ข่าวอินโฟเควสท์
18:05 ฟิทช์คงอันดับความน่าเชื่อถืออิตาลีและสเปนที่ BBB+   ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือสำหรับอิตาลีและสเปนที่ BBB+ โดยแนวโน้มอันดับมี…
15:58 สศช.เชื่อการเปิด AEC-เร่งเบิกจ่ายภาครัฐดัน GDP ไทยปี 58 โต 3.5-4.5%   นายอาคม. เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคมและเลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัง…
13:32 เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ผู้ป่วยอีโบลารายแรกของมาลีเสียชีวิตแล้ว   เด็กหญิงวัย 2 ขวบที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกของประเ…
12:23 สธ.สั่งปิดห้องพักชาวอังกฤษที่เสียชีวิต คาดพรุ่งนี้ทราบผลตรวจหาเชื้ออีโบลา   นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่พบศพชายชาวอังก…
12:22 2 พยาบาลสหรัฐหายป่วยจากอาการติดเชื้ออีโบลาแล้ว   พยาบาลชาวอเมริกันซึ่งติดเชื้อไวรัสอีโบลาขณะที่ดูแลผู้ป่วยจากไลบีเรีย มีอาการดีขึ้น และเตรียมออ…

แฉขบวนการโกงภาษีสูญ 2.6 พันล.

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2556 00:00:48 น.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังได้ดำเนินการติดตามดูแลการรับชำระภาษีและการคืนภาษี ภายหลังจากที่มีการปรับอัตราภาษี และการปฏิบัติทางด้านภาษี เพื่อให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในกระทรวงการคลังได้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ล่าสุด มีหลักฐานที่พบและมีเหตุที่ควรเชื่อได้ว่า มีขบวนการในการโกงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สำหรับการส่งออก โดยมีผู้ต้องสงสัยมากกว่า 30 ราย และเป็นมูลหนี้ของเม็ดภาษีมากถึง 2.6 พันล้านบาท ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ต่อผู้ต้องสงสัยดังกล่าว

"เรามีการสืบสวนทางลับ และชัดเจนว่ามีขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีความเป็นไปได้ว่าการดำเนินการนอกจากจะเป็นภาคเอกชนที่ทำผิดกฎหมายแล้ว อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหนึ่งที่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น ผมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลในกลุ่มใดก็แล้วแต่ ทางกระทรวงการคลังจะจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะการทำอย่างนี้ร้ายแรงกว่าการหลีกเลี่ยงภาษีมาก โดยเป็นการมาขอรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับ เพราะไม่ได้เป็นผู้ที่จ่ายก่อนหน้านั้น ผมจึงถือว่าเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง และเราจะต้องดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาด" นายกิตติรัตน์ กล่าว

สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ดำเนินการ หากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตรอบคอบก็ไม่ต้องเสียขวัญกำลังใจ แต่การดำเนินการเมื่อพบการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพิ่มเติมมากขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าอาจจะมีกรณีอื่นๆ เกิดขึ้นอีก ดังนั้น จึงต้องมีการดูแลและติดตามเพื่อไม่ให้เกิดการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่ได้ให้ความสำคัญมาก

"หากเป็นผู้ส่งออกที่เป็นไปตามกฎหมายก็มีหน้าที่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไปก่อนในขั้นตอนที่ได้สินค้ามา และมาขอรับภาษีมูลค่าเพิ่มคืนในส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายและส่งออกไป แต่กรณีนี้มีเหตุผลชัดเจน และมีหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้มีการทำธุรกิจจริง ไม่ได้ซื้อสินค้าเหล่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในฐานะชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้นำหลักฐานใบกำกับภาษีอันเป็นเท็จมารับภาษีมูลค่าเพิ่มออกไป ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก" นายกิตติรัตน์ กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง