'องอาจ'ย้อน'โภคิน'ลต.เร็วก็กลียุค ย้ำต้องหาทางทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ

23 เม.ย. 57  ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงการหารือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งกับพรรคการเมือง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า ไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ชอบธรรม...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ชาวบ้านทำขนมฟอง-ลา ขายสร้างรายได้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551 11:46:47 น.
ชาวบ้านทำขนมฟอง-ลา ขายสร้างรายได้
ช่วงเทศกาลเดือนสิบของภาคใต้

แม้วิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองยังไม่ทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง แต่วิถีชีวิตของชาวพัทลุง และชาวใต้ ส่วนใหญ่ยังดำเนินไปตามปกติ ยิ่งใกล้ถึงช่วงเทศกาลเดือนสิบ หรือประเพณีชิงเปรต ที่ชาวใต้สืบทอดกันมายาวนานหลายช่วงอายุคน ที่จะมีการจัดทำบุญขึ้นตามวัดต่างๆ ในวันแรม 1 ค่ำ และแรม 14 ค่ำ หรือวันดับนั้น ตามหมู่บ้านต่างๆ เริ่มมีการเตรียมทำขนมเดือนสิบอย่างขนมฟอง ขนมลา ขนมบ้า ขนมเบซัม เพื่อออกมาจำหน่ายแล้ว โดยพบว่าในปีนี้ ราคาขนมได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น หลังจากวัตถุดิบจำพวกข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล มีราคาสูงขึ้น

นางพันวดี ภู่ขันเงิน อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง ชาวบ้านทำขนมเดือนสิบขาย ขนมลา-ฟอง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลเดือนสิบของทุกปีตนและญาติได้ใช้เวลาทำขนมขายเสริมรายได้ หลังจากที่ระยะหลังขนมดังกล่าว ตามหมู่บ้านต่างๆ ชาวบ้านมักจะไม่นิยมทำขึ้นมาเอง และซื้อเพื่อไปร่วมทำบุญที่วัด เนื่องจากไม่มีเวลาในการทำ ตนจึงได้ทำส่งจำหน่ายตามร้านค้าต่างๆ ในจังหวัด ซึ่งปีนี้วัตถุดิบที่นำมาทำมีราคาสูงขึ้น จึงต้องเพิ่มราคาจากเดิม 1 ถุง ขาย 20 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 23 บาท โดยในวันหนึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้วันละ 300-500 บาท

ซึ่งวิธีการทำขนมลา ฟอง ให้อร่อยนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน โดยการนำข้าวสารมาแช่น้ำ 3-5 ชั่วโมง แล้วนำมาบดด้วยโม่ 2 ครั้ง เพื่อให้แป้งแตกละเอียด ทิ้งน้ำให้สะเด็ดพอประมาณ ก่อนที่จะเติมน้ำตาลนิดหนึ่ง แล้วนำมาทอดในน้ำมันพืช ขึ้นรูป แล้วนำเก็บไว้ในโอ่ง เพื่อเพิ่มความกรอบของขนม และขนมฟองก็เช่นกันนำสารข้าวเหนียวมาแช่น้ำ ใส่ลงในแบบ เติมสี แล้วนึ่ง ตากลมจนแห้งแล้วนำมาทอดในน้ำมันพืชเช่นกัน

โดยในช่วงเทศกาลดังกล่าว การทำขนมลาขนมฟอง สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวอีกทางหนึ่ง แม้จะเป็นระยะเวลาในช่วงสั้นๆ ก็ตาม

สำหรับการจัดหมรับไปวัดในช่วงรับตายาย วันทำบุญเดือนสิบ หรือชิงเปรตในปัจจุบันนี้ พวกกระบุงต่างๆ ที่ทำด้วยวัสดุธรรมชาติหายากขึ้น จึงนิยมใส่กะละมัง ถัง ถาด ฯลฯ ส่วนสิ่งของที่ใช้ในการจัดหมรับ ก็ยังคงเหมือนเดิม คือ พวกพืชผัก เช่น มะพร้าว กล้วย อ้อย มัน ฟักเขียว ฟักทอง ข้าวโพด ฯลฯ นอกจากพวกอาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร ปลาเค็ม เนื้อเค็ม กะปิ เกลือ น้ำปลา ฯลฯ และพวกขนมแห้งต่างๆ ที่เก็บไว้ได้นานๆ เมื่อได้สิ่งของตามความต้องการแล้ว ก็จัดใส่ในภาชนะ โดยนิยมใส่ข้าวสารรองก้นกระบุงและตามด้วยพวกเครื่องปรุงพวกของแห้งที่ใช้ภายในครัวเรือน พวกหอม กระเทียม พริก เกลือ และอื่นๆ ที่จำเป็น ชั้นต่อมาก็จัดพวกอาหารแห้ง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม มะพร้าว ข้าวโพด พืชผักต่างๆ ที่มีในฤดูกาล และเก็บไว้ได้นานๆ นอกจากนี้ ยังบรรจุของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วย เช่น น้ำมัน ไม้ขีดไฟ เข็ม ด้าย ธูป เทียน เครื่องเชี่ยน เช่น หมาก พลู ยาเส้น

และหัวใจของหมรับ คือ ขนมห้าอย่าง อันเป็นเอกลักษณ์ที่จะขาดไม่ได้ คือ ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทน เรือ แพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้าที่ใช้สำหรับเล่นในวันสงกรานต์ ขนมดีซำ หรือ เบซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงิน เบี้ย สำหรับจับจ่ายใช้สอย ขนมกง (ไข่ปลา) เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ

แต่ผู้แก่ผู้เฒ่าบางคนท่านบอกว่า ขนมหัวใจของหมรับ 6 อย่าง คือ เพิ่มขนมลาลอยมัน เป็นสัญลักษณ์แทน ฟูก หมอน อีกอย่างหนึ่งด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า ขนมต่างๆ ที่ใช้ในการจัดหมรับนั้น จะเก็บไว้ได้นาน โดยไม่บูดง่าย เพื่อจะได้เป็นเสบียงของประสงฆ์ได้ตลอดฤดูฝน

ในสมัยโบราณ เมื่อบรรจุสิ่งของต่างๆ และขนมลงในหมรับเรียบร้อยแล้ว ก็จะวางกระทงใบตองซึ่งเย็บเป็นลักษณะกลมๆ ใส่ข้าวสุก แล้วเจียนใบตองให้กลม ปิดไว้บนกระทงใบตอง ก็จะมีกระทงเล็กๆ ใส่กับข้าวหวานคาว ที่พระภิกษุฉันได้ทันที เมื่อพระรับประเคนแล้ว จากนั้นก็เย็บกระทงเป็นกรวยแหลมคล้ายฝาชี ครอบไว้แล้วปักธูปเทียน และธงผ้าสี หรือธงกระดาษสีสวยงาม เรียกส่วนนี้ว่า “ยอดหมรับ” แต่ในปัจจุบันนี้ยอดหมรับ ได้เปลี่ยนเป็นธนบัตรไปติดแทน

เมื่อติดยอดหมรับเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำมาตกแต่งให้สวยงาม โดยสิ่งของหรือเครื่องเล่นพื้นเมือง เช่น ตุ๊กตา รูปสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย นก ไก่ ซึ่งประดิษฐ์จากไส้หญ้าปล้อง ไม้ระกำ กระดาษสีสวยงาม ซึ่งการนำเครื่องเล่นเหล่านี้มาประดับตกแต่งหมรับนั้น ผู้จัดต้องพิจารณาว่าบรรพบุรุษของตนชอบอะไรเป็นพิเศษด้วย เช่น ปลากัด ไก่ชน วัวชน หนัง ละคร ฯลฯ ก็จะทำสิ่งนั้นติดหมรับ

สำหรับการจัดหมรับนั้น อาจจะจัดเฉพาะครอบคัว หรือจัดรวมกันเป็นกลุ่ม ในหมู่ญาติมิตรหรือจัดเป็นคณะใหญ่ๆ ก็ได้แล้วแต่สะดวก

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง