ไม้กฤษณาราคาพุ่ง รวมกลุ่มขายเอง ปลูกเอง ทำตลาดเอง 120,000 บาท/กก.   ตลาดเศรษฐี กลุ่มมุสลิมโลก จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ต้องการเพียบ สนองตอบไม่ทัน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2551 10:37:14 น.

ไม้กฤษณาราคาพุ่ง รวมกลุ่มขายเอง ปลูกเอง ทำตลาดเอง 120,000 บาท/กก.   ตลาดเศรษฐี กลุ่มมุสลิมโลก จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ต้องการเพียบ สนองตอบไม่ทัน

นายโกศล นาวาทอง สมาชิกลุ่มเกษตรกรรักษ์ไม้กฤษณาภาคใต้ เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรรักษ์ไม้กฤษณาในภาคใต้ ได้รวมตัวกันเป็นครั้งแรกของภาคใต้ในการรวมกลุ่มสมาชิก เบื้องต้นมีสมาชิกจำนวน 40 ราย จากที่มีในขณะนี้ประมาณ 100 ราย ที่ปลูกไม้กฤษณาในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 100,000 ต้น ที่ได้เริ่มปลูกกันมาเมื่อปี 2540 โดยมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง กระบี่ นราธิวาส ยะลา และจังหวัดปัตตานี

ในการรวมกลุ่มสมาชิกฯ เพื่อรวบรวมผลผลิตมาอยู่ในศูนย์เดียวกันในการออกขาย โดยขายแต่ละคราวไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม โดยจะเชิญพ่อค้าจากต่างประเทศ มาทำการแข่งในการประมูล เพราะจะได้ราคาที่เป็นจริง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางบางกลุ่มที่รับซื้อและกดราคาไม่ตรงกับราคาของตลาดโลก โดยที่ผ่านมาพ่อค้าจะมีข้ออ้างถึงคุณภาพไม้กฤษณาว่าไม่ดีเท่าที่ควร ราคาจึงต่ำกว่าตลาดโลกประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันราคาไม้กฤษณาในตลาดโลกราคาประมาณ 120,000 บาท/กก.

นายโกศล กล่าวว่า จากราคาที่ไม่ได้ตามความเป็นจริง เกษตรกรผู้ปลูกไม้กฤษณาภาคใต้ จึงได้มีความคิดริเริ่มรวบรวมกลุ่ม แล้วมีการจัดการบริหารและทำการตลาดเอง มีฝ่ายประสานงานเป็นผู้หาพ่อค้าจากต่างประเทศมาประมูล ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกไม้กฤษณาไม่รู้ข้อเท็จจริงของตลาดโลก จะถูกกดราคามาตลอด ต่อไปจะไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้ารับซื้อไม้กฤษณารายใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ในการรวบรวมไม้กฤษณาจากกลุ่มเกษตรกร นำมาจากสมาชิกอย่างกระจัดกระจาย โดยเริ่มต้นรายละ 1 ต้นต่อครั้ง โดยไม่จำเป็นนำออกมาขายเป็นจำนวนมากและทั้งหมด โดยจะทยอยออกขายเป็นคราวๆ ให้สมดุลกับราคาและความต้องการของตลาด ในเร็วๆ นี้กลุ่มเกษตรกรรักษ์ไม้กฤษณาภาคใต้ จะรวบรวมไม้จากสมาชิก จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อให้พ่อค้ามาประมูลเป็นรุ่นแรกและล็อตแรกในภาคใต้ ที่มีไม้กฤษณาอยู่ประมาณ 100,000 ต้น น้ำหนักต้นละตั้งแต่ 10-20 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ามหาศาล

ไม้กฤษณาจะขายได้ทั้งน้ำมัน และลำต้น ไม้กฤษณาบางกิ่งที่เป็นกิ่งรูปทรงสวยงาม ราคา 200,000 บาท ซึ่งบรรดาเศรษฐีในกลุ่มประเทศมุสลิมโดยเฉพาะในประเทศตะวันออกกลางจะนิยมซื้อไว้ประดับบ้าน

ปัจจุบันไม้กฤษณาความต้องการของตลาดโลกมีมาก แต่สามารถสนองตอบได้เพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ยังต้องการอีก 97 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ตลาดโลกมีคำสั่งซื้อและสั่งจองมาจำนวนมาก และเกษตรกรปลูกไม้กฤษณาทางภาคใต้ก็มีความพร้อมจะนำออกขาย เนื่องต้นไม้กฤษณาได้ตามอายุที่ปลูกกันมาเมื่อปี 2540 ต้นไม้กฤษณาเมื่ออายุครบ 8-12 ปี จะมีความสมบูรณ์ในการให้ผลผลิตน้ำมัน และตัวไม้กฤษณาจะนำไปประกอบพิธีต่างๆ ส่วนน้ำมันจะนำไปแปรรูป เช่น น้ำหอม

ไม้กฤษณาเศรษฐีชาวอาหรับมีความต้องการมาก โดยเฉพาะกิ่งที่มีรูปทรงสวยงาม จะเอาไว้ประดับบ้านเพื่อความสง่างามของบ้าน ไม้กฤษณาตลาดโลกที่มีความต้องการมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อินเดีย จีน และญี่ปุ่น

นายโกศล ยังกล่าวอีกว่า การปลูกต้นไม้กฤษณา สามารถปลูกได้ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งในเชิงปลูกเดี่ยว และเชิงปลูกสวนผสม เช่น ปลูกผสมกับสวนยางพารา สวนปาล์ม สวนเงาะ อย่างยางพารา ปลูก 77 ต้น/ไร่ ไม้กฤษณาก็สามารถปลูกผสมได้ 77 ต้น ยางพารากรีดได้ในระยะเวลา 7 ปี ไม้กฤษณาก็นำผลผลิตออกจำหน่ายในเวลา 7 ปี ไม้กฤษณามีหลายสายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์งอกงามขึ้นตามธรรมชาติ และพันธุ์ที่เพาะปลูกขึ้นเอง ไม้กฤษณาเป็นพันธุ์ไม้สงวน แต่หากมีการปลูกขึ้นเองก็ไม่ผิดกฎหมาย โดยจะต้องนำเสนอรายละเอียด ปัจจุบันมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน รวบรวมส่งขายที่ตลาดซอยนานา กรุงเทพฯ โดยมีพ่อค้าชาวไทยกับชาวต่างชาติเป็นศูนย์รับซื้อเพื่อส่งออก และอีกตลาดนำส่งในประเทศมาเลเซีย ไม้กฤษณามีเท่าไหร่ตลาดรับซื้อทั้งหมด

การลงทุนปลูกต้นกฤษณาต้นทุนประมาณปีละ 1,000 บาท และค่าอื่นๆ รวมการลงทุนแต่ละรุ่นต้นละ 20,000 บาท จะได้ผลผลิตต้นละประมาณ 10 กก.-20 กก. ไม้กฤษณาในภาคใต้เหมาะสมที่จะปลูกได้ทุกพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่ทำนา ปัจจุบันไม้กฤษณาปลูกมากที่ภาคอีสาน

ไสว รุยันต์/พัทลุง
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง