หนูดี-วนิษา เรซ เผยเคล็ดไม่ลับ กับ สมองฟิตความคิดปิ๊ง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 8 มกราคม 2551 09:30:14 น.
หนูดี-วนิษา เรซ เผยเคล็ดไม่ลับ กับ สมองฟิตความคิดปิ๊ง

1 ใน อัจฉริยะข้ามคืน  หนูดี-วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้เผยเคล็ดไม่ลับในการฟิตสมองให้สัมภาษณ์ในรายการสบาย@ไนน์ ทางโมเดิร์นไนน์ เกี่ยวกับเรื่อง ปฏิบัติการฟิตสมองประลองความปิ๊ง อย่างน่าสนใจว่า

ปฏิบัติการฟิตสมองก็คือการฝึกสมอง เพราะว่าปกติเวลาคนเราใช้สมองเป็นประจำทุกวัน แต่บางทีเราไม่รู้วิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เพราะว่าลองเปรียบเทียบกับร่างกาย การดูแลร่างกายเราก็ต้องออกกำลังกาย แต่บางทีเราต้องปรึกษาเทรนเนอร์ด้วย การฝึกสมองก็มีหลายๆ เรื่อง เช่น ฝึกเรื่องความจำ ฝึกเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ฝึกสมองในการที่จะข้ามจะมีเส้นแบ่งร่างกายระหว่างสมองซีกซ้ายกับซีกขวา ตรงส่วนที่แบ่งตรงกลางเป็นเส้นใยเราเรียกว่า สะพานเชื่อมสมอง ท่าที่ฝึกสมองและเป็นท่าที่หนูดีชอบทำในตอนเช้าที่สุด เรียกว่า ท่าหาวเพิ่มพลัง เพราะว่าปกติแล้วสมองเราใช้ออกซิเจนเยอะมาก สมองมีน้ำหนักเพียง 2% ของร่างกาย การใช้ออกซิเจนจะอยู่ที่ 20% ของร่างกาย ท่าที่ดึงออกซิเจนดีที่สุดคือท่าหาวแต่ไม่ใช่หาวปกตินะคะ เราจะมีเส้นประสาทไปเลี้ยงสมองอยู่ เราจะเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางมา 2 นิ้วทั้ง 2 ข้างมานวดตรงจุดที่กรามมาประกบกัน วิธีการก็คือ อ้าปากแล้วจะเกิดรอยบุ๋มข้างๆ หน้า หาตรงที่เป็นรอยบุ๋มเมื่อเจอให้เอา 2 นิ้วนวดไปเรื่อยๆ เราจะรู้สึกสดชื่นแล้วเราก็หาวเอาอากาศหรือออกซิเจนเข้าไป ทำแล้วจะหาวจริงๆ ค่ะ

วิธีนี้จะทำให้เราหายง่วงและสดชื่นพร้อมดึงออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ด้วย อีกท่าเป็นท่าที่หนูดีชอบมากแต่ต้องใช้อุปกรณ์นิดหนึ่ง เป็นท่าที่บังเอิญไปตรงกับหนังสือ สมองฟิตความคิดปิ๊ง พอดี เรียกว่า ท่าเขียนกลับหัว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเขียน ก เราจะเขียนแบบปกติใช่มั้ยคะ แต่ถ้าเราฝึกสมอง 2 ซีกจะต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างเขียนพร้อมๆ กัน จะเหมือนกระจกเงา เรามีสมองอยู่ 2 ซีกใช่มั้ยคะ ถ้าเราทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ทั้ง 2 ด้าน ทำให้สมอง 2 ซีกของเราแข็งแรงขึ้น เหมือนกับกีฬาบางประเภทที่ใช้ทั้ง 2 ด้าน เช่น ว่ายน้ำ เป็นการฝึกที่จะทำให้สมองซีกขวาแข็งแรงขึ้น การฝึกอายุที่ยิ่งเริ่มเด็กยิ่งดี ผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะเริ่มไม่ได้ ดีเหมือนกันที่จะเริ่มฝึกนะคะ

การฝึกสมองอีกวิธีก็คือการทำอะไรสลับข้าง เช่น เคยแปรงฟันมือขวาก็ลองมาเปลี่ยนเป็นมือซ้าย จริงๆ แล้วการฝึกสมองเป็นการใช้ประสาทสัมผัสที่เราใช้น้อยที่สุด ก็คือ ประสาทสัมผัสรับกลิ่น จมูกเรานั่นเอง แล้วกลิ่นเป็นประสาทสัมผัสที่ช่วยให้เราจำได้ดีที่สุด เพราะว่าประสาทสัมผัสรับกลิ่นเป็นประสาทสัมผัสเดียวที่ตรงเข้าสู่บันทึกความจำเลย การฝึกก็ใช้วิธีการเปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆ เช่น ดื่มชาที่มีกลิ่นอะไรก็แล้วแต่เป็นการกระตุ้นประสาทที่รับกลิ่นของเรา กิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่เปิดประสาทสัมผัสของเรามากขึ้นหรือแม้แต่เสื้อผ้าที่เราใส่ บางทีเราใส่แต่เราไม่เคยสัมผัสผิวของเขาจริงๆ

อย่างในหนังสือ สมองฟิตความคิดปิ๊ง จะแนะนำว่าให้เราลองหลับตาแล้วสัมผัสพื้นผิวนั้น อย่างเสื้อผ้าบางทีเราหยิบด้วยความเร่งรีบไม่ได้สนใจอย่างพื้นผิวสัมผัสถ้าเราหลับตา กระโปรงหนูดีผิวจะต่างกับเสื้อรักในหลวง แต่ถ้าเราไม่หลับตา บางทีเราเปิดประสาทสัมผัสตามากเกินไป ประสาทสัมผัสการรับสัมผัสก็จะน้อยลง เหมือนคนตาบอดจะฟังเสียงได้ดีกว่าเรา การฟิตสมองสามารถทำได้ในกิจวัตรประจำวันของเราที่สำคัญง่ายที่สุดด้วยค่ะ หนูดีกล่าวปิดท้าย และที่สำคัญนำเคล็ดไม่ลับไปฝึกฝนแถมอ่านหนังสือ สมองฟิตความคิดปิ๊ง ตามไปด้วยนะคะ จะช่วยให้อัจฉริยะขึ้น ลองดูสิ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง