เกาะติดสถานการณ์รัฐประหาร ๕๗
06:00 ขู่ฟ้องศาลปกครอง แตะเบรกมติ‘กพช.’ ระงับสัมปทานฉาว   กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย และเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนเดินหน้าคัดค้านมติที่ประ…
00:00 คอลัมน์: สะเก็ดการเมือง: ค้านด่วนบางปะอิน-โคราช   วันที่ 24 ต.ค. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. กลุ่มชมรมคนปากช่องต่อต้านมอเตอร์เวย์ นำโดย…
00:00 คอลัมน์: บ้านเมือง: ต้องสร้างมาตรฐาน   ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีเอกลักษณ์ของกา…
00:00 คอลัมน์: ไทยโพสต์: 'อำนาจ-การเมือง' บน 'เกาะเต่า' 'คสช.' อย่าสะดุดขาพวกพ้อง   คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กลายเป็นคดีโด่งดังระดับโลกไปแ…
00:00 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ร่วมงานบำเพ็ญกุศล…

สสส.ลุยลดคอทองแดง 6 จังหวัดเหนือ ปรับค่านิยม-สร้างต้นแบบ-บังคับใช้ กม.

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 00:00:25 น.

สสส.หนุนสร้างยุทธศาสตร์จังหวัด ลดคอทองแดง 6 จังหวัดภาคเหนือหลังครองแชมป์นักดื่ม เร่งเปลี่ยนค่านิยม สร้างคนต้นแบบ บังคับใช้กฎหมาย ตั้งเป้าสละแชมป์/เปลี่ยนสถิติออกวันจันทร์ 8 ก.ค.

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6 จังหวัดภาคเหนือตอนบน คือ จ.พะเยา เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง พบว่า สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มจังหวัดดังกล่าวมีอัตราการบริโภคที่น่าเป็นห่วง ซึ่งการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือ นำมาสู่การวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน ซึ่งในการประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนจากกรมสรรพสามิต ตัวแทนสาธารณสุขจังหวัด โดย 6 จังหวัดดังกล่าวถือเป็นจังหวัดนำร่องที่จะใช้บริบทของปัญหาในพื้นที่มาวางยุทธศาสตร์จังหวัด และนำเอามาตรการที่มีประสิทธิภาพในยุทธศาสตร์ระดับชาติมาผสมผสานในการทำงาน

"ปัญหาในพื้นที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งค่านิยมในการดื่ม ที่ยอมรับว่าเหล้าเบียร์เป็นสินค้าธรรมดา แสดงออกถึงหน้าตาของเจ้าภาพในงาน แก้เมื่อย แก้เจ็บ คลายเครียด ผู้ใหญ่ไม่สามารถเป็นแบบอย่างให้เด็กได้ การทำการตลาดการโฆษณาของผู้ผลิต ขาดความจริงจังในการขับเคลื่อนนโยบายและการบังคับใช้กฎหมาย การมีโรงกลั่นพื้นบ้านจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ โดยรายได้จากการกลั่นเหล้าไม่คุ้มกับรายจ่ายทางสุขภาพที่รัฐและประชาชนต้องสูญเสีย ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากรัฐเก็บภาษีจากเหล้าเบียร์ 1 บาท ต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย 2 บาท หรือมากกว่านั้น เพื่อดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้น" ดร.สุปรีดา กล่าว

ดร.สุปรีดา กล่าวว่า การระดมความคิดและร่วมกันทำงานของทุกฝ่ายจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะปัญหามีความหลากหลาย จำเป็นต้องใช้มาตรการหลายอย่าง เช่น การบังคับใช้กฎหมายสรรพสามิต เพื่อคุมเรื่องการกลั่นเหล้าเถื่อนที่ทำให้เกิดการเข้าถึงง่ายเพราะมีราคาถูก และยังพบการปนเปื้อนยาฆ่าแมลง การรณรงค์เปลี่ยนค่านิยมของประชาชนด้วยการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ผ่านแกนนำในชุมชน เช่น พระสงฆ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การสร้างคนต้นแบบ เยาวชนต้นแบบ แกนนำสตรี เพื่อให้เกิดค่านิยมใหม่ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลด ละ เลิก และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายอย่างเข้มแข็ง โดยมีการประเมินสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ

ดร.สุปรีดา กล่าวด้วยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่เข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการทำแผนประมาณ 1 เดือน โดยนักวิชาการของ สสส. และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) จะเข้ามาช่วยดูมาตรการที่จะนำไปปฏิบัติ คาดว่า เดือน ก.ย.นี้ จะสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้ เพื่อให้เกิดผลเชิงประจักษ์ในปี 2557 โดยตั้งเป้าหมายสำคัญว่า ในการสำรวจทางสถิติ ประจำปี 2557 จะสามารถลดปริมาณการบริโภคในพื้นที่ลง ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นกลุ่มจังหวัดต้นแบบ เพื่อนำไปใช้ในกลุ่มจังหวัดอื่นที่มีปัญหาต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง