บทบรรณาธิการ : รัฐบาลส่อร้าวลึก

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2552 09:09:15 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รัฐบาลส่อร้าวลึก

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์สามารถสลับขั้วอำนาจ จากที่เคยนั่งทำหน้าที่ฝ่ายค้านมายาวนาน 8 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคพลังประชาชนล่มสลายจนกลายมาเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคที่เคยร่วมเป็นพันธมิตรต่างก็แตกกระสานซ่านเซ็น เมื่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลผสมทั้งสมัยนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ ต้องระเหเร่ร่อนไปประชุมคณะรัฐมนตรีตามสถานที่ต่างๆ

เมื่อเข้าทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ เนื่องจากถูกม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดครอง แต่สภาพของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เมื่อกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สัญลักษณ์เสื้อแดงและตีนตบเริ่มเคลื่อนไหวออกมาชุมนุมต่อต้านถี่อย่างต่อเนื่อง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังโฟนอินเข้ามาปลุกปั่นอยู่ประจำ

เริ่มเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2551 กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าล้อมรัฐสภา เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สามารถเข้าไปแถลงนโยบาย ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 กลุ่มคนเสื้อแดงได้เปิดการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ก่อนที่จะเคลื่อนพลไปล้อมทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับประกาศข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 4 ข้อ และกลุ่มเสื้อแดงได้มีการนัดชุมนุมต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ทั้งรุนแรงบ้างไม่รุนแรงบ้าง

นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เริ่มนับหนึ่งในการชุมนุมเมื่อ 25 พฤษภาคม 2551 ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ก่อนบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลและสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงการปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกแกนนำพันธมิตรฯ กว่า 30 คน ไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ในปลายเดือนกรกฎาคมนี้

เวลา 6 เดือนรัฐบาลโดยแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์เริ่มจะมีปัญหากระทบกระทั่งกับกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย ที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากล่าวเป็นทีเล่นทีจริงว่ารู้สึกอึดอัดกับการอยู่ร่วมรัฐบาล ที่อยู่ก็เพื่อจะได้ใช้เงินกู้ 8 แสนล้านบาท และผ่านงบประมาณรายจ่ายปี 2553 จนทำให้นายอภิสิทธิ์ลั่นวาจาว่าไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ ไม่อยากทำงานก็ไม่ต้องทำ นั่นคือความร้าวลึกภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่น่าห่วง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง