เกาะติดสถานการณ์รัฐประหาร ๕๗
18:19 'ประยุทธ์'ปลื้มเขมรรับสมเกียรติ เปิดจุดผ่านแดน-งดจ้อพระวิหาร   31 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) พล.อ…
18:19 'บิ๊กตู่'ปลื้มเยือนเขมรรับสมเกียรติ เปิดจุดผ่านแดน-งดจ้อพระวิหาร   31 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) …
17:50 'นายกฯ'ชี้ข้าวหายต้องมีคนรับผิด แจงบัญชีปปช.มีหนี้จากกองทุน   31 ต.ค. 57 เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ …
16:28 'เรืองไกร'ขอ'บิ๊กตู่'แจงมรดก! อวยเป็นตัวอย่างนักการเมือง   31 ต.ค.57 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกิจการพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรร…
16:18 'วรชัย'อัดขบวนการปล่อยข่าวมั่ว ย้ำหน้าเก่าร่างรธน.ระวังเสียของ   31 ต.ค. 57  นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช.กล่าว…

คอลัมน์ : นิติปกครอง : อายุความคดีปกครอง

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 22 มีนาคม 2551 10:00:10 น.
อายุความคดีปกครอง

อายุความในการฟ้องคดี ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้านำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นระยะเวลาในการฟ้องคดีแล้ว ศาลย่อมไม่อาจรับคำฟ้องนั้นไว้พิจารณาได้ ความเดือดร้อนเสียหายก็จะไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข

สำหรับอายุความในการฟ้องคดีปกครอง กฎหมายกำหนดไว้ดังนี้

ถ้าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้เดือดร้อนเสียหายจะต้องยื่นฟ้องคดีภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร จะต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พ้นกำหนด 90 วัน นับจากวันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว แต่ไม่ได้รับหนังสือชี้แจง หรือได้รับแต่เป็นคำชี้แจงที่ไม่มีเหตุผล

กรณีการฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง หรือการกระทำละเมิดทางปกครองหรือความรับผิดอย่างอื่น จะต้องยื่นฟ้องคดี ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี

ต่อมา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นต้นไป กฎหมายดังกล่าวได้ขยายอายุความในการฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง จากเดิมซึ่งต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี แก้เป็น ให้ยื่นฟ้องภายใน 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาเป็นเพียงหลักการในเรื่องอายุความการฟ้องคดี ซึ่งการฟ้องคดีปกครองนั้นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีก ฉะนั้นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หากประสงค์จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลจึงควรต้องศึกษาหรือปรึกษาผู้รู้ก่อน ซึ่งสำนักงานศาลปกครองมีห้องสำหรับให้คำปรึกษาคดีแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายดังกล่าวด้วย

คดีพิพาทที่นำมาฝากวันนี้น่าสนใจครับ เพราะผู้ฟ้องคดียื่นคำฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการฟ้องคดีแล้ว ลองมาติดตามกันครับ

ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ต้องขังชาวต่างชาติซึ่งต้องโทษตามคำพิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เห็นว่ากฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ฯ ที่กำหนดให้ใช้ตรวนและโซ่ล่ามเป็นเครื่องพันธนาการที่ใช้แก่ผู้ต้องขังนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติและให้ความคุ้มครองไว้ โดยที่ผู้ที่ยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดแต่ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เพราะไม่มีหลักประกันก็อาจถูกใช้เครื่องพันธนาการดังกล่าวได้ทุกเวลา

นอกจากนี้ยังเห็นว่า มาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ ที่กำหนดให้ใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังซึ่งเป็นบุคคลที่น่าจะทำอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น บุคคลวิกลจริตหรือจิตไม่สมประกอบอันอาจเป็นภยันตรายต่อผู้อื่น หรือบุคคลที่น่าจะพยายามหลบหนีการจับกุม ก็เป็นการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายกว้าง เป็นการให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ใช้ดุลพินิจตามชอบใจ ทำให้ผู้ต้องขังต้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมาก

ผู้ฟ้องคดีถูกจำคุกและถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน ทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุดว่าผู้ฟ้องคดีได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่ากฎกระทรวงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงขอให้ศาลปกครองเพิกถอน

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2541 เป็นต้นไป เมื่อข้อเท็จจริงผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ต้องขังตามคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งถือว่าผู้ฟ้องคดีย่อมรู้หรือควรรู้ถึงการบังคับของกฎกระทรวงดังกล่าวตั้งแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ต้องขังตามคำพิพากษาอย่างช้าภายในสิ้นปี 2544 ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้ฟ้องคดีต้องยื่นฟ้องคดีภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีถูกจำคุกและถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนดังกล่าว แต่เมื่อผู้ฟ้องคดีนำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 จึงเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีแล้ว และคดีนี้ก็ไม่ใช่กรณีเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมซึ่งจะเป็นข้อยกเว้นให้ศาลสามารถรับคำฟ้องไว้พิจารณาได้แม้คดีขาดอายุความ กรณีดังกล่าวหากจะเป็นประโยชน์ก็คงเป็นเพียงประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ต้องขังอื่น ไม่อาจถือได้ว่าเป็นส่วนรวม ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา (คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.15/2551)

กรณีคดีตัวอย่างนี้ ยืนยันหลักการที่ว่า หากศาลเห็นว่าคดีจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ศาลย่อมรับคำฟ้องในคดีนั้นไว้พิจารณาได้ แม้จะฟ้องเมื่อขาดอายุความแล้ว!

นายมหาชน
mahachon2004@hotmail.com
ADVERTISEMENT