สปสช.ให้สิทธิ์คนหูหนวกใช้เครื่องช่วยฟังฟรี 1,000 ราย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 6 มกราคม 2557 00:00:40 น.

น.พ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพให้การดูแลคนพิการ โดยเฉพาะด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ปัจจุบันมีจำนวนคนพิการสะสมในระบบ 1,123,273 คน เป็นคนพิการทางการได้ยินหรือหูหนวก 166,536 คน หรือ 14.82% ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังไปเพียง 27,302 คน แม้ว่าคนพิการทางการได้ยินจะมีสิทธิ์ได้รับเครื่องช่วยฟังฟรีตามสิทธิประโยชน์ แต่พบว่ายังมีคนพิการกลุ่มใหญ่ที่ยังมีปัญหาในการเข้าถึง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องนักแก้ไขการได้ยินมีจำนวนน้อย การประเมินและลองใส่เครื่องช่วยฟังสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายใช้เวลานาน การตอบสนองต่อการฟังเสียงไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เกณฑ์การเบิกจ่ายมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 13,500 บาทต่อราย สูงกว่าอุปกรณ์สำหรับคนพิการอื่นๆ และในปี 2556 มีการเบิกค่าใช้จ่ายรวม 113 ล้านบาท

น.พ.วินัย กล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สปสช. ได้ลงนามความร่วมมือร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.และเนคเทค) ในการพัฒนาระบบบริการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังไทยสำหรับคนพิการทางการได้ยินในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย สวทช.เนคเทค ได้พัฒนาเครื่องช่วยฟังแบบกล่องที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล และผ่านการทดสอบทางคลินิกโดยความร่วมมือของ สวรส. ซึ่งจะเป็นเครื่องช่วยฟังที่ประดิษฐ์โดยคนไทยเอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง เพื่อให้คนพิการได้รับเครื่องช่วยฟังมากขึ้น ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ทางเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังที่ประดิษฐ์ในประเทศไทยเอง โดย สปสช.สนับสนุนงบประมาณซื้อเครื่องช่วยฟัง 7 ล้านบาท สำหรับ 1,000 เครื่อง เครื่องละ 7,000 บาท

สำหรับเครื่องช่วยฟังที่ สวทช.และเนคเทค ได้พัฒนาขึ้นเป็นเครื่องช่วยฟังแบบกล่องรุ่น P02 รุ่นอินทิมา (Intima) ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งเป็นเครื่องช่วยฟังประสิทธิภาพสูงราคาประหยัด ออกแบบให้ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟใหม่ได้ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายระหว่างใช้งาน ในเบื้องต้นจะแจกให้คนพิการ 1,000 ราย ผ่านโรงพยาบาลที่ สปสช.ร่วมกับ สวรส.คัดเลือก ซึ่งโรงพยาบาลที่เข้าร่วมจะต้องเป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการให้บริการเครื่องช่วยฟัง ทั้งในด้านแพทย์ นักแก้ไขการได้ยิน สถานที่และอุปกรณ์ตามเกณฑ์ของ สปสช. ขณะที่ สวรส.จะทำหน้าที่ในการออกแบบข้อมูลและติดตามประเมินผลการใช้งานต่อไปในระยะเวลา 1 ปี หรือจนถึง ก.ย.57 หลังจากนั้นนำผลที่ได้มาขยายผลพัฒนาระบบบริการเครื่องช่วยฟังไทยต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง