สุเทพ เตรียมนำม็อบเดินสายเรียกแขกบริษัท การบินไทย

สุเทพ เตรียมนำผู้ชุมนุมเดินทางไปบริษัท การบินไทย เพื่อเชิญชวนพนักงานการบินไทยร่วมต่อสู้กับกลุ่ม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นัดหมายผู้ชุมนุมจากเวที สวนลุมพินี เตรียมเคลื่อนขบวน ในเวลา 10.00 น....อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

อัศจรรย์น้ำมนต์รักษาโรค-ไล่ศัตรูพืช

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 25 เมษายน 2552 09:35:22 น.
อัศจรรย์น้ำมนต์รักษาโรค-ไล่ศัตรูพืช
หลวงปู่ฟัก วัดเขาน้อยสามผานจันทบุรี

ปัจจุบันพบพระอาจารย์รูปหนึ่ง คือ “หลวงปู่ฟัก สนฺติธมฺโม” เจ้าอาวาสวัดพิชัยพัฒนาราม หรือที่ชาวบ้านในเขตอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เรียกกันติดปากว่า วัดเขาน้อยสามผาน โดยเฉพาะท่านเมตตาต่อพุทธศาสนิกชนทั่วทุกภาค คือ การสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วยด้วยธรรมโอสถ จากการน้อมนำหลักประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระสมณโคดมพระศาสดาแห่งศาสนาพุทธอันยืนยาวมากว่า 2500 ปี

หลักสำคัญคือ การรักษาศีลและปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการครองเรือนของฝ่ายฆราวาสหญิงชาย ท่านเน้นให้รักษาศีล 5 อย่างต่อเนื่อง ทว่า พุทธศาสนิกส่วนใหญ่แม้จะรู้จักศีล 5 ดี แต่มีจำนวนน้อยมากที่จะเวรมณีหรือละเว้นตามศีล 5 ข้อซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำพาชีวิตให้เป็นสุขและยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามว่า ศีล 5 ต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไรบ้าง พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่กลับตอบได้ไม่ครบ 5 ข้อ!!

ในสมณะที่หลวงปู่ฟัก สนฺติธมฺโม เป็นพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตผู้มุ่งเน้นในวิปัสสนาธุระมากว่า 52 พรรษา ท่านจึงเห็นความทุกข์จากทางโลกอย่างไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะทุกข์จากหนี้สิน, ทุกข์จากการเจ็บป่วย, ทุกข์จากการกระทำผิดในคดีอาญาต่างๆ เป็นต้น

ทุกข์เหล่านั้นล้วนมีสาเหตุสำคัญ คือไม่รักษาศีล 5 ซึ่งหากขาดข้อใดข้อหนึ่งก็จะลุกลามไปยังปัญหาอื่นๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดทุกข์ตามมานั่นเอง

หลวงปู่ฟัก เทศน์ทุกครั้งว่า “เพราะพวกเราไม่เคารพไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ เป็นการไม่รักตัวเองที่ชอบด้วยธรรม แต่เป็นการรักในกิเลสตัณหาโลภะอย่างไม่มีขอบเขต จึงทำลายตนเองและส่วนรวมอย่างสิ้นเชิง”

ทั้งๆ ที่พระพุทธเจ้าท่านต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญเพียรภาวนาถึง 6 ปี กว่าจะตรัสรู้ถึงหนทางให้ปราศจากทุกข์ด้วยการรักษาศีลพื้นฐานเพียง 5 ข้อเท่านั้น แต่พวกเรามักไม่ปฏิบัติตามปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ก็จะติดตามมา โดยเฉพาะสิ่งที่หลวงปู่ฟัก เน้นย้ำเป็นพิเศษ คือเกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐที่เรียกว่า มนุษย์สมบัติย่อมไม่ควรเบียดเบียนซึ่งกันและกันและการเบียดเบียนสัตว์ก็ต้องละเว้นเช่นกัน เนื่องจากหลวงปู่ท่านมีเมตตาบารมีในการสงเคราะห์รักษาโรคทางกายหลายชนิดด้วย “น้ำมนต์” และเมตตาธรรม อันเป็นข้อน่าอัศจรรย์ของญาติโยมจากทั่วทุกสารทิศ

กล่าวคือ นอกจากท่านจะต้องอธิษฐานจิตน้อมนำคุณงามความดีงามของพระพุทธเจ้า ทั้งในด้านพระพุทธคุณ ธรรมคุณและสังฆคุณ เพื่อน้อมนำมาสู่น้ำมนต์ซึ่งถือว่าน้ำเป็นสื่อกลางแล้ว ท่านยังให้ญาติโยมที่ประสบปัญหาด้านโรคทางกายนำหลักธรรมไปปฏิบัติภาวนา เพื่อยังประโยชน์แก่ตนและครอบครัวอย่างได้ผลนัก

ทั้งนี้ บรรดาโรคทางกายหลายชนิดที่หลวงปู่ให้ธรรมโอสถสงเคราะห์ด้วย “น้ำมนต์” นั้นมีด้วยกันหลายชนิด อาทิ โรคไต, ไทรอยด์, เบาหวาน รวมถึงโรคยอดฮิต คือโรคมะเร็ง ซึ่งนอกจากท่านจะให้ผู้ป่วยอธิษฐานใช้น้ำมนต์พระพุทธเจ้ารักษาโรคาพยาธิแล้ว บางรายท่านยังแนะให้ใช้ยาสมุนไพรควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะการบำเพ็ญสมาธิภาวนาให้จิตสงบจะช่วยผู้ป่วยได้มากราย

แนวทางการรักษาโรคทางกายของหลวงปู่ฟักข้างต้น จึงเสมือนเป็นแพทย์ทางเลือกที่เกิดจากการรักษาโรคแบบองค์รวมหรือเป็นไปตามสิทธิของผู้ป่วยรายนั้นๆ หรือบางรายก็เข้ามากราบไหว้ให้หลวงปู่รักษาเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะการแพทย์แผนปัจจุบันที่ตนประสบมายังไม่สัมฤทธิผลนั่นเอง

โดยเฉพาะโรคมะเร็ง หากถามถึงเหตุในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน คือมาจากอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีหรือมลภาวะรอบกายและเกิดจากความเครียดซึ่งส่งผลให้เกิด “กรด” ภายในสภาวะร่างกายผู้ป่วย ส่วนในทางธรรมเชื่อกันว่า โรคนี้มาจาก “กรรมเก่า-กรรมใหม่” ที่เกิดจากการเบียดเบียนสัตว์ที่ผู้ป่วยเคยก่อไว้ในชาติภพที่ผ่านมาหรือชาติภพปัจจุบัน

หลวงปู่ฟัก จึงเทศน์ให้ญาติโยมฟังเป็นนิจว่า ขอให้ละเว้นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งปวงไม่ว่า ทางกาย ทางใจและทางวาจา เนื่องจากหากมนุษย์ขาดซึ่งศีลธรรมเบียดเบียนกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อต้องการเพียงทรัพย์สมบัติโดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

“เช่น การใช้สารเคมีกำจัดแมลงในพืชผักผลไม้และการใช้ยาฆ่าหญ้า เพียงเพื่อให้ได้ทรัพย์มากๆ โดยไม่คำนึงถึงโทษที่จะเกิดต่อสัตว์และมนุษย์ด้วยกันก็เท่ากับว่า เกิดการ...ฆ่า...ผิดศีลข้อแรกถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกฆ่าสัตว์ส่วนครั้งที่สองก็ฆ่าคน อาตมาจึงวิงวอนให้ญาติโยมที่เป็นเกษตรกรเลิกใช้สารเคมี เพราะนอกจากจะฆ่าสัตว์และผู้บริโภคแล้ว สารเคมียังหวนกลับมาฆ่าตนเองอีกด้วย”

กรณีตัวอย่างที่ญาติโยมนับร้อยรายได้น้อมนำเอาคำสอนของหลวงปู่ไปปฏิบัติ โดยใช้น้ำมนต์ไปใช้ในทางการเกษตรพร้อมกับการถือศีลภาวนาแล้วได้ผลดีมาก คือนางวนิดา เตียวศิริชัยกุล ผู้ประกอบการโรงสีไฟชัยธนาสินเจริญ อ.เมือง จ.หนองคาย กล่าวถึงความอัศจรรย์ของน้ำมนต์ว่า

ปกติตนรักษาศีลภาวนาอยู่แล้ว แต่บังเอิญเกิดเนื้องอกขึ้นในร่างกายและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทางอีสานก็แนะนำให้มากราบหลวงปู่ฟักที่จันทบุรี ตนมาวัดหลายครั้งโรคดังกล่าวก็ยุบหายไปอย่างน่าอัศจรรย์และทุกครั้งที่เดินทางไปกราบท่านก็จะพบเห็นชาวสวนที่จันทบุรีขอน้ำมนต์หลวงปู่ 1 ลิตรนำไปใช้ผสมน้ำ 100 ลิตร นำไปฉีดสวนกันศัตรูพืชอย่างได้ผล และบางรายให้ท่านอธิษฐานจิตด้ายสายสิญจน์นำไปล้อมสวนกันลมพายุได้ผลเช่นกัน

ตนจึงกราบนมัสการเรียนถามท่านถึงแนวทางการกำจัดมอดและหนูภายในโรงสีโดยไม่ต้องใช้สารเคมี หลวงปู่กล่าวสั้นๆ เพียงว่า ให้ลองนำน้ำมนต์ไปใช้ประพรมข้าวสารดูใช้ครั้งละ 10 วัน และให้แผ่เมตตาแก่สัตว์ที่เข้ามากัดกินข้าวเปลือกและข้าวสารทุกวันทั้งเช้าและก่อนนอน

“ปรากฏว่า ไม่นานนักมอดในข้าวสารก็หายไป หนูที่ชอบกินข้าวเปลือกก็หาย ปลวกที่กินกระสอบข้าวก็หายไปเช่นกัน นับเป็นเรื่องนาอัศจรรย์ยิ่งนัก ดิฉันจึงใช้แนวทางดังกล่าวพรมข้าวเปลือกและข้าวสารทั่วโรงสี และสังเกตว่า ยังช่วยให้สภาพคล่องทางการค้าดีขึ้นอีกด้วย” นางวนิดา กล่าวย้ำ

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือนายโชคชัย รุ่งศิริ ผู้ประกอบการโรงสี บริษัท สินเสนา จำกัด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มีโอกาสเดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่ฟัก เห็นชาวสวนนำน้ำมนต์ไปใช้ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอขอน้ำมนต์หลวงปู่นำไปผสมน้ำนำไปลองพรมดูที่โรงสี โดยเริ่มจาก 10 กระสอบระหว่างพรมก็อธิษฐานว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไปเรื่อยๆ ตามที่หลวงปู่แนะนำ

“ปรากฏว่า ประมาณ 7-10 วัน มอดหายไปกว่าครึ่ง ผมก็เริ่มเชื่อในความอัศจรรย์ที่เกิดกับตัวเอง จึงให้ลูกน้องยกไปจำหน่าย ต่อมาทราบว่าลูกน้องลืมทำตามที่สั่งไว้ เนื่องจากเวลาเลยไปอีกประมาณ 2 เดือน บังเอิญผมเดินเข้าไปยังจุดเดิมก็พบ 10 กระสอบยังวางอยู่เช่นนั้น แต่คราวนี้ผมเปิดกระสอบคุ้ยดู เหลือมอดแค่ตัวเดียวยิ่งตอกย้ำถึงความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงพรมน้ำมนต์หลวงปู่ฟักทั่วทั้งโรงสีมาตลอดตั้งแต่บัดนั้น”

ความอัศจรรย์ของน้ำมนต์ในทุกกรณี คือการเจริญสติตามแนวทางคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง

“เหนือปาฏิหาริย์”
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง