'สุเทพ'เตือนศาลรธน.ระวังเล่ห์'ปู' ชี้หลักฐานชัด-30เม.ย.เปิดแผนสู้

23 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีมวลมหาประชาชน สวนลุมพินีว่า ได้พามวลชนออกไปพบกับพนักงาน กฟน.ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มอบเงิน ดอกไม้ และกำลังใจให้กัน ได้หารือกับผู้ใหญ่ของ กฟน. บรรยากาศเป็นกันเองมาก แทบไม่ต้องอธิบายเจตนารมณ์ของการต่อสู้เลย...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์ : นิติปกครอง : สมาชิก กบข.ลาออกได้หรือไม่?

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2550 09:31:03 น.
สมาชิก กบข.ลาออกได้หรือไม่?

หลายคนใฝ่ฝันอยากรับราชการด้วยเหตุผลว่า การรับราชการนำมาซึ่งความมั่นคงต่อชีวิต ทั้งระหว่างรับราชการและวัยเกษียณด้วยการรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญ

พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ได้ให้สิทธิข้าราชการที่มีอายุราชการนานกว่า 10 ปี หรือรับราชการก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับ คือวันที่ 27 มีนาคม 2540 ซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ระบบเดิม) มีสิทธิสมัครใจเลือกที่จะเข้าเป็นสมาชิก กบข.(ระบบใหม่) หรือไม่ก็ได้

แต่เมื่อตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิก กบข.แล้ว จะได้รับสิทธิสมัครใจให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกได้หรือไม่ ประเด็นปัญหานี้มีคำตอบอยู่ในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.10/2550 ที่นำมาฝากโดย นางสาวชวพิมพ์ ณ นคร พนักงานคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ผู้ฟ้องคดีเข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก กบข.ระบบใหม่ โดยมีฐานะเป็นสมาชิก กบข.ระบบใหม่ ในวันที่ 27 มีนาคม 2540

ต่อมาเมื่อผู้ฟ้องคดีเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2540 ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าจำนวนเงินบำนาญที่คำนวณได้ตามระบบเดิม ผู้ฟ้องคดีจึงขอลาออกจากสมาชิก กบข.ระบบใหม่เพื่อขอรับบำนาญระบบเดิม แต่คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้ถูกฟ้องคดี) ไม่อนุญาตให้ลาออก ผู้ฟ้องคดีจึงนำเรื่องมาฟ้องศาลปกครอง

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 กำหนดว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อผู้นั้นออกจากราชการ เว้นแต่เป็นการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการนั้นๆ หรือการออกจากราชการของผู้ไปปฏิบัติงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ

ดังนั้นเมื่อผู้ฟ้องคดีมีฐานะเป็นสมาชิก กบข.แล้ว สมาชิกภาพของผู้ฟ้องคดีจะสิ้นสุดลงเมื่อออกจากราชการ เช่น เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการ แม้กฎหมายจะมิได้ห้ามการลาออกจากการเป็นสมาชิกโดยตรงก็ตาม

พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 และการจัดตั้ง กบข. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการเมื่อออกจากราชการ เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์และจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่ข้าราชการที่เป็นสมาชิก รวมทั้งเป็นสถาบันเงินออมที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนเงินออมของประเทศและการส่งเสริมการลงทุน

การลาออกจากสมาชิกย่อมขัดต่อกฎหมายและขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดตั้ง กบข. อีกทั้งผู้ฟ้องคดีไม่อยู่ในสถานะที่จะลาออกจากการเป็นสมาชิกได้ เพราะขณะลาออกไม่มีสถานะเป็นสมาชิกเนื่องจากเกษียณอายุราชการแล้วประกอบกับการให้สมาชิก กบข.ลาออกได้จะกระทบต่อระบบกองทุนทั้งระบบและย่อมเกิดความเสียหายต่อการจัดการกองทุนอันเป็นผลกระทบต่อข้าราชการโดยรวม จึงถือว่าเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะมากกว่าความเดือดร้อนของผู้ฟ้องคดี

คำสั่งของคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้ถูกฟ้องคดี) ที่ปฏิเสธไม่ให้ผู้ฟ้องคดีลาออกจากการเป็นสมาชิก กบข.จึงชอบด้วยกฎหมาย

จากคำพิพากษาดังกล่าว ทำให้ได้บรรทัดฐานสำหรับสมาชิก กบข.ทุกคนว่า เมื่อเข้าเป็นสมาชิก กบข.แล้วไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ก็ตาม ผู้เป็นสมาชิก กบข.ไม่สามารถแสดงเจตนาสมัครใจลาออกได้

นายมหาชน
mahachon2004@hotmail.com
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง