“หลงลับแล” ทุเรียนคุณภาพดีที่สุดในโลก ที่จังหวัดอุตรดิตถ์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552 09:59:40 น.
“หลงลับแล” ทุเรียนคุณภาพดีที่สุดในโลก ที่จังหวัดอุตรดิตถ์

“ลับแล” เป็นชื่ออำเภอหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในอดีตเมืองลับแล จะรู้จักคุ้นเคยกันในนามว่า “เมืองแม่ม่าย” หรือ “เมืองแห่งสาวงาม” ซึ่งบรรพบุรุษของชาวลับแลเป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากล้านนาและมาปักหลักปักฐานทำมาหากิน ณ ผืนดินแห่งนี้ อันเป็นผืนแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จนเกิดพืชพันธุ์ธัญญาหารรวมทั้งผลไม้หลากหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ “ลางสาด” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจนปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ว่า “เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก”

การทำสวนทุเรียนของชาวลับแลแต่เดิมนั้นจะปลูกรวมในสวนลางสาดและผลไม้อื่นๆ โดยนำเมล็ดไปปลูกไว้ตามพื้นที่ข้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยโดยการขว้างหรือยิงเมล็ดลางสาดและเมล็ดทุเรียนด้วยคันสูน (อุปกรณ์ในการล่าสัตว์อย่างหนึ่งคล้ายธนู) โดยการดัดแปลงสายคันสูนให้สามารถใช้ยิงเมล็ดทุเรียนหรือลางสาดขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งเป็นภูเขาดินที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ซึ่งทุเรียน-ลางสาดก็จะงอกและเจริญเติบโตขึ้นมาเองไม่มีระยะการปลูกที่เป็นระเบียบเหมือนสวนผลไม้ของที่อื่นแต่จะปล่อยให้ต้นทุเรียน-ลางสาดเติบโตขึ้นเอง  ตามธรรมชาติโดยชาวบ้านจะไม่โค่นต้นไม้อื่นๆ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสวนทุเรียน-ลางสาด ของเมืองลับแลเป็นสวนผลไม้ที่แปลกไม่เหมือนที่อื่น คือ จะขึ้นอยู่ตามภูเขาทั่วไป ทั้งไหล่เขาจนกระทั่งถึงยอดเขา มองขึ้นไปก็จะเห็นเหมือนกับป่าไม้ตามธรรมชาติ และเป็นสวนผลไม้ที่ ไม่มีรั้วกั้น แต่ชาวบ้านจะรู้กันเองว่าตรงนี้ตรงนั้นใครเป็นเจ้าของ ลักษณะเช่นนี้จึงอาจถือได้ว่ามีเพียงที่นี้เท่านั้นเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนที่นี่ได้รับการส่งเสริมในเรื่องของการดูแลสวนแบบธรรมชาติหรือชีววิธีโดยไม่มีการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารเคมีที่ตกค้างในผลไม้และเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเอาไว้อีกทางหนึ่งด้วย

การเก็บทุเรียนพื้นเมืองของชาวลับแลในสมัยก่อนนั้นส่วนใหญ่แล้วจะปล่อยให้ทุเรียนที่สุกร่วงจากต้นลงมาเองแต่ที่ตัดมาบ่มก็มีบ้างเป็นส่วนน้อย ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุที่ว่าต้นทุเรียนขึ้นอยู่ตามภูเขาสูง ทุเรียนบางต้นก็สูงใหญ่มากจนชาวบ้านไม่สามารถปีนขึ้นไปตัดผลได้ โดยก่อนที่จะถึงหน้าทุเรียนแก่และสุกร่วงลงสู่พื้นนั้นชาวสวนจะแผ้วถางหญ้าและต้นไม้เตี้ยๆ ที่ขึ้นรกอยู่ตามพื้นดินด้านล่างให้เตียน บางสวนที่มีพื้นที่ชันมากเจ้าของสวนก็จะสานไม้ไผ่เป็นแผงทำเป็นรั้วกั้นไว้ไม่ให้ผลทุเรียนกลิ้งเข้าไปในพื้นที่สวนของคนอื่น และก็จะสะดวกในการเก็บด้วยเพราะทุเรียนเมื่อร่วงจากต้นแล้วก็จะกลิ้งมารวมกันที่บริเวณแผงไม้ไผ่ที่สร้างกั้นเอาไว้ ซึ่งชาวบ้านจะมาเก็บเอาในตอนเช้าตรู่โดยจะนำทุเรียนใส่เข่งหรือตะกร้าแล้วหาบลงจากสวนไปขายในหมู่บ้านหรือในตลาด ซึ่งจะมีพ่อค้าคนกลางทั้งภายในจังหวัดอุตรดิตถ์และต่างจังหวัดมารับซื้อไปขายต่อ

การปลูกทุเรียนจากเมล็ดซึ่งถือว่าเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของชาวลับแลนั้นเป็นสาเหตุทำให้มีการกลายพันธุ์ ทำให้ทุเรียนแต่ละต้นมีคุณภาพที่แตกต่างกันไป ทั้งที่กลายพันธุ์ไปเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมและเลวกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เองเมื่อปี 2520 และ 2521 จังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร จัดประกวดทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ดหรือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองขึ้นที่อำเภอลับแล เพื่อค้นหาทุเรียนพื้นเมืองต้นที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อที่จะรักษาทุเรียนคุณภาพดีต้นนั้นไว้พร้อมกับดำเนินการขยายพันธุ์ให้มีทุเรียนคุณภาพดีเพิ่มมากขึ้นต่อไป ซึ่งจากการจัดประกวดติดต่อกัน 2 ปีดังกล่าว ปรากฏว่าทุเรียนของนางหลง อุประ เลขที่ 126 หมู่ที่ 1 บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ชนะเลิศการประกวดได้รับรางวัลยอดเยี่ยม

เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของสวนทุเรียนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนที่ปลูกด้วยเมล็ดหรือทุเรียนพื้นเมืองของอำเภอลับแลในครั้งนั้น คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่ ซึ่งประกอบด้วย นายเลอเดช เจษฎาฉัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์  ศ.ดร.บรรเจิด คติการ คณะบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  นายพิศิษฐ์ ศศิผลิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  นายอารี แก้วงาม ผู้อำนวยการกองพืชสวน  นายสมบัติ วงศ์พรหมเมฆ ผู้อำนวยการกองเกษตรสัมพันธ์ นายฟุ้ง ศศิสนธ์ อดีตผู้อำนวยการกองพืชสวน และนายถนอม โพธิ์ศรี เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันพิจารณารับรองพันธุ์ทุเรียนที่ชนะเลิศการประกวดดังกล่าว โดยการรับรองให้เป็นทุเรียนพันธุ์ใหม่ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ตั้งชื่อทุเรียนพันธุ์ใหม่นี้ว่า พันธุ์ “หลงลับแล” ตามชื่อของนางหลง อุประ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2521 ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์

สำหรับลักษณะของทุเรียนพันธุ์ใหม่หรือทุเรียนพันธุ์หลงลับแลนี้ คือขนาดของผลทุเรียนไม่โตมากนัก โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 0.5 กิโลกรัม ไปจนถึง 3.5 กิโลกรัม โดยเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม รูปผลกลมหรือรูปไข่ ร่องพูไม่ชัดเจน ฐานผลค่อนข้างกลมหรือนูนขึ้นมาเล็กน้อย  ผลมีสีเขียวอมเหลือง หนามแหลมถี่ เปลือกบาง เนื้อละเอียด สีเหลืองค่อนข้างจัด รสชาติหวานมันอร่อย กลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเล็กลีบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทุเรียนที่อร่อยถูกปากถูกใจผู้ที่ได้มีโอกาสรับประทานมากกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ และกำลังเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคทุกเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทุเรียน “หลงลับแล” นี้ ถือว่าเป็นทุเรียนที่มีต้นกำเนิดที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่ออีกตัวหนึ่งที่ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์มีความภาคภูมิใจในทุกวันนี้ทุเรียนพันธุ์หลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับการขยายพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกออกไปมากขึ้นด้วยวิธีการเสียบยอดและการทาบกิ่งเพื่อไม่ให้เกิดการกลายพันธุ์โดยใช้ ต้นตอทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองต้นเดิมที่คุณภาพไม่ดี ทำให้ปัจจุบันมีทุเรียนพันธุ์หลงลับแลเพิ่มมากขึ้น ราคาขายส่งจากสวนทุกวันนี้กิโลกรัมละ 40-70 บาท ปัจจุบันหาซื้อได้ที่ตลาดผลไม้หัวดงและตลาดผลไม้นานกกก อำเภอลับแล หรือติดต่อซื้อได้จากสวนทุเรียนทั่วไปในจังหวัดอุตรดิตถ์

กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม - ณัฏยา หารบุตร/อุตรดิตถ์
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง