วธ.เตรียมรื้อใส่เสื้อพระราชทาน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 13 มกราคม 2550 10:08:26 น.

คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการรณรงค์คนไทยแต่งกายเสื้อพระราชทาน ว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้ความเห็นว่าควรจะรื้อฟื้นเสื้อพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานให้กับข้าราชการและรัฐบาลไว้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ใช้สวมใส่ในเวลาราชการ ทั้งนี้ พระองค์ทรงออกแบบเสื้อมีทั้งแขนสั้นและแขนยาวสำหรับผู้ชายที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทยให้คนไทยใส่ออกงานได้ทั้งเช้าและเย็น แต่มาระยะหลังไม่ได้สวมใส่กัน ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด กระทั่งได้สังเกตเห็น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี สวมใส่เสื้อพระราชทานในวันประชุมคณะรัฐมนตรีนัดที่ผ่านมา และทราบว่าที่ใส่เป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงนำแบบเสื้อพระราชทานมาแจกจ่ายให้คณะรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยกันนำร่องใส่เสื้อพระราชทาน ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมคงขอความร่วมมือข้าราชการผู้ชายสวมใส่เช่นกัน

รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า การสวมใส่เสื้อพระราชทานคงไม่ได้เน้นว่าใส่สีอะไร แต่ถ้าเป็นสีเหลืองได้ก็เป็นการดี เพราะเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงคิดว่าเราชาวไทยแสดงออกพร้อมใจกันใส่เสื้อพระราชทาน ทั้งนี้ จะประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์เผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบอีกด้วย สำหรับผู้หญิงนั้นสามารถแสดงออกจากการแต่งกายชุดไทยได้ เสื้อผ้าไหม นุ่งผ้าซิ่น ซึ่งตนก็จะนุ่งผ้าซิ่นไปวันที่มีประชุมคณะรัฐมนตรี เป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของชาติ ในส่วนข้าราชการกระทรวงได้หารือกับปลัดกระทรวงว่าควรจะสวมใส่ทุกวันอังคาร คิดว่าน่าจะเริ่มได้ต้นเดือนกุมภาพันธ์

ด้าน นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวว่า เสื้อชุดพระราชทานดังกล่าว เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2522 ในสมัย พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้ใส่ครั้งแรกในโอกาสที่ พล.อ.เปรมเป็นประธานเปิดงานฉลองครบ 60 ปี ของวงเวียน 22 กรกฎาคม และยังได้สวมชุดดังกล่าวเข้าไปในสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมปีเดียวกันอีก ทำให้บรรดา ส.ส.ตื่นเต้นประหลาดใจไปตามๆ กัน จากนั้นมาหนังสือพิมพ์ก็ได้ลงข่าวเรื่องเสื้อแบบใหม่กันเกรียวกราว และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไปในที่สุด

สำหรับแบบเสื้อพระราชทานจะมีลักษณะเด่นคือ เป็นเสื้อคอตั้ง มีสาบผ่าอก กระดุม 5 เม็ด ส่วนใหญ่ใช้ผ้าไทยตัดเย็บ มีด้วยกัน 3 แบบคือ แบบแขนสั้นใช้ในโอกาสธรรมดาทั่วไป หรือในการปฏิบัติงานหรือในโอกาสพิธีการกลางวัน มักใช้ผ้าสีอ่อน และในโอกาสพิธีการกลางคืน อาจใช้ผ้าสีเข้มได้ แบบแขนยาว ไม่คาดผ้า มักใช้สีเรียบจางหรือมีลวดลายสุภาพใช้ในพิธีการกลางวัน หรืออาจใช้สีเข้มในโอกาสพิธีการกลางคืน แบบแขนยาวคาดเอว คาดผ้า มักใช้ในโอกาสพิธีการสำคัญ ถือเป็นแบบเต็มยศ

นางปริศนา กล่าวด้วยว่า การรื้อฟื้นให้แต่งกายด้วยเสื้อพระราชทานดังกล่าว นอกจากจะเหมาะกับภูมิอากาศในประเทศไทยแล้ว ลักษณะของแบบเสื้อยังมีความร่วมสมัย ใช้ได้ในทุกโอกาส ทำให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกภาพ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน ผ้าไทย โดยเฉพาะ ผ้าท้องถิ่น เช่น ผ้าขิด ผ้ากาบบัว ผ้าหางกระรอก ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย เพราะแต่ละท้องถิ่นสามารถนำผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนมาตัดเป็นชุดพระราชทานให้สวยงาม น่าใช้ได้ ข้อสำคัญยังเป็นเสื้อที่นำต้นแบบมาจากฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น่าที่เราจะได้ร่วมใจกันใส่เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา นี้ด้วย

ชุดไทยที่เป็นชุดประจำชาติสำหรับผู้หญิงนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้ทรงพระราชทานไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ที่เรียกกันว่า ชุดไทยพระราชนิยม มีด้วยกัน 8 แบบคือ ชุดไทยเรือนต้น ไทยจิตรลดา ไทยอมรินทร์ ไทยบรมพิมาน ไทยจักรี ไทยดุสิต ไทยจักรพรรดิ และไทยศิวาลัย ส่วนชุดลำลองของสตรีโดยมากจะเป็นไปตามสมัยนิยม อย่างไรก็ดี ทาง สวช.ก็กำลังรวบรวมและศึกษาวิจัยการแต่งกายในแต่ละภูมิภาคอยู่ และเตรียมจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาปรึกษาหารือในเรื่องดังกล่าวต่อไป เลขาธิการ กวช.กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง