หลวงปู่หล้า 16 ปี-ไม่เน่า

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552 09:19:42 น.
หลวงปู่หล้า 16 ปี-ไม่เน่า
สุดอัศจรรย์เล็บผมงอก

อัศจรรย์ “หลวงปู่หล้า ตาทิพย์” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าตึง สันกำแพง มรณภาพ 16 ปีแล้ว ร่างไม่เน่าเปื่อย ศิษยานุศิษย์พบขณะที่นำศพออกจากโลงแก้วเพื่อเปลี่ยนจีวร สภาพร่างกายแข็งเหมือนหินเหมือนคนนอนหลับ สามารถยกร่างลุกขึ้นให้อยู่ในท่ายืนได้เช่นคนปกติ นอกจากนี้ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ยังอยู่ครบ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พระครูวิสุทธิเขมรัต เจ้าอาวาสวัดป่าตึง ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ. เชียงใหม่ ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางคณะศรัทธาและศิษยานุศิษย์ของพระครูจันทสมานคุณ หรือ หลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ได้นำสรีระของหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ออกมาจากโลงแก้ว เพื่อเปลี่ยนห่มจีวรใหม่ให้กับท่าน ปรากฏว่าคณะศรัทธาและศิษยานุศิษย์ต้องตกตะลึง เนื่องจากร่างกายของหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ไม่เน่าเปื่อย มีสภาพสมบูรณ์ แม้กระทั่ง ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ยังอยู่ครบและอยู่ในสภาพเหมือนคนนอนหลับ นอกจากนั้นร่างกายของหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ยังแข็งเหมือนหิน หลังเปลี่ยนจีวรใหม่ให้แล้ว จึงนำร่างของท่านลุกขึ้นอยู่ในท่ายืนได้เหมือนคนยืนปกติ เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกับศิษยานุศิษย์ที่ได้พบเห็นในครั้งนี้

พระครูวิสุทธิเขมรัต กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เปลี่ยนจีวรใหม่ เนื่องจากทางวัดป่าตึงจะจัดงานทำบุญวันกตัญญู เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายให้หลวงปู่หล้า ในวันที่ 22 ก.ย.ของทุกปี ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย. ณ วัดป่าตึง ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้ประชาชน คณะศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ได้มากราบไหว้สรีระของหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวบนกุฏิไม้สักทอง วัดป่าตึงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับประวัติพระครูจันทสมานคุณ หรือหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ วัดป่าตึง มรณภาพลงเมื่อวันที่ 16 ก.พ.36 มีอายุได้ 96 ปี จนถึงปัจจุบันนี้มรณภาพครบ 16 ปี 6 เดือน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคเหนือ ทั้งนี้ในบรรดาพระเกจิชื่อดังของเชียงใหม่ นอกจากครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา หลวงปู่แหวน สุจิณโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋งแล้ว ชื่อของหลวงปู่หล้าวัดป่าตึง น่าจะถูกรวมอยู่ในบรรดาพระเกจิผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย ชื่อเสียงของหลวงปู่หล้า เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เนื่องด้วยท่านเป็นพระที่ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในหลักศีลธรรมอันงดงาม หลวงปู่หล้าท่านได้รับสมญานามจากศรัทธาญาติโยมว่า มีญาณวิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้าได้ จนชาวบ้านทั่วไปเรียกท่านว่า “หลวงปู่หล้า ตาทิพย์”

หลวงปู่หล้า (พระครูจันทสมานคุณ) ท่านเกิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยของเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 (พ.ศ. 2426-2439) กับเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 (พ.ศ. 2442-2452) หลวงปู่หล้าเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำเดือน 11 ตรงกับวันที่ 22 กันยายน 2441 ที่บ้านปง ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โยมพ่อชื่อ นายเงิน โยมแม่ชื่อ นางแก้ว นามสกุล บุญมาคำ

เมื่อหลวงปู่หล้าอายุได้ 8 ขวบ โยมแม่ก็นำไปฝากกับครูบาปินตา เจ้าอาวาสวัดป่าตึงให้เป็นเด็กวัด หลวงปู่หล้า จึงได้มีโอกาสเรียนหนังสือเป็นครั้งแรกกับครูบาอินตา ซึ่งสมัยนั้นจะเรียนหนังสือพื้นเมือง จนอายุได้ 11 ขวบ ก็ได้บวชเป็นสามเณรในช่วงเข้ารุกขมูล เข้ากรรมอยู่ในป่า การเข้ากรรม หรืออยู่กรรม เรียกว่า ประเพณีเข้าโสสานกรรม ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่พระสงฆ์จะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งมักจะกระทำกันในบริเวณป่าช้าที่อยู่นอกวัด พระสงฆ์และผู้ที่เข้าบำเพ็ญโสสานกรรมจะต้องถือปฏิบัติเคร่งครัดเพื่อต้องการบรรเทากิเลสตัณหา

จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี จึงเดินทางไปจำพรรษาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เพื่อเรียนนักธรรมที่วัดเชตุพน หลวงปู่หล้าเรียนนักธรรมที่วัดเชตุพนเพียง 1 ปียังไม่ทันสำเร็จก็ต้องเดินทางกลับวัดป่าตึง เพื่อปรนนิบัติครูบาปินตาที่ชราภาพ หลวงปู่หล้าอยู่ปรนนิบัติครูบาปินตาจนกระทั่งล่วงเข้าปี พ.ศ.2467 ครูบาปินตาก็มรณภาพด้วยวัย 74 ปี ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่หล้าอายุ 27 ปีเท่านั้น หลวงปู่หล้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าตึงต่อจากครูบาปินตา เมื่อปี พ.ศ. 2467 และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลออนใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2476 จนเมื่อปี 2504 หลวงปู่หล้าได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูจันทสมานคุณ ซึ่งขณะนั้นท่านอายุ 63 ปี

มีคนพากันยกย่องหลวงปู่หล้าว่า ท่านสามารถรู้เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งฝนตั้งเค้าจะตกหนัก หลวงปู่บอกให้พระเณรรีบออกจากกุฏิ เพราะกุฏิเก่าและทรุดโทรมมากและมีต้นลานขนาดใหญ่อยู่ข้างกุฏิ ปรากฏว่าวันนั้นฝนตกหนักกิ่งต้นลานก็หักโค่นลงมาทับกุฏิพัง พระเณรที่อยู่ในวัดทุกคนปลอดภัยและพากันสรรเสริญว่าท่านมีตาทิพย์ นอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่าอีกว่า เช้าวันหนึ่งเวลาประมาณตี 5 หลวงปู่หล้าให้พระเณรรีบทำความสะอาดวิหารเพราะจะมีแขกมาหาที่วัด ครั้นพอถึงเวลา 6 โมงเช้า พระศรีธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสันป่าข่อยนำญาติโยมมาหา ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงพากันเรียกท่านว่า “หลวงปู่หล้า ตาทิพย์”

หลวงปู่หล้าเจริญอายุมาถึง 97 ปี ก็มรณภาพเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2536 ยังความเศร้าสลดใจมาสู่พระสงฆ์ สามเณร ศรัทธาญาติโยมทั่วไป และต่างก็มาเคารพศพตั้งแต่วันที่ท่านมรณภาพจวบจนปัจจุบันนี้ศพของหลวงปู่หล้าถูกบรรจุไว้ในโลงแก้วที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ ตั้งอยู่บนกุฏิไม้สักที่งดงามในวัดป่าตึง หลวงปู่หล้า เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านถือปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงอาบศพ ซึ่งยังความปลาบปลื้มปีติยินดีมาสู่ศิษยานุศิษย์ แม้ว่าหลวงปู่หล้าจะมรณภาพจากไปแล้ว ก็เป็นเพียงการจากไปแต่สรีระร่างกายเท่านั้น แต่คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างเอาไว้หาได้ดับไปด้วยไม่

ADVERTISEMENT