ขอเปลี่ยนชื่อสนาม 333 ปีเป็นสนามกีฬา 80 พรรษามหาราชัน

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550 12:52:29 น.

กกท. ขอพระราชทานชื่อ สนามกีฬา 80 พรรษามหาราชัน แทนชื่อ สนามกีฬาเมืองหลัก 333 ปี ที่ จ.นครราชสีมา สังเวียนชิงชัยศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 24 เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวไทย เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างดำเนินไปเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ บิ๊กหนุ่ม กนกพันธุ์ จุลเกษม เปิดใจเลือก พีระ ฟองดาวิรัตน์ นั่งรองผู้ว่าการ กกท. คนที่ 4 ประทับใจการแสดงวิสัยทัศน์ โล่งใจไม่มีเสียงคัดค้าน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฝ่ายอำนวยการในคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 6-15 ธ.ค.นี้ สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายบริหาร แจ้งที่ประชุมถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสนามกีฬาเมืองหลัก 333 ปี จ.นครราชสีมา ว่า หากไม่นับรวมเรื่องการติดตั้งครุภัณฑ์ต่างๆ ภายในสนามกีฬา การก่อสร้างสนามมีความคืบหน้าไปกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนการตั้งชื่อสนามนั้นยังไม่มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ และ กกท. ได้ทำหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานชื่อสนามจากเดิม สนามกีฬาเมืองหลัก 333 ปี จังหวัดนครราชสีมา เป็น สนามกีฬา 80 พรรษามหาราชัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวไทยในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค.50 และเห็นสมควรนำเรื่องดังกล่าวรายงานในการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ในวันที่ 12 ก.พ.50 ที่จะเดินทางไปประชุมกันที่ จ.นครราชสีมา

สำหรับคณะกรรมการฝ่ายอำนวยการฯ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการสาขาจัดทำรายงานการแข่งขัน, คณะกรรมการสาขาทะเบียนและบัตรประจำตัว และคณะกรรมการสาขาพัฒนาเมืองและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 64,699,971 บาท นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แจ้งว่า จ.นครราชสีมา ได้เสนอของบท้องถิ่นอีก 250 ล้านบาท แบ่งเป็นการปรับปรุงเมือง 100 ล้านบาท, ซ่อมแซมปรับปรุงสนาม 100 ล้านบาท, การบริหารงานอื่นๆ 50 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ นายกนกพันธุ์ ยังเปิดเผยหลังตัดสินใจเลือกนายพีระ ฟองดาวิรัตน์ ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาอาชีพขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ คนที่ 4 ที่จะเข้ามาดูแลงานกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์ ว่า หลังจากที่ตนเลือกนายพีระ เป็นผู้เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวหลังผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนนำเสนอต่อ ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเท่าที่ได้พูดคุยกับ ผอ.ฝ่ายอีก 8 คนในการประชุมภายในของ กกท.เอง ก็ไม่มีปฏิกิริยาคัดค้าน หรือต่อต้าน ตามที่หลายฝ่ายกังวล และคงไม่จำเป็นต้องเรียกทั้ง 8 คนมาพูดคุยทำความเข้าใจตามที่ตนเคยพูดเอาไว้เพราะทุกคนน่าจะเข้าใจดี

ในส่วนของงานซึ่งต้องการให้นายพีระ เข้ามาช่วยโดยด่วนน่าจะเป็นงานกีฬาอาชีพที่ 4 ปีข้างหน้าต้องเป็นจริงให้ได้ ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ไม่หนักใจเพราะตนลงไปดูแลเกือบหมดแล้ว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง