เมียแจ้งจับผัวขโมย ATM กดเงิน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2552 09:16:46 น.
เมียแจ้งจับผัวขโมย ATM กดเงิน
ทนไม่ไหวขอหย่าผีพนันตร.เปิดวงจรปิดมันแน่น

สาวเมืองน้ำดำจูงมือผัวโร่แจ้งความตำรวจบัตรเอทีเอ็มถูกคนร้ายขโมยกดเงินไปหลายครั้งร่วมกว่า 6 พันบาท ตำรวจเช็คทีวีวงจรปิดพบผัวแอบเอาบัตรไปกดเงินเสียเอง ถึงกับหน้าซีด รับสารภาพเสียงอ่อยต้องการเอาเงินไปใช้หนี้การพนันฟุตบอล ฝ่ายเมียด่าลั่นกลางโรงพักพร้อมประกาศแยกทางกัน และแจ้งความดำเนินคดีผัวแสบอีกด้วย ตำรวจตั้งข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

เหตุการณ์รายนี้เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 14.30 น. ร.ต.อ.ประเสริฐ ธรรมชัย  สารวัตรกลุ่มงานสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ดารารัตน์ ปิตานันท์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 9 ตำบลลำคลอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่เดินทางมาพร้อมกับสามีคือนายมงคล ราชวงค์ อายุ 27 ปี ชาวอุบลราชธานี ว่า มีคนร้ายแอบเอาบัตรเอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน สาขากาฬสินธุ์ไปกดเงินโดยมีการกดเงินรวม 7 ครั้งเป็นเงินกว่า 6,260 บาท

น.ส.ดารารัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมาแจ้งความ ได้พูดคุยและสอบถามกับสามี แต่สามีคือนายมงคล ราชวงค์ ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด แต่ตนก็สงสัยเนื่องจากเงินในบัตรหายไปทั้งๆ ที่บัตรทั้งหมด ก็อยู่กับตนเองตลอดเวลา จึงเข้ามาแจ้งความเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเงินในบัตรหายไปไหนและใครเอาไป พร้อมกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้าย เนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าว ตนตั้งใจจะเก็บออมไว้เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูก เมื่อเงินหายไปจากบัญชีไป โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงรู้สึกเสียดายและอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารที่คนร้ายแอบไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ก็พบว่า คนร้ายตัวจริงคือนายมงคล ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ดารารัตน์ เอง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อเห็นภาพในกล้องวงจรปิด นายมงคลถึงกับหน้าซีด และยอมรับสารภาพ จนเป็นเหตุให้ น.ส.ดารารัตน์ ผู้เป็นภรรยามีความโกรธแค้น และแสดงอาการโมโหด่าว่าอย่างรุนแรง พร้อมประกาศแยกทางกันบนสถานีตำรวจ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ร.ต.อ.ประเสริฐ ธรรมชัย สารวัตรกลุ่มงานสอบสวนฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางผู้เสียหายมีความประสงค์แจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจากการสอบปากคำนายมงคล ให้การรับสารภาพว่า ได้ไปเล่นการพนันฟุตบอลจนเป็นหนี้ โดยอาศัยที่ภรรยาเผลอลักเอาบัตรเอทีเอ็ม ไปกดเงินเพื่อนำเงินไปใช้หนี้การพนัน จากนั้นก็นำบัตรมาไว้ที่เดิม และเพื่อไม่ให้ภรรยาสงสัยว่า เป็นตนเองจึงแกล้งแสดงความบริสุทธิ์ จึงพาภรรยาไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ในข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชนและลักทรัพย์ อย่างไรก็ตามขอเตือนประชาชนทั่วไปให้เฝ้าระวังปัญหาเช่นนี้ เนื่องจากจะเป็นความผิดทางกฎหมายแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดทำให้ครอบครัวแตกแยกอีกด้วย

ADVERTISEMENT