ข่าวอินโฟเควสท์
23:00 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบ…
22:07 สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านเดือนก.ย.พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี   ความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านในสหรัฐในเดือนก.ย. พุ่งแตะระดับสูงสุด…
21:52 ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดบวกเล็กน้อย ขณะนักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด   ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยนักลงทุนกำลังจับตาผลการประชุมของธ…
21:37 ดอลล์อ่อนค่าเทียบยูโร หลังสหรัฐเผยดัชนี CPI ปรับตัวลดลง   เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงเมื่อเทียบเงินยูโร หลังจากที่ราคาผู้บริโภคสหรัฐลดลงเหนือความ…
20:57 รัฐบาลยูเครนอนุมัติแผนการณ์ทำข้อตกลง Association Agreement กับอียู   นายกรัฐมนตรีอาร์เซนี ยัตเซนยุคของยูเครนเปิดเผยว่า รัฐบาลยูเครนอนุมัติแผนกา…

อลังการแห่งถนนสายดอกไม้ 'องครักษ์'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2550 11:56:46 น.

ก่อนหน้านี้ขบวนคาราวานของเราแล่นผ่าน ถนนสายดอกไม้ ณ คลอง 15 จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เห็นแล้วก็น่าตื่นเต้นครับ เพราะมีความยาวถึง 8 กม. ติดต่อกันเหมาะกับขบวนรถยนต์ของเราจริงๆ ที่ไม่ต้องเดินไกล เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนนั่นเองดอกไม้หลากสีสันกำลังบานสะพรั่งสวยงามยิ่งนัก เขาจัดให้งดงามเป็นหมวดหมู่ ทั้งไม้ใบและไม้ดอก ยิ่งกว่านั้นยังมีไม้ถักอันสวยงาม ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิตก็อยู่บนถนนสายนี้ด้วย

ชาวสวนดอกไม้เหล่านี้ อยู่ในตำบลคลองใหญ่ และตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เดิมมีอาชีพหลักคือ ทำนา ปลูกดอกไม้เป็นอาชีพเสริม แต่ปรากฏว่าอาชีพเสริมกลับทำราย ได้ให้แก่ครอบครัวได้ดีกว่า แต่ละบ้านแต่ละครอบครัวก็เลยหันมาช่วยกันพัฒนาปรับเปลี่ยนท้องทุ่งให้เป็นแปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และขยับขยายพื้นที่ปลูกจนปัจจุบันพื้นที่สองฟากฝั่งถนนคลอง 15 หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ ดอกไม้ประดับนานาชนิด และสร้างอาชีพใหม่ให้กับชาวบ้านจนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรคลอง 15 ชาวองครักษ์จำนวนมหาศาล

ความยิ่งใหญ่อลังการของถนนสายดอกไม้แห่งนี้ก็คือ เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ทุกชนิด ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เลื้อย ไม้น้ำ และไม้ดอก

ไม้ยืนต้น ได้แก่ พญาสัตตบรรณ ลั่นทม หรือ ลีลาวดี จำปี จำปา ชงโค สนฉัตร ฯลฯ

ไม้พุ่ม ได้แก่ กรรณิการ์ กระดังงา กระดุมเงิน-กระดุมทอง ชวนชม ชบา กุหลาบ ช้องนาง พุดซ้อน มะลิ ราตรี สายหยุด หูปลาช่อน หางกระรอกแดง เข็ม เทียนหยด เทียนทอง ใบเงินใบทอง ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง

ไม้เลื้อย (ใช้ทำซุ้มหน้าบ้านสำหรับนั่งพักผ่อนทั้งยามเช้า-ยามเย็น เลือกได้ทั้งมีดอกและมีใบ) ได้แก่ กระดังงา กุหลาบพวง การเวก จันทร์กระจ่างฟ้า ชมนาด บานบุรี พวงทอง พวงชมพู พวงคราม พวงแก้ว พวงหยก หม้อข้าว-หม้อแกงลิง ออมเงิน ออมทอง และออมเพชร เป็นต้น

ไม้น้ำ (เป็นไม้ที่เพิ่มความเรียบง่ายของพื้นน้ำให้มีสีสันมากยิ่งขึ้นมีให้เลือกหลายชนิด) ได้แก่ กกฟลอริด้า กกอียิปต์แคระ คล้าน้ำ บัวหลากสี แพงพวยน้ำ และลานไพลิน เป็นต้น

ไม้ดอก (มนต์เสน่ห์ของสวนต้องยกให้พรรณไม้ที่มีดอก ช่วยเพิ่มสีสันให้สวนมีชีวิตชีวามากขึ้นและบางชนิดก็มีกลิ่นหอม) ได้แก่ กุหลาบ กล้วยไม้ ดาวเรือง ดาวกระจาย บัวดิน บานชื่น รักเร่ ปทุมมา และไฮแดรนเยีย เป็นต้น

ไม้ประดับ (แม้ไม่มีดอกแต่มีใบเป็นเอกลักษณ์ ทั้งใบสวยหลากสีหลากแบบ จะปลูกในกระถางหรือจะใช้ตกแต่งก็เลือกได้ตามความเหมาะสม) ได้แก่ กระเจียว กล้วยบัว กระบองเพชร ลิ้นมังกร กระดาด กวนอิม ก้ามกั้ง ก้ามกุ้ง เขียวหมื่นปี พลับพลึง พุทธรักษา รวงข้าว ฤาษีผสมด่าง ปาล์มขวด ปาล์มจีน ปาล์มน้ำมัน ปาล์มสามทาง ปาล์มหางจิ้งจอก ปาล์มแชมเปญ เสน่ห์ขุนแผน เปปเปอร์โรเมีย และโป๊ยเซียน เป็นต้น

ผมชอบชื่อต้นไม้ เวลาไปไหนนั่งรถก็จะสังเกตไปเรื่อยๆ ว่าบ้านนี้เมืองนั้นเขานิยมปลูกต้นไม้ชนิดใดกันบ้าง ผมเคยนั่งรถจากเชียงรายไปเชียงของ เห็นสองข้างทางเขาปลูกต้นพุทธรักษาก็ยังนิยมชมชอบอยู่ในใจ เพราะปลูกเป็นระยะๆ และเป็นกลุ่มๆ สีแดงก็เป็นสีแดง หรือ สีเหลือง สีชมพู ก็เป็นสีเดียวกันเต็มพรืดไปหมด ผมเห็นแล้วก็รู้สึกว่าสวยดี ในกรุงเทพฯ ของเราตามเกาะกลางถนนน่าจะปลูกกันบ้าง ผมเคยนั่งรถจากเมืองนานกิง (เมืองหลวงเก่าของจีน) ไปเซี่ยงไฮ้ ปรากฏว่าเขาก็ปลูกต้นพุทธรักษาอย่างบ้านเรานี่แหละ มองดูแล้วสวยงามเหลือเกินใจเดียวกับผู้บริหารท้องถิ่นของเราเลยทีเดียว

มาว่าถึงสวนดอกไม้คลอง 15 ต่อดีกว่าครับ ผมจอดรถลงไปคุยกับเจ้าของสวนดอกไม้รายหนึ่งเธอบอกว่า ร้านของเธอมีต้นไม้จำหน่ายหลากหลายชนิด ตั้งแต่ต่ำสุดต้นละ 1 บาท ไปจนถึงต้นละแสนกว่าบาท ต้นละบาทก็คือไม้ถุง ได้แก่ เข็ม และ เทียนทอง ส่วนต้นไม้ที่แพงที่สุดก็คือ ปาล์ม ต้นละแสนกว่าบาท และที่แพงยิ่งกว่านั้นก็คือต้น ลีลาวดี หรือ ขาวพวง ที่นี่ขาย ต้นละ 130,000 บาท เธอบอกว่าต้นไม้ที่ผลิตจากคลอง 15 จะส่งไปขายทั่วประเทศ รวมทั้งต่างประเทศด้วย แหล่งรับซื้อใหญ่ก็คือ สวนจตุจักร

ที่น่าสนใจอีกแห่งบนถนนสายนี้ก็คือ ต้นไม้ถัก เราจอดรถแวะลงที่ สวนนพมาศ ของ นายมานพ ชมภู เป็นสวนไม้ถัก แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่จดลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นภูมิปัญญาของเขาเอง ที่สามารถฝึกคนในสวนของเขาให้ถักต้นไม้บางชนิดส่งออกขายทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ แถมยังเป็นสินค้าโอท็อป หรือ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อีกด้วย ลูกค้าของเขามีทั้งในประเทศฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และยุโรปอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะฝรั่งเศสจะนิยมต้นไม้ถักเป็นแบบแจกันรูปลักษณ์แบบ หอไอเฟล

ไม้ที่นำมาถัก ได้แก่ ต้นหลิว (ไต้หวัน) ต้นไทร (ใบกลม) ต้นไผ่กวนอิม ต้นแก้ว ต้นโมก และต้นพุด เป็นต้น ผมเดินเข้าไปดูเห็นสาวๆ คนงานกำลังนั่งถักต้นไม้อยู่ ส่วนมากจะเป็นต้นหลิว และต้นไทร หญิงสาวช่างถักคนหนึ่งกล่าวถึง สรรพคุณของต้นหลิวที่นำเอามาถักว่า ต้นหลิวเป็นไม้พุ่มเตี้ยมีใบสีเขียวและออกดอกสวยงาม ระยิบระยับคล้ายดวงดาวเล็กๆ เป็นสีขาวบ้าง ม่วงบ้าง หรือชมพู ก็มี

ยิ่งกว่านั้น หลิว ยังจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง เหมาะแก่การปลูกหรือมอบเป็นของขวัญให้แก่คนที่เรารัก หรือนับถือ ความหมายของต้นหลิว คือ เทพธิดา หรือ นางฟ้า เพราะฉะนั้นการที่เรานำนางฟ้า หรือเทพธิดาเข้าบ้านนั้นถือว่า เป็นมงคลกับตัวเราและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนต้นไทรจะเป็นต้นไม้ที่เหนียวแน่นมาก เพราะเมื่อถักไปนานๆ แล้วต้น ราก หรือกิ่งของมันจะเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมด ทั้งนี้เพราะต้นไทรมียางวิเศษสามารถเชื่อมติดกันได้อย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม การถักต้นไม้จะมีรูปแบบต่างๆ ออกมา เช่น กระเช้า แจกัน แชมเปญ ถ้วย กำแพง สี่แฉก และซุ้มกลม เป็นต้น สนนราคาขึ้นอยู่กับความใหญ่เล็กของต้นไม้ อย่างหลิวต้นเล็กๆ ราคาต้นละประมาณ 150 บาท และถ้าหากเป็นต้นไทรใหญ่จะมีราคาตั้งแต่ 4,500 บาท ถึง 8,000 บาท

ในที่สุดเมื่อผมไปดูมาแล้ว ก็เกิดความรู้สึกว่า อาชีพนี้มันไม่ใช่เรื่องอาชีพของคนทำสวนดอกไม้ธรรมดาเลย แต่มันคืออาชีพศิลปหัตถกรรมอย่างหนึ่ง ที่ใช้สิ่งมีชีวิตมาจักสานแทนหวายหรือไม้ไผ่ที่ตายแล้ว

มนู จรรยงค์
ADVERTISEMENT