แคนตาลูปเมืองสกลนครสร้างรายได้แก่เกษตรกร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2550 13:54:32 น.

กลุ่มเกษตรกรตำบลพอกน้อยหันมาปลูกแตงแคนตาลูปในช่วงว่างเว้นจาการทำนา สร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้งทำเงินวันละ 1,000 กว่าบาท พร้อมย้ำปลอดสารเคมีและยาฆ่าแมลงเหมาะที่จะนำเป็นของฝากในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ที่บ้านบดมาด ตำบลพอกน้อย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร กลุ่มเกษตรกรที่ว่างเว้นจากการทำนา รวมกลุ่มเปิดร้านขายผลผลิตทางการเกษตร เช่น แตงโม ฟักทอง และแตงแคนตาลูป ซึ่งสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแตงแคนตาลูปซึ่งถือได้ว่าขึ้นชื่อมากในจังหวัดสกลนครเนื่องจากมีรสหวานและกลิ่นหอม อีกทั้งยังปลอดสารเคมีอีกทั้งในช่วงนี้เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากในช่วงเทศกาลอีกด้วย

น.ส.ภาราดา การุญ อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 17 หมู่ 1 บ้านบดมาด ตำบลพอกน้อย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแม่ค้าขายแตงแคนตาลูปเปิดเผยว่ารายได้จากการจำหน่ายในช่วงนี้ถือว่าดีมาก เนื่องจากมีกลุ่มผู้ซื้อที่นิยมรับประทานแตงแคนตาลูปอยู่มากอีกทั้งยังมีผู้ที่สัญจรไปมาตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานีแวะซื้อนำไปเป็นของฝากแก่ญาติ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ถึงวันเทศกาลสงกรานต์จึงทำให้ขายดีเป็นอย่างมาก บางวันขายได้ถึงวันละ 5-6 พันบาท โดยราคาขายในช่วงนี้อยู่ที่ 3 กิโลกรัมต่อ 100 บาท

อย่างไรก็ตาม นายประสานต์ การุญ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 5 หมู่ 11 บ้านหนองไผ่น้อยตำบลพอกน้อย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกแตงแคนตาลูปเปิดเผยว่า

การปลูกแตงแคนตาลูปนั้นถือได้ว่าสร้างรายได้ให้กับตนเป็นอย่างมากเนื่องจากใช้เวลาปลูกไม่นาน อีกทั้งต้นทุนต่ำ โดยต้นทุนต่อไร่อยู่ที่ 15,000 บาท เมื่อเก็บผลผลิตขายแล้วจะได้ไร่ละประมาณ 50,000 บาท ซึ่งมีกำไร 35,000 บาท ในส่วนของราคาขายหน้าสวนนั้นอยู่ที่ กิโลกรัมมละ 16-18 บาท และระยะเวลาในการปลูกนั้นใช้เวลาเพียง 75 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังในการประสบปัญหาโรคราน้ำค้าง ซึ่งจะทำให้ใบของต้นแคนตาลูปแห้งกรอบ และลามมาลำต้นทำให้ต้นแคนตาลูปตายได้ ส่วนระยะเวลาที่นิยมเพาะปลูกนั้นสามารถปลูกได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

นายชัยชาญ เหลาแดง 262/11 บ.บดมาด ต.พอกน้อย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร กล่าวว่า การปลูกแคนตาลูป เริ่มตั้งแต่นำเมล็ดพันธ์มาจากบริษัทใกล้เคียงในพื้นที่เป็นพันธุ์ 7 ริ้ว, ซันเลดี้, ฮานิเวิลด์ แต่ท้องตลาดในจังหวัดสกลนครต้องการพันธุ์ 7 ริ้ว เนื่องจากมีรสหวาน หอม ลูกโต เนื้อแน่น และเหมาะกับดินที่จังหวัดสกลนคร เพราะพันธุ์อื่นลูกเล็กและไม่หวาน โดยซื้อมาในราคาเมล็ดละ 2 บาทมาเพาะต้นกล้าก่อนลงปลูก โดยต้องเตรียมดินที่จะใช้เพาะต้นกล้า

ซึ่งขั้นตอนคือนำจอกแหนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาบดละเอียดผสมกับดิน เจาะรูลึก 3 ซม.หยอดเมล็ดลงในหลุมซึ่งเป็นถาดพลาสติก จากนั้นรอต้นกล้าโตซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศด้วย ถ้าหน้าร้อนและหน้าแล้ง จะใช้เวลา 13-15 วัน ส่วนหน้าฝนจะใช้เวลา 8-10 วัน ต้นกล้าถึงจะสามารถนำไปปลูกได้

ส่วนการเตรียมพื้นที่ปลูก จะต้องขุดดินให้เป็นร่องน้ำ มีความลึกประมาณ 20- 30 เซนติเมตร และกลบดินเป็นคูสูงขึ้นประมาณ 30-40 เซนติเมตร หลังจากนั้นขุดหลุมเพื่อนำต้นกล้าลง ลึก 15 ซม. กว้าง 15 เซนติเมตร และระยะห่างแต่ละหลุม เว้นไว้ประมาณ 40-60 เซนติเมตร แล้วนำปุ๋ยคอกกับปุ๋ยชีวภาพผสมกันในอัตราส่วน 70-30 นำลงหลุมไว้เพราะแคนตาลูปต้องเน้นปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยคอก

จากนั้นนำผ้ายางมาคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิและความชื้นของดินพร้อมทั้งยับยั้งการเจริญเติบโตของศัตรูพืช แล้วนำต้นกล้าที่โตแล้วมาลงปลูก

การดูแลรักษา หลังจากที่นำต้นกล้าลงปลูกทั้งแปลงแล้ว ต้องหมั่นรดน้ำทุกวันหลังจากนั้น 5 วันให้เอาน้ำปุ๋ยสูตร 15 ที่แช่ไว้ ประมาณ 80-100 ซีซี มารดต่อ 1 หลุม โดยการเทลงที่โคนต้นซึ่งเจาะรูไว้ หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ ให้ตัดแต่งกิ่งโดยการนับที่โคนต้นขึ้นมาหากเกิน 10 กิ่งก่อนถึงลูกแคนตาลูปให้เด็ดก้านออกให้อยู่ประมาณกิ่ง ที่ 8-10 เพราะถ้ามากกว่านี้จะทำให้ใบแย่งอาหารก่อนถึงลูกจะทำให้แคนตาลูปไม่หวาน และลูกไม่โตจากนั้นประมาณ 15 วัน

แคนตาลูปเริ่มโตเท่าไข่จึงนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อป้องกันแมลงและทำให้ผิวแคนตาลูปสีสวย และเพิ่มปุ๋ยสูตร 15-0-21 และปุ๋ยหวาน 0-0-52 รอระยะเก็บผลผลิต ประมาณ 1 เดือนจะเก็บผลได้

ปัญหาการดูแล พบว่าช่วงหน้าแล้งที่กำลังถึงนี้มักจะมีปัญหาเพลี้ยไฟ กับไรแดง ตลอดจนราน้ำค้าง จะทำให้ลูกแคนตาลูปไม่โตและไม่หวานส่วนฤดูที่เหมาะการปลูกมากสุดคือปลายฝนในเดือนสิงหาคม ตุลาคม พฤศจิกายนจะดูแลรักษาง่าย แคนตาลูปให้ลูกโตและหวาน ควรให้เป็น 1 ต้นต่อ 1 ลูก ขายที่ไร่ในราคากิโลกรัม 16-20 บาท 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณพันกว่าต้น ขายได้ประมาณ 20,000 กว่าบาท ได้กำไร 10,000 บาท ต่อการเก็บผลผลิต 1 เดือน แต่เมื่อนำไปขายหน้าแผงจะตกประมาณกิโลกรัมละ 35-40 บาท หรือ 3 กิโลกรัม ต่อ 100 บาท

ผมเป็นแกนนำในการปลูก โดยมีการวางแผนให้กับลูกสวนที่มีกว่า 30 ราย ไม่ให้ปลูกพร้อมๆ กันเพื่อควบคุมไม่ให้แตงล้นตลาด จะกำหนดให้แต่ละคนปลูกเป็นช่วงๆ ห่างกันรายละ 3-5 วัน  เพื่อให้สามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี และจะสามารถควบคุมราคาได้

นายเฉียว ทุมรี รองนายก อบต.พอกน้อย กล่าวว่า กลุ่มผู้ปลูกแคนตาลูป ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพอกน้อยโดยให้การดูและช่วยเหลือทั้งการเพาะปลูกและการตลาด

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดรายได้ ใครที่ผ่านไปมาบนนถนนสายสกลนคร -อุดรธานี สามารถแวะซื้อแคนตาลูปของเกษตรกรบ้านบดมาดได้ทุกเวลาเนื่องจากเหมาะสำหรับเป็นของฝากแก่ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง

วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง