มติปลดดาวพลูโต ศธ.รื้อตำราเรียน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2549 09:51:39 น.

สหภาพดาราศาสตร์สากล หรือไอเอยู มีมติปลดดาวพลูโตออกจากระบบสุริยะจักรวาล สาเหตุเป็นดาวที่มีขนาดเล็กเกินไป ด้านคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เตรียมปรับหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องดวงดาวในท้องฟ้าใหม่ เป็นเอกสารเสริมความรู้ต่อไป ขณะที่ อรรถวิโรจน์ โหรชื่อดัง ระบุปลดดาวพลูโตไม่กระทบโหราศาสตร์ไทย

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา สหภาพดาราศาสตร์สากล หรือ ไอเอยู ได้ประกาศมติให้ปลดดาวพลูโตออกจากการเป็นสถานะที่เป็นหนึ่งในดาวนพเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะจักรวาล ต่อที่ประชุมนักดาราศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2,500 คน ที่กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก หลังจากที่มีการถกเถียงอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนลงมติด้วยการยกมือประกาศว่า ดาวเคราะห์ที่เป็นดาวบริวารในระบบสุริยะมี 8 ดวง ด้วยกัน ได้แก่ ดาวพุธ โลก ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ส่วนดาวพลูโต ถูกจัดใหม่ให้เป็น ดาวเคราะห์แคระ ไอเอยู ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระว่า ดาวเคราะห์ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะมีแรงดึงดูดก้อนหินและวัตถุต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในวงโคจรของมัน

สถานะของดาวพลูโตเป็นที่ถกเถียงกันมาหลายปี นักดาราศาสตร์ที่เห็นว่าไม่ควรจัดให้ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ยกเหตุผลว่า ดาวพลูโตมีขนาดเล็กมาก และมีการโคจรที่ผิดแปลกจากดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างมาก เรื่องนี้ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อมีการค้นพบเทหวัตถุอยู่ไกลจากดาวพลูโตชื่อ 2003 ยูบี 313 หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ซีนา มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต และเข้าข่ายเป็นดาวเคราะห์ นอกจากนี้ การใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงและการสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ชี้ว่าดาวพลูโตอาจเป็นเพียงกลุ่มเทหวัตถุที่อยู่กระจัดกระจายเท่านั้น

สำหรับดาวพลูโตถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2473 โดยไคลด์ ทอมบาจ นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ขณะอายุเพียง 24 ปี เสียชีวิตไปเมื่อเดือนมกราคม 2540 การประกาศพบดาวพลูโตขยายขอบเขตของระบบสุริยะที่เดิมเชื่อกันมานานถึง 84 ปี ว่ามีดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ดวงไกลที่สุดของระบบ ชื่อพลูโตตั้งตามชื่อเทพเจ้าใต้บาดาลในนิยายปรัมปรา ดาวพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะห่างประมาณ 5,906,380,000 กิโลเมตร ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นานเท่ากับ 247.9 ปี ของโลก มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 3 ดวง ได้แก่ ชารอน นิกซ์ และไฮดร้า

ทางด้าน นางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงการที่สหภาพดาราศาสตร์สากลมีมติปลดดาวพลูโตจากสถานะดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ว่า หลักสูตรที่บรรจุอยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นข้อเท็จจริงที่มีการพิสูจน์มาแล้ว เพื่อเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต มติดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งประเทศไทยจะต้องมีคณะทำงานนักวิชาการด้านนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกรอบ โดยเฉพาะหลักสูตรตามสาระการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ จะมีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบหารือถ้าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน เพราะถือเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นพบใหม่และเป็นข้อยุติแล้ว ต้องมีคณะทำงานด้านหลักสูตรมาดูแลและปรับต่อไป ซึ่งการปรับเนื้อหาทำไม่ยาก เพราะหลักสูตรฉบับนี้ดูแลด้วยมาตรฐานการเรียนรู้ ดังนั้น เนื้อหาที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจึงไม่มีปัญหาและทำเป็นเอกสารเสริมความรู้เพิ่มเติม แต่ต้องผ่านคณะทำงานอย่างรอบคอบ วิเคราะห์ว่าจำเป็นหรือไม่ต้องบรรจุไว้ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียงบรรจุเป็นข้อเท็จจริงเบื้องต้น ยังไม่ได้เรียนลึกเป็นนักดาราศาสตร์

ส่วน นายวรเชษฐ์ บุญปลอด กรรมการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสถานะของดาวพลูโตเป็นการตัดสินใจในระดับสากล ดังนั้นประเทศต่างๆ คงต้องเปลี่ยนตามให้เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งเรื่องของตำรานั้นเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดด้านดาราศาสตร์จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตลอดเวลา แต่หลักสูตรไม่ค่อยทันเหตุการณ์ สำหรับนักดาราศาสตร์พร้อมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์เต็มที่

ต่อมา นายอรรถวิโรจน์ ศรีตุลา นายกสมาคมโหราศาสตร์ กล่าวถึงการที่สหภาพดาราศาสตร์สากล มีมติปลดดาวพลูโต จากสถานะดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์ว่า ไม่มีผลกระทบกับทางด้านโหราศาตร์ไทย เพราะว่าดาวพลูโตแทบจะไม่มีผล เนื่องจากอยู่ไกลโลกมาก นอกจากนี้ การดูดวงของไทยจะใช้ดวงกับตัวเลขไม่ค่อยใช้ดาวเท่าไรนัก ดังนั้น ด้านโหราศาสตร์ไม่จำเป็นต้องปรับหรือเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะปกติดาวพลูโตไม่ค่อยได้ใช้ หากต้องใช้ก็มีตัวเลขแทนได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ดาวพลูโต ดาวเนปจูน หากจะมีการใช้ในการดูดวงแบบยูเรเนียน ดาวพลูโตจะมีดาวพระเสาร์แทน ส่วนดาวเนปจูนจะมีดาวพระศุกร์แทน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง