รวบเสี่ยหนุ่มสวมรถ จอย ซื้อหลุดจากบ่อน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552 09:25:58 น.
รวบเสี่ยหนุ่มสวมรถ จอย ซื้อหลุดจากบ่อน
รับซิ่งฝ่าไฟแดงเป็นเรื่องจอดทิ้ง

พลเมืองดีเจ๋ง! สะกิดหัวปิงปองรวบเสี่ยหนุ่มเจ้าของโรงพิมพ์ ซิ่งเก๋งยาริส สวมทะเบียนรถ “น้องจอย ศิริลักษณ์” ฝ่าไฟแดงแยกนิด้า หลังดาราสาวต้องเต้นร้องทุกข์กับสื่อจนเป็นข่าว เจ้าตัวก็รีบถอดทะเบียนนำรถไปจอดซุกไว้ในบริษัทเพื่อรอเหยื่อมาซื้อต่อแต่ไม่รอดสายตาเหยี่ยว พอถูกจับกลับอ้างโดน 18 มงกุฎหลอกให้รับจำนำในราคา 2 แสน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 ก.ย.52 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.จร. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายก่อเกียรติ สุตัณวณิชกุล อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/353-354 ซอยรามคำแหง 120 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. พร้อมของกลาง 1.รถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง แต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน 2.ใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบก ระบุทะเบียนรถ ศอ 6000 กทม. ชื่อของ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค 1 ชุด และ 3.แผ่นป้ายกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมีชื่อ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นผู้เอาประกันภัย อีก 1 แผ่น

พล.ต.ต.ภาณุ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อเวลา 10.28 น. วันที่ 16 ก.ค.52 กล้องตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร บริเวณแยกนิด้า สามารถบันทึกภาพรถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง แต่งซิ่ง ทะเบียน ศอ 6000 กทม.ขับฝ่าไฟแดงเอาไว้ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการเช็คข้อมูลจากทะเบียนรถแล้วทราบว่า ผู้ครอบครองคือ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ดารานักร้องชื่อดัง จึงได้มีการออกหมายแจ้งให้ชำระค่าปรับส่งไปถึงที่บ้านพัก แต่ น.ส.ศิริลักษณ์ ก็ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.วังทองหลาง พร้อมนำรถเก๋งส่วนตัวมาให้ตำรวจ บก.จร.ตรวจสอบ โดยยืนยันว่ารถคันที่ขับฝ่าไฟแดงดังกล่าวไม่ใช่รถของตัวเอง จนเจ้าหน้าที่ต้องทำการถอนหมายแจ้งไปในที่สุด

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. วานนี้ (9 ก.ย.) ได้มีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้งเบาะแสกับ ร.ต.อ.วรวัฒน์ ฤทธาพิพัฒน์ รอง สว.งาน 2 กก.1 บก.จร. ว่า พบเห็นรถเก๋งยาริส สีแดง ต้องสงสัยซึ่งคล้ายกับรถของ น.ส.ศิริลักษณ์ ที่ปรากฏอยู่ในภาพตามหน้าหนังสือพิมพ์ ถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียนนำไปจอดทิ้งไว้ใน บจก.สยามเพรสแอนด์มีเดีย ซอยรามคำแหง 120 เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ร.ต.อ.วรวัฒน์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานกับตำรวจ สน.บึงกุ่ม ร่วมนำกำลังไปทำการตรวจสอบ พบว่าบริษัทดังกล่าวเปิดทำธุรกิจโรงพิมพ์ มีนายก่อเกียรติ เป็นเจ้าของ โดยขณะนั้นเจ้าตัวไม่อยู่ที่บริษัท แต่พบรถเก๋งต้องสงสัยจอดอยู่จริง จึงให้นายพิชัย มงคงเคหา อายุ 45 ปี ลูกจ้างของนายก่อเกียรติ เป็นผู้นำค้นรถ

“จากการตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถคันดังกล่าว ทราบว่า เป็นรถหมายเลขทะเบียน กฉ 8023 ภูเก็ต มีนายโชตนาการ แพนกุดเรือ อายุ 35 ปี เป็นผู้ครอบครอง แต่ขาดส่งไฟแนนซ์ของธนาคารธนชาติ เมื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมภายในรถพบใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบก ระบุทะเบียนรถ ศอ 6000 กทม.ชื่อ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นผู้ครองครอง 1 ชุด และแผ่นป้ายกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมีชื่อ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นผู้เอาประกันภัย อีก 1 แผ่น จึงยึดรถเอาไว้ก่อนติดต่อให้นายก่อเกียรติ เดินทางมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน” พล.ต.ต.ภาณุ กล่าว

ต่อมา นายก่อเกียรติ ก็ได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่ม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมนำเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองรถมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย โดยนายก่อเกียรติ ยอมรับว่ารับจำนำรถคันดังกล่าวมาจากนายหม้อ และนายพล (ไม่ทราบนามสกุล) ในราคา 200,000 บาท ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจรับจำนำนั้น ทั้ง 2 ราย ได้แจ้งว่ารถคันนี้เป็นรถหลุดจำนำมาจากในบ่อน จ.ภูเก็ต และติดไฟแนนซ์อยู่ด้วย แต่ทั้ง 2  ราย ยังยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องเอกสารการครอบครองรถให้แบบไร้ปัญหา ตนจึงจ่ายเงินรับรถมาก่อน จากนั้นประมาณ 5 เดือน นายหม้อ และนายพล จึงส่งแผ่นป้ายทะเบียน ศอ 6000 กทม. พร้อมเอกสารป้ายเสียภาษีประจำปี และกรรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาให้ตน

นายก่อเกียรติ ให้การอีกว่า หลังจากที่ตนได้รับแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารมาแล้ว จึงรีบติดแผ่นป้าย ก่อนนำรถออกไปใช้ โดยไม่ทันสังเกตว่าเอกสารการครอบครองเป็นชื่อของใคร เนื่องจากตนมีรถหลายคัน จึงเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ภายในรถอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนเรื่องที่กล้องบันทึกภาพขณะที่รถคันนี้ขับฝ่าไฟแดงบริเวณแยกนิด้าได้นั้น ตนยอมรับว่าตนเป็นผู้ขับขี่เอง โดยหลังจากที่คุณจอย ศิริลักษณ์ ได้เข้าแจ้งความและออกมาร้องทุกข์ผ่านสื่อว่าไม่ได้ขับรถไปฝ่าไฟแดงที่แยกดังกล่าว ตนก็มั่นใจว่าต้องเป็นรถคันที่ตนครอบครองอยู่นี้แน่นอน จึงเกิดกลัวความผิดรีบถอดแผ่นป้ายทะเบียนเก็บไว้ แล้วนำไปจอดทิ้งไว้ในบริษัทและเปลี่ยนไปใช้รถคันอื่นแทน

“ตนยอมรับว่าหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับรถออกมานั้น ตนพยายามที่จะผลัดรถคันนี้ให้ออกไปจากความครอบครอง แต่ด้วยความที่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับเอกสาร ประกอบกับไม่สามารถติดต่อนายหม้อ และนายพล ได้เลย จึงต้องจอดรถทิ้งไว้ในโรงงาน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมายึดรถ และแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับตนในที่สุด” นายก่อเกียรติ กล่าว

ด้าน น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หรือ “น้องจอย” ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังได้ทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุสวมทะเบียนรถยนต์ได้แล้ว ยอมรับว่ารู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ จากนี้ไปจอยจะได้มีรถของตัวเองจริงๆ เสียที จะได้ไม่ต้องใช้รถที่มีหมายเลขทะเบียนเดียวกันกับคนร้าย ที่ผ่านมารู้สึกเครียดอยู่บ้าง สงสัยว่าทำไมคนร้ายจงใจปลอมรถของจอย ถ้าเป็นแฟนคลับต้องการทำอะไรให้เหมือนจอยหมดทุกอย่างก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างไรต้องขอไปดูรถคันดังกล่าวให้เห็นกับตาจึงจะสามารถพูดได้มากกว่านี้ ยังงงอยู่ไม่หายว่าทำไมการปลอมหรือสวมทะเบียนรถทำกันได้ง่ายดาย ถ้าเป็นจริงประชาชนจะทำกันอย่างไร ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขเพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริสุทธิ์ได้

ด้าน น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หรือ “น้องจอย” ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังได้ทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุสวมทะเบียนรถยนต์ได้แล้ว ยอมรับว่ารู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ จากนี้ไปจอยจะได้มีรถของตัวเองจริงๆ เสียที จะได้ไม่ต้องใช้รถที่มีหมายเลขทะเบียนเดียวกันกับคนร้าย ที่ผ่านมารู้สึกเครียดอยู่บ้าง สงสัยว่าทำไมคนร้ายจงใจปลอมรถของจอย ถ้าเป็นแฟนคลับต้องการทำอะไรให้เหมือนจอยหมดทุกอย่างก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างไรต้องขอไปดูรถคันดังกล่าวให้เห็นกับตาจึงจะสามารถพูดได้มากกว่านี้ ยังงงอยู่ไม่หายว่าทำไมการปลอมหรือสวมทะเบียนรถทำกันได้ง่ายดาย ถ้าเป็นจริงประชาชนจะทำกันอย่างไร ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขเพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริสุทธิ์ได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง