บันทึกหน้าแรกของ อปท.แพร่ รับถ่ายโอนโรงเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 25 กันยายน 2549 09:30:30 น.

บรรยากาศการถ่ายโอนและการรับมอบสถานศึกษาของจังหวัดแพร่ คือโรงเรียนบ้านไผ่ย้อย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2549 นายมานพ ดีมี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 และเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการ ในการถ่ายโอน ร.ร.บ้านไผ่ย้อย กล่าวว่า การถ่ายโอนครั้งนี้ ถือว่าเป็นโรงเรียนแรกที่ดำเนินการตามนโยบาย และวัตถุประสงค์และตามกระบวนการในการถ่ายโอน ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการถ่ายโอน ได้ดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้จึงเป็นมติใหม่ของการศึกษาในจังหวัดแพร่ ที่การจัดการศึกษานั้นจะมีผู้ที่มามีส่วนร่วม ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นหน่วยงานหนึ่ง พร้อมกันนั้นเมื่อก่อนนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ช่วยเหลือและสนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการ มาโดยตลอด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ก็จะมาดูแลรับผิดชอบโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงแรกของจังหวัดแพร่

อีกไม่นานก็จะมีอีกโรงหนึ่งที่จะมีการดำเนินการเช่นเดียวกับวันนี้ ตนในนามของกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นตัวแทนเป็นผู้ลงนามมอบโรงเรียนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในวันนี้ รู้สึกดีใจที่เราได้มีหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะมาช่วย เพราะว่าการศึกษานั้นเป็นการดำเนินการที่ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมเพื่อลูกเพื่อหลานเพื่อประชาชนของประเทศไทยและของประชาชน ณ ที่นี้ ซึ่งลูกหลานนั้นจะต้องเติบใหญ่เป็นผู้ลักผู้ใหญ่ในวันหน้าที่จะมาช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมืองในโอกาสต่อไป

สำหรับภารกิจในการถ่ายโอนในวันนี้ เป็นภารกิจที่ถ่ายโอนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในด้านการศึกษา ส่วนภารกิจการถ่ายโอนทรัพย์สินนั้นจะทำการในขั้นต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการควบคู่ขนานกันไป โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 1 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่จะได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อที่จะสำรวจทรัพย์สิน ให้ตรงกันและจะทำการถ่ายโอนมอบกันอีกครั้ง อีกภารกิจคือการถ่ายโอนบุคลากรซึ่งเป็นภารกิจที่จะต้องถ่ายโอนในโอกาสต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 1 ได้มีการประชุม อกคส.เขต 1 และได้มีมติเห็นชอบให้คุณครูที่มีความประสงค์จะถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ให้ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนคุณครูที่ไม่ประสงค์ที่จะถ่ายโอนตามหลักการนั้น ทางคณะกรรมการ อกคศ.เขตพื้นที่ได้มีมติเห็นชอบให้ย้ายไปโรงเรียนตามที่ได้ขอ และได้มีการออกคำสั่งอีกชุดหนึ่งให้ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ โรงเรียนแห่งนี้ไปอีก 1 ปีการศึกษา ให้เพื่อเป็นการให้เป็นไปตามแนวทางการดำเนินการถ่ายโอนตามที่ กกถ.และกระทรวงศึกษาธิการได้ตกลงกันไว้ วันนี้คุณครูที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ส่วนหนึ่งก็จะไปสังกัดองค์การบริหารจังหวัดแพร่ และอีกส่วนหนึ่งก็จะย้ายไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1  ซึ่งในรายละเอียดนั้นขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะให้แนวปฏิบัติอีกครั้งหนึ่งว่า จะดำเนินการในรายละเอียดอย่างไร แต่ อกคส.เขตพื้นที่ได้ดำเนินการมีมติเห็นชอบไปแล้วในวันนี้

ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 1 ซึ่งดูแลใกล้ชิดอยู่ในที่นี้ ขอปวารณาตัวว่า การจัดการศึกษานั้น เราต้องร่วมมือกัน ฝ่ายการสนับสนุนฝ่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 1 ก็คงจะมามีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของคุณภาพกิจกรรมในเรื่องทั้งหลายทั้งปวง เราคงไม่ทิ้งกัน เราคงจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปในการจัดการศึกษา และมั่นใจว่าทางสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 1 และองค์การบริหารส่วนจังหวัด คงจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจัดการศึกษาต่อไป

น.พ.ชาญชัย ศิลปอวยชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของวงการศึกษาของจังหวัดแพร่เราอีกวันหนึ่ง  ที่เราได้มีการเริ่มถ่ายโอนโรงเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถือเป็นโรงเรียนแรกซึ่งทำสำเร็จในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครู ทั้งประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและทางคณะกรรมการ ทุกๆ ท่าน ตลอดจนชาวบ้านที่อยู่ในเขตโรงเรียนแห่งนี้ ตนได้เคยพูดที่นี่ครั้งหนึ่งว่า วัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เราพยายามขอรับการถ่ายโอนการศึกษา เรามีวัตถุประสงค์ของเราที่ชัดเจน อย่างแรกก็คือเราเห็นว่าการพัฒนาบ้านเมืองที่ยั่งยืน ต้องพัฒนาที่คนก่อน และเราได้พิสูจน์มานานพอสมควร

การพัฒนาด้านการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก เมื่อคิดเป็นสัดส่วนที่เรามีอยู่ในการทำงานเรื่องการพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบนอกระบบหรือตามอัธยาศัย ในทุกๆ โอกาสและไม่ใช้เฉพาะทางวิชาการทางการศึกษาเท่านั้น องค์ประกอบอื่นในเรื่องการศึกษาทั้งหลาย ไม่ว่าในเรื่องวัฒนธรรม เรื่องของกีฬา เรื่องต่างๆ เราก็ทำ ในอดีตที่ผ่านมาถือได้ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ใช้งบประมาณที่เป็นงบพัฒนา เพื่อทำงานด้านการศึกษาถือว่าเป็นสัดส่วนแทบที่จะว่ามากที่สุดในประเทศไทยด้วยซ้ำไป เราเคยใช้กว่า 40% ซึ่งเกณฑ์ในการถ่ายโอนนี้เขาให้เกินแค่ 5% ของเราใช้กว่า 40% ในอดีตที่ผ่านมา

องค์การบริหารส่วนจังหวัดบางจังหวัดใช้ไม่เกิน 1% ให้แก่การศึกษา ของเราเราทำ นำร่องมานานเมื่อเรานำร่องมาถึงจุดหนึ่ง  ความรู้สึกว่าเราน่าจะได้เป็นผู้ดำเนินการเองบ้างในบางส่วน องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ไม่มีแนวคิดหรือมีนโยบายที่จะขอโรงเรียนทั้งหมดยืนยันไม่มี  เราคำนึงถึงศักยภาพเราเหมือนกัน ความเหมาะสม ศักยภาพขององค์กร ที่สำคัญคืองบประมาณที่ต้องนำมาพัฒนาปรับปรุง หรือว่าใช้จ่ายในการที่เมื่อเรารับโอนโรงเรียนแต่ละโรง ปีนี้เราขอมาได้ 2 โรง เฉพาะโรงเรียนพัฒนาประชาอุปถัมภ์โรงเดียวนี้ เราใช้งบประมาณปีหนึ่ง ปี 2550 ที่จัดงบไว้แล้ว 11 ล้านบาทเศษ นี่ไม่นับก่อนหน้านั้น ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ทำมาในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 47 ล้านเพียงแห่งเดียว

สำหรับโรงเรียนบ้านไผ่ย้อยเอง ถึงแม้จะไม่เป็นโรงเรียนประจำเหมือนโรงเรียนพัฒนา แต่ในอดีตที่ผ่านมาเราก็ได้โรงเรียนบ้านไผ่ย้อยเป็นโรงเรียนเงินล้านในโครงการเงินล้านของเรา ซึ่งเราก็ได้ให้งบประมาณในการพัฒนาการศึกษาปีหนึ่ง 5 แสนบาท เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน แล้วก็ล่าสุดเมื่อก่อนที่จะได้ถ่ายโอนก็ได้จัดสรรงบประมาณที่จะนำมาพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนนี้ เป็นการเพิ่มเติมเฉพาะหน้าอีก 4 แสนบาท แล้วก็เมื่อวันนี้ได้รับการถ่ายโอนแล้วเรียบร้อย เราก็คงเริ่ม

ที่เข้ามาพัฒนาโรงเรียนบ้านไผ่ย้อย จริงอยู่ที่อย่างท่านประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ว่าไว้ครับ อาคารสถานที่อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

สิ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา อันนี้แน่นอน วัตถุหรืออาคารสถานที่เป็นเพียงองค์ประกอบ แต่ที่เห็นได้ง่าย โดยภายนอก ซึ่งเราก็คงพัฒนาควบคู่กันไป ปีงบประมาณ 2550 เราได้จัดสรรเพื่อโรงเรียนไผ่ย้อยแล้วและผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว 6 แสนบาท อันนี้เป็นการเพิ่มซึ่งนอกจากงบรายหัวที่ได้มาแล้ว และที่สำคัญก็คือว่าในข้อบัญญัติเพิ่มเติมปี 2549 ซึ่งผ่านสภาไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เราได้จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโรงเรียนไผ่ย้อยในเรื่องอาคารสถานที่ ปรับปรุงอาคารเรียนใหม่ทั้งหมด ปรับปรุงรั้วและบริเวณของโรงเรียน และฝายด้วยเป็นเงิน 1,700,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท) ซึ่งขณะนี้ก็ผ่านสภาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะไม่เงินเดือนหน้าก็คงได้เข้ามาดำเนินการ

นอกจากนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา วันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งโรงเรียนบ้านไผ่ย้อยซึ่งมีระดับอนุบาลด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ในเรื่องของเด็กและเยาวชน มาพูดให้ผู้สนใจฟัง ในการเลี้ยงดู และการพัฒนาเด็กและเยาวชนอายุ 0-6 ขวบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในระดับอนุบาลและเด็กเล็กด้วย ในสิ่งที่จะพูดถึงในการเลี้ยงดูแล้วคือ การพัฒนาการของเด็ก ซึ่งในส่วนของการพัฒนาเด็ก มีการพูดถึงห้องสมุดและหนังสือ ห้องสมุดของเล่นและหนังสือเกี่ยวกับเด็กสำหรับเด็กอนุบาล ซึ่งเรามีโครงการที่จะทำห้องสมุดของเล่นและหนังสือเด็กที่โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนนำร่อง ก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่เราเข้ามาดูแลอยู่ก็จะใช้งบประมาณพอสมควร

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง