ข่าวอินโฟเควสท์
09:31 ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 6 ธ.ค. 2559   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ประจำวันนี้…
09:30 ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 19,850.00 บาท   ของสมาคมค้าทองคำ ซื้อ (บาท) ขาย (บาท) ทองคำแท่ง 19,750.00 19,850.00 ทองรูปพรรณ 19,389.64 20,350.00 …
09:27 G7 Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2559   วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2559 (ตามเวลาประเทศไทย) ญี่ปุ่น 12.00 น. ความเชื่อมั่นผู้บ…
09:24 PE เผยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ร่วมชดใช้หนี้ค่าภาษีอากรค้างรวม 251.70 ลบ.   บมจ.พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ (PE) แจ้งว่าศาลฎีกามีคำพากษาให้บริษัท ร่วม…
09:24 ECONOMIC FOCUS: เดือน ธ.ค.   3 30 ธ.ค. รัฐบาลเริ่มมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ธ.ค. ประชุม…

แฉขบวนการโกงภาษีสูญ 2.6 พันล.

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2556 00:00:48 น.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังได้ดำเนินการติดตามดูแลการรับชำระภาษีและการคืนภาษี ภายหลังจากที่มีการปรับอัตราภาษี และการปฏิบัติทางด้านภาษี เพื่อให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในกระทรวงการคลังได้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ล่าสุด มีหลักฐานที่พบและมีเหตุที่ควรเชื่อได้ว่า มีขบวนการในการโกงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สำหรับการส่งออก โดยมีผู้ต้องสงสัยมากกว่า 30 ราย และเป็นมูลหนี้ของเม็ดภาษีมากถึง 2.6 พันล้านบาท ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ต่อผู้ต้องสงสัยดังกล่าว

"เรามีการสืบสวนทางลับ และชัดเจนว่ามีขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีความเป็นไปได้ว่าการดำเนินการนอกจากจะเป็นภาคเอกชนที่ทำผิดกฎหมายแล้ว อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหนึ่งที่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น ผมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลในกลุ่มใดก็แล้วแต่ ทางกระทรวงการคลังจะจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะการทำอย่างนี้ร้ายแรงกว่าการหลีกเลี่ยงภาษีมาก โดยเป็นการมาขอรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับ เพราะไม่ได้เป็นผู้ที่จ่ายก่อนหน้านั้น ผมจึงถือว่าเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง และเราจะต้องดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาด" นายกิตติรัตน์ กล่าว

สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ดำเนินการ หากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตรอบคอบก็ไม่ต้องเสียขวัญกำลังใจ แต่การดำเนินการเมื่อพบการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพิ่มเติมมากขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าอาจจะมีกรณีอื่นๆ เกิดขึ้นอีก ดังนั้น จึงต้องมีการดูแลและติดตามเพื่อไม่ให้เกิดการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่ได้ให้ความสำคัญมาก

"หากเป็นผู้ส่งออกที่เป็นไปตามกฎหมายก็มีหน้าที่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไปก่อนในขั้นตอนที่ได้สินค้ามา และมาขอรับภาษีมูลค่าเพิ่มคืนในส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายและส่งออกไป แต่กรณีนี้มีเหตุผลชัดเจน และมีหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้มีการทำธุรกิจจริง ไม่ได้ซื้อสินค้าเหล่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในฐานะชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้นำหลักฐานใบกำกับภาษีอันเป็นเท็จมารับภาษีมูลค่าเพิ่มออกไป ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก" นายกิตติรัตน์ กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง