ผู้แทนไทยได้รับการเลือกตั้งในองค์การระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Economic and Social Council – ECOSOC) ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ อดีตรองเลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.) ผู้สมัครจากประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (International...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

สารทเดือนสิบ งานบุญประเพณีประจำปี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2551 11:36:12 น.
สารทเดือนสิบ งานบุญประเพณีประจำปี
ที่ยิ่งใหญ่ของชาวนครศรีธรรมราช

“งานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ” เป็นงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และกำหนดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนสิบ ตามความเชื่อของพุทธศาสนาที่ว่าในปลายเดือนสิบ วิญญาณของปู่ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติ ซึ่งตกอยู่ในอบายภูมิ ที่เรียกกันว่า “เปรต” จะได้รับการปล่อยตัวให้มาพบญาติพี่น้องและลูกหลานบนเมืองมนุษย์ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ เพื่อรับส่วนบุญส่วนกุศล ก่อนจะกลับลงสู่นรกภูมิดังเดิมในวันแรม 15 ค่ำ ของเดือนเดียวกัน โดยลูกหลานและญาติมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องมีการเตรียมการต้อนรับ ด้วยการหาอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ตามประเพณีไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศล ด้วยการตั้งหฺมฺรับ (อ่านว่า หมับ) โดยจะถือเอาวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ เป็นวันจ่าย ซึ่งก็คือวันที่มีการซื้อขายของที่จำเป็นไปใช้ในการทำบุญกันมากเป็นพิเศษ และวันแรม 14 ค่ำ ก็จะเป็นวันยกหฺมฺรับ ทั้งนี้ การยกหฺมฺรับจะกระทำกันตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ ครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้ล่วงลับหรือเปรต ได้ขึ้นมาจากนรกภูมิ จะเรียกกันว่า “วันหฺมฺรับเล็ก” ในวันนี้ใครจะประกอบพิธีกรรมหรือไม่ก็ได้ แต่ในวันแรม 14 ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่มีการ “ยกหฺมฺรับ” จะมีการประกอบพิธีกรรมกันมาก ส่วนในวันแรม 15 ค่ำ จะเรียกกันว่า “วันยกหฺมฺรับใหญ่” จะสำคัญมากเนื่องจากเป็นวันที่ผู้ล่วงลับจะต้องกลับสู่นรกภูมิตามเดิม ก็จะมีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำบุญส่งผู้ล่วงลับ โดยจะกระทำกันอย่างยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกหลายอย่าง ที่เป็นที่มาของการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญเนื่องมาจากความชื่นชมยินดีในโอกาสที่ได้รับผลผลิตทางการเกษตร กล่าวคือในช่วงปลายเดือนสิบเป็นระยะที่พืชพันธุ์ต่างๆ กำลังให้ผลผลิต ดังนั้นชาวเมืองนครที่มีอาชีพเกษตรกรรม จะชื่นชมกับผลงานที่ได้ลงทุนลงแรงไป และการแสดงออกซึ่งความชื่นชมในฐานะพุทธศาสนิกชน ก็คือการจัดงานบุญเพื่อนำพืชผลของตนไปถวายพระ ทั้งในลักษณะยังไม่แปรรูปและแปรรูปเป็นอาหารแล้ว เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว หรืออีกเหตุผลก็คือเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรไปทำบุญถวายพระภิกษุ เพื่อเก็บไว้เป็นเสบียงในฤดูฝน รวมทั้งเหตุผลที่ต้องการแสดงความรื่นเริงและสนุกสนานประจำปีร่วมกัน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการปฏิบัติภารกิจ เพื่อขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป

พิธีกรรมที่สำคัญในการประกอบบุญประเพณีเดือนสิบ ได้แก่ การยกหฺมฺรับ การถวายภัตตาหาร การตั้งเปรตและการชิงเปรต และการฉลองหฺมฺรับและการบังสุกุล ทั้งนี้ในการยกหฺมฺรับ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรก จะใช้สำหรับอุทิศส่วนบุญกุศลแก่ญาติมิตร และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และอีกส่วนจะใช้ในการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติ ซึ่งในส่วนนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการประกอบพิธีกรรมจะถูกนำไป “ตั้งเปรต” ซึ่งก็คือการนำเอาหฺมฺรับดังกล่าวไปวางไว้ในที่ต่างๆ เช่น ตรงทางเข้าวัด ริมกำแพงวัดหรือตามโคนไม้ เพื่อแผ่ส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติ หรือญาติไม่ได้มาร่วมทำบุญให้ แต่ต่อมาการประกอบกิจกรรมดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป คือมีการนำหฺมฺรับดังกล่าวมาวางบนร้านที่สูงพอสมควร เรียกกันว่า “หลาเปรต” หรือ “ศาลาเปรต” เพื่อให้พระภิกษุประกอบพิธีกรรม ก่อนจะมีการ “ชิงเปรต” ซึ่งก็คือการกรูเข้าแย่งชิงขนมและหฺมฺรับที่วางบนร้านอย่างตั้งอกตั้งใจ เพื่อนำไปกินโดยเชื่อว่าใครได้กินขนมดังกล่าวจะได้กุศลแรง เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

ส่วนขั้นตอนการจัดหฺมฺรับหรือสำรับนั้น เดิมจะใช้กระบุงเตี้ยๆ ขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้แต่ภายหลังได้ใช้ภาชนะหลายอย่าง เช่น กระจาด ถาด กะละมัง ถัง หรือกระเชอที่มีอยู่นำมาใส่ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องครัว เครื่องอุปโภคบริโภค อาหารคาวหวานที่สามารถเก็บได้นาน ผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และสิ่งของสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการจัดหฺมฺรับ คือขนม 5 อย่าง ได้แก่

ขนมลา              ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทน   แพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม

ขนมพอง            ใช้เป็นสัญลักษณ์แทน     เรือ แพ สำหรับบุรพชนให้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ

ขนมกง (ไข่ปลา)   ใช้เป็นสัญลักษณ์แทน    เครื่องประดับ

ขนมดีซำ             ใช้เป็นสัญลักษณ์แทน    เงินเบี้ย สำหรับใช้สอย

และขนมบ้า               ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทน  สะบ้า สำหรับบุรพชนใช้เล่นสะบ้าในวันสงกรานต์

สำหรับในปีนี้ การจัดงานบุญประเพณีสารทเดือนสิบของชาวนครศรีธรรมราช ได้กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน-2 ตุลาคม ในสถานที่สำคัญต่างๆ ของจังหวัดรวม 2 จุด ได้แก่ การจัดงานที่บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่ประกอบด้วย การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงพื้นบ้าน การจัดกิจกรรมทางศาสนาตามประเพณี และการจัดงานที่บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ที่ประกอบด้วย การแข่งขันกลอนสด โนรา เพลงบอก มโนราห์

การแข่งขันประชันหนังตะลุงชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแสดงกิจกรรมเครือข่ายอุดมศึกษา การแข่งขันศิลปะนักเรียน การแสดงของเด็ก เยาวชน กลุ่มแม่บ้าน การแสดงและจำหน่ายสินค้าราชทัณฑ์ การกระโดดหอสูง การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล เซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง การแสดงมหกรรมดนตรีพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ การประกวดแข่งขันสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน การสืบสานภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมเมืองนคร การประกวดร้องเรือเด็กภาคใต้ และการจัดกิจกรรมตลาดย้อนยุค

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สำคัญ ที่ถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราช คือ การประกวดหฺมฺรับและขบวนแห่หฺมฺรับ เพื่อชิงรางวัลหฺมฺรับทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในปีนี้กิจกรรมดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยริ้วขบวนแห่หฺมฺรับและการประกวดหฺมฺรับ จะเริ่มต้นขบวนจากบริเวณศาลาประดู่หก สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช แล้วเคลื่อนมาตามถนนราชดำเนิน เพื่อเข้าสู่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช ก่อนจะประกอบพิธีสมโภชหฺมฺรับในช่วงค่ำของวันเดียวกัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ได้ชื่นชมความสวยงามและร่วมบันทึกภาพของหฺมฺรับ อย่างทั่วถึงและใกล้ชิด

ยุทธพงษ์ พงษ์ยี่หล้า/นครศรีธรรมราช
ADVERTISEMENT