหตุในสิบวัน และผู้ก่อเหตุไม่ใช่แค่กลุ่มบีอาร์เอ็นเท่านั้น มีผู้ก่อความไม่สงบหลายกลุ่ม บีอาร์เอ็นเป็นแค่กลุ่มใหญ่เท่านั้น

เมื่อถามว่าการชนะเลือกตั้งของนายนาจิบ ราซัค พรรคอัมโนชนะการเลือกตั้ง และได้กลับมาเป็นผู้นำมาเลเซียอีกครั้งจะมีผลดีต่อการพูดคุยในการเจรจาให้ต่อเนื่องใช่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า แน่นอนเพราะเขาเป็นคนริเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา และต้องมีการทำต่อเนื่องไป เหมือนเชือกที่ต้องขมวดให้มันแน่นขึ้น

ไม่รู้ทักษิณ พบ ตอยิบ จริงหรือไม่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปคุยกับนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซีย พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบในเรื่องนี้ และคงไม่สามารถตอบแทนได้ และตนก็ไม่ทราบว่ามีการคุยกันจริงหรือไม่ ดังนั้นอย่าไปคาดการณ์ในเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่านายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ บินไปมาเลเซียจริง พล.อ.อ.สุกำพลย้อนถามกลับมาว่า แล้วมีการคุยกันหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีการคุยกันดังนั้นอย่าไปคิดหรือคาดการณ์ก่อนล่วงหน้า เพราะทุกคนต่างทำเพื่อเป้าหมายที่ดีทั้งนั้น เมื่อถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณบินไปคุยจริงถือเป็นเรื่องดีใช่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ทุกคนทำเพื่อให้เกิดผลดีทั้งนั้น หากคุยแล้วห่วยลงก็คงไม่มีการคุยหรอก อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณบินไปพบจริงหรือไม่

เตือนโจรใต้ซุ่มทำระเบิดป่วนอีก

ขณะที่ นายวรเชษฐ พรมโอภาษ นายอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ทหารพรานชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ที่ ต.ลาโละ ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย ว่า พื้นที่ อ.รือเสาะ เป็นพื้นที่หลักในการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการ มีอยู่ประมาณ 2-3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มบีอาร์เอ็นด้วย จึงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้งแม้ในเชิงปริมาณจะไม่มากขึ้น แต่ความรุนแรงมากขึ้น เพราะกลุ่มคนร้ายโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง อีกทั้ง ทางการข่าว มีการรายงานแจ้งเตือนถึงการจะลงมือประกอบระเบิดเพื่อก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงมือนั้น ไม่เจาะจงเป้าหมาย แต่ที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในขณะเดียวกัน หากสบโอกาสก็จะลงมือก่อเหตุกับเป้าหมายพลเรือนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ทางภาครัฐมีแผนดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่อยากให้ระดับนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายปกครอง ทั้งในเรื่องของงบประมาณ และอาวุธที่ทางกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อส. ชุดคุ้มครองต่างๆ จะได้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับทางตำรวจและทหาร

มทภ.4 พร้อมดูแลครูเข้มช่วงเปิดเทอม

ขณะที่ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยครูและนักเรียนในช่วงเปิดเทอมนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการสำรวจว่าครูในพื้นที่มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้าง ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่แข็งแรงนั้นมีระบบการป้องกันดูแลความปลอดภัยโดยใช้กำลังประชาชนในหมู่บ้าน ทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านร่วมกับทหาร โดยแต่ละหน่วยมีแผนการดูแลอย่างดีที่สุด เนื่องจากเป็นภาระหน้าที่ของทหาร แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจ้องทำร้ายอยู่ ถือเป็นความยากลำบาก แต่ทหารก็พร้อมดูแลครูและนักเรียนในช่วงเปิดเทอมอย่างดีที่สุด ขณะที่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงช่วงเปิดเทอมนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จะจัดกำลังเสริมทั้งของทหาร ตำรวจ และทางฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัยสถานที่โรงเรียน และจะดูแลความปลอดภัยครูอย่างเข้มงวดมากขึ้นด้วย ส่วนกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบเผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และก่อเหตุปั่นป่วนหลายแห่งในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น พล.ท.สกล กล่าวว่า สถานที่ราชการสร้างขึ้นจากเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นการเผาทำลายสถานที่ราชการต่างๆ นั้นประชาชนไม่เห็นด้วยแน่นอน อีกทั้งการก่อเหตุดังกล่าวมาจากการต้องการแสดงออกของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารพร้อมดูแลพื้นที่ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยหมู่บ้านอยู่แล้ว พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจและจุดสกัดเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

ได้เบาะแส 2 โจรบึ้มทหารดับ 1 ที่รือเสาะ

ส่วนกรณที่คนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน สังกัด ร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 30 บริเวณคอสะพานบ้านอูยิ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บอีกหลายนาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ประเมินและติดตามสถานการณ์พบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นทราบเบาะแสแล้ว จำนวน 2 คน คือ 1.นายมาหามะ แมเร๊าะ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง หลบหนีหมายจับ ป.วิ อาญา 7 หมายและ หมาย พ.ร.ก.จำนวน 1 หมาย ซึ่งคดีที่สำคัญได้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา 2 คดี คือ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.51 ร่วมกับพวกพยายามฆ่าเจ้าพนักงานบริเวณหน้าร้านซิม ซุ่นฮวด ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา และในวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ในป่าเดียวกันนี้ ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมถ์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 2.นายอับดุลเลาะห์ ยูนุห์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.ก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าบุคคลทั้ง 2 ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของสมาชิกแนวร่วมหลังใดหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.รือเสาะ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดส่งชุดนอกเครื่องแบบติดตามพฤติกรรมตามบ้านเครือญาติในเบื้องต้นแล้ว ส่วนศพของ จ.ส.อ.ปยะพงศ์ อิ่มพราหมณ์ พลขับซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาได้เคลื่อนศพไปประกอบพิธีรอดน้ำศพที่ จ.ปัตตานี

รวบผู้ต้องสงสัยวางบึ้ม 5 จุดยะลา สอบ

วันเดียวกันนี้ ที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ท.ประภาณ จันทร์กลับ รอง ผกก.สส.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ต.หมัดอุเส็น เหมาะสะนิ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้ร่วมกันเชิญตัวและสอบปากคำนายมัสวาร โลงซา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.เลขที่ ฉฉ.16/2556 ลงวันที่ 1 พ.ค. 56 ในข้อหาร่วมกับพวกลอบวางระเบิด 5 จุด ในพื้นที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.45 น. ของวันที่ 7 เม.ย. 56 ถึงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 8 เม.ย.56 ที่ผ่านมา สอบสวนในเบื้องต้นนายมัสวาร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่เก็บรวบรวมได้ในที่เกิดเหตุ ว่าตรงกับนายมัสวาร หรือไม่ หลังจากสอบสวนในเบื้องต้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมัสวาร ไปทำการสอบสวนขยายผลตามกระบวนการที่กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 41 จ.ยะลา ต่อไป ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า เหตุระเบิด 5 จุดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ทราบเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว 3 คน คือ 1.นายอิซมาน ดอนิ 2.นายอิมรัน เจ๊ะหนิ และ 3.นายฮาสัน มะกิอจิ ซึ่งทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นบัญชีตกเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุดังกล่าวแล้ว และได้เตรียมนำหมาย พ.ร.ก.เพื่อเชิญตัวมาสอบสวนเช่นกัน

ผกก.กะพ้อเครียดยิงตัวดับ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน ร.ต.อ.นพรัตน์ มุขยะวัฒน์ ร้อยเวรปราบปราม สภ.เมืองยะลาได้เข้าตรวจสอบเหตุ หลังรับแจ้งเหตุมีการใช้อาวุธปืนที่บริเวณหน้าร้านปัญญจแอร์ เลขที่ 235-239 ถนนสิริโรรส ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนตร์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี หมายเลขทะเบียน ฆย 3317 กทม.สีขาว จอดติดเครื่องยนต์อยู่ริมถนน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมูลนิธิกู้ภัยยะลาได้นำส่ง รพ.ยะลา ทราบชื่อ พ.ต.อ.อดุลย์ ปิแนบางโง อายุ 53 ปี เป็นผู้กำกับสถานี ตำรวจภูธรกะพ้อ จ.ปัตตานี ถูกกระสุนปืนเข้าที่ศรีษะ จำนวน 1 นัด อาการสาหัส ส่วนในที่เกิดเหตุภายในรถยนต์เจ้าหน้าที่พบเพียงรอยเลือดของผู้บาดเจ็บและอาวุธปืนประจำกายขนาด .357 ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าผู้กำกับฯ พร้อมภรรยาได้เดินทางมาหาหมอที่คลินิก ซึ่งอยู่ข้างร้านปัญญาแอร์และไม่ห่างจากโรงพยาบาลสิโรรส เขตเทศบาลเมืองนครยะลา นั่งอยู่ได้สักระยะเห็นผู้กำกับฯ คว้าปืนออกมาจ่อยิงที่บริเวณศรีษะตนเอง จำนวน 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสดังกล่าว ล่าสุดแพทย์พยายามยื้อชีวิต พ.ต.อ.อดุลย์แต่ไม่สำเร็จ ได้เสียชีวิตแล้วในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุชุดสืบสวนสอบสวนคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องความเครียดเกี่ยวกับสุขภาพ หรืออาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเขียนรายงานกรณีอาวุธปืนพกสั้นของทางราชการที่สูญหายไปก่อนหน้านี้จำนวน 5 กระบอก

บรรยายใต้ภาพ

เครียด ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.อดุลย์ ปิแนบางโง ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ใช้ปืนขนาด .357 มม.ยิงศรีษะตัวเองภายในรถฮอนด้าซีอาร์วี ทะเบียน ฆย.3317 กทม.ขณะเดินทางมาพบแพทย์ที่คลินิกหมอดำรงค์ บริเวณถนนสิโรรส ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา คาดว่าเครียดจากเรื่องสุขภาพและงาน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง