'กำนัน'โวคนกรุงแห่ต้อนรับนับแสน ลั่นเดินหน้าเรียกแขกไล่ระบอบชั่ว

20 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.45 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีสวนลุมพินี กล่าวถึงการเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชน ถ.ตก ถ.เจริญกรุง และ ถ.จันทร์ ให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย อันเป็นรอบตัดเชือกเผด็จศึกแล้ว ซึ่งทุกคนที่ออกมาวันนี้ ประมาณการณ์นับแสนคน และแสดงเจตนารมณ์รับปากว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2552 10:44:45 น.
โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน
ซีพีเอฟ เสริมโภชนาการ เยาวชนไทย

โรงเรียนเปรียบเหมือนผู้มอบโอกาสทางการศึกษาในเชิงวิชาการให้แก่นักเรียน ขณะที่โครงการเลี้ยงไก่ไข่เป็นผู้มอบอีกโอกาสนั่นคือ การมีภาวะโภชนาการที่ดีและเหมาะสมกับวัย จากการได้ทานไข่ไก่ที่มีคุณค่าทางอาหาร โดยให้พวกเขาได้ลงมือเลี้ยงไก่ไข่ด้วยตนเอง ที่สุดความรู้ที่ได้รับจะติดตัวพวกเขาและอาจจะกลายเป็นอาชีพในอนาคต

สมโชค มีเสียง ครูผู้รับผิดชอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เนื่องจากนักเรียนในโรงเรียนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กด้อยโอกาส บ้างก็เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งพวกเขาต่างมีปัญหาและอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งสิ้น เราจึงเห็นเด็กที่ประสบภาวะทุพโภชนาการอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตั้งแต่ก่อนเข้ามาอยู่กับเรา ทางโรงเรียนแก้ปัญหาโดยให้พวกเขาได้ทานไข่ไก่ทุกวัน ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ จะได้ทานเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ฟองต่อคน พบว่าสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรที่โรงเรียนจัดขึ้น รวมทั้งโครงการเลี้ยงไก่ไข่ที่บริษัทซีพีเอฟเข้ามาสนับสนุน จะช่วยหล่อหลอมพวกเขาให้มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรว่า ไม่ได้เป็นอาชีพที่ต่ำต้อยหากแต่มีคุณค่าและสามารถใช้เลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง ถ้ามีวิชาการและการจัดการที่ดี

โรงเรียนได้เลี้ยงไก่ไข่มาแล้ว 2 รุ่น โดยเลี้ยงรุ่นละ 300 ตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่มากกว่า 200 ฟองต่อวัน จากนั้นนำไปประกอบเป็นอาหารกลางวัน ตามโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และเมื่อทำการสุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวพบว่า มีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น โดยเมื่อวัดจากน้ำหนักต่อส่วนสูง ได้ค่าเฉลี่ยภาวะทุพโภชนาการอยู่ที่ 4-9% ซึ่งลดลงจากก่อนร่วมโครงการ ที่มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 20-25% (ปกติไม่ควรเกิน 10%)

สมิง คำสอน นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เล่าให้ฟังถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างภูมิใจว่า “ผมอยู่ในกลุ่มยุวเกษตรกร ที่เพื่อนๆ สมาชิกทุกคนมีความสนใจในด้านการเกษตร เช่น การปลูกผัก เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู เมื่อโรงเรียนเริ่มทำโครงการเลี้ยงไก่ไข่ ผมกับเพื่อนก็อาสาเข้ามาดูแลทันที นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ก็ยังภูมิใจว่าเราได้ทำหน้าที่เลี้ยงไก่สำหรับนำไข่ไปทำเป็นอาหารกลางวันให้กับทุกคนทาน แม้ว่าเราจะต้องตื่นแต่เช้าเข้าไปทำงานในเล้าไก่ก่อนจะเข้าเรียน ทั้งเก็บไข่ ให้อาหารไก่ และทำความสะอาดเล้า พอตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็ต้องเข้ามาคัดไข่ไก่ และให้อาหารไก่อีกครั้ง เต่ก็ใช้เวลาช่วงละแค่ 1 ชั่วโมง ทำให้พวกเราไม่ได้ไปเล่นอย่างเพื่อนๆ คนอื่น แต่เราก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือว่าลำบาก เพราะเราเต็มใจและอาสามาทำงานนี้ตั้งแต่แรก และดีใจที่มีโอกาสได้เรียนรู้ด้วยการได้ลงมือทำงานจริงๆ มาถึงวันนี้เราจึงมีอีกหนึ่งทำหน้าที่คือ การเป็นผู้ช่วยสอนและให้คำแนะนำกับน้องๆ ที่เรียนวิชาเลือกเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ไข่”

นับเป็นเวลากว่า 20 ปีที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ แสดงออกถึงความห่วงใยต่อเยาวชนไทยผ่าน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ด้วยน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า “เยาวชนเหล่านี้ควรจะได้บริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ โดยโรงเรียนจัดให้มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ขึ้นภายในโรงเรียน หรือสถานที่ใกล้เคียง เพื่อให้โรงเรียนมีรายได้จากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว และนำมาเป็นค่าอาหารกลางวันนักเรียนตลอดไป” มาดำเนินการตามโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2533-2551 ทั้งสิ้น 278 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 127 แห่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 142 แห่ง และหน่วยงานที่ร่วมเจตนารมณ์อีก 9 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่การช่วยให้เด็กนักเรียนกว่า 60,000 คน มีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น ในปี 2552 ซีพีเอฟจึงตั้งเป้าหมายขยายผลสำเร็จของโครงการดังกล่าวสู่อีก 115 โรงเรียนภายในสิ้นปี

“ไม่เพียงแค่การช่วยแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเยาวชนเท่านั้น แต่ความสำเร็จโครงการฯ ยังเห็นได้จากการที่โรงเรียนถึงกว่า 90% ของโครงการ สามารถจัดสรรรายได้จากการขายไข่ไก่ให้กับประชาชนในชุมชนของตนเองนำไปเป็นค่าอาหารกลางวันแก่นักเรียน และยังมีรายได้สะสมจากการเลี้ยงไก่ในแต่ละรุ่นไว้เป็นกองทุนสำหรับดำเนินการโครงการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบทอดความสำเร็จที่ยั่งยืนไปยังน้องๆ รุ่นต่อไป ซีพีเอฟภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการหยิบยื่นโอกาสให้เยาวชนได้มีสุขภาพดี ขณะเดียวกันยังได้รับความรู้และมีทักษะการเลี้ยงไก่ไข่ที่อาจจะพัฒนาไปเป็นอาชีพของพวกเขาในอนาคต” เกษม วิไลประสงค์ ผู้แทนซีพีเอฟ กล่าวถึงความสำเร็จจากความตั้งใจจริงของบริษัท

นอกจากซีพีเอฟจะมอบพันธุ์สัตว์และอาหารสัตว์สำหรับการเลี้ยงไก่ไข่รุ่นแรก แบบให้เปล่าแก่โรงเรียนต่างๆ แล้ว ยังส่งผู้ชำนาญการสัตวบาลเข้าไปทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาและดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการที่ถูกต้อง รวมทั้งการสอนให้ทำบัญชีและการบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบย้อนกลับและการเลี้ยงไก่ไข่ในรุ่นต่อๆ ไป นอกจากนี้ยังมีการติดตามผลการเลี้ยงของแต่ละโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน โดยใช้ระบบ Call Center ที่เมื่อใดมีข้อสงสัยหรือตรวจพบความผิดปกติก็สามารถแจ้งสัตวบาลเพื่อให้เข้าไปช่วยแนะนำและแก้ไขได้ในทันที เพื่อให้นักเรียนเลี้ยงไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถผลิตไข่ไก่ที่มีมาตรฐาน นำไปสู่เมนูไข่ไก่ในมื้อกลางวันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร

ความสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรมในวันนี้คือ การที่เยาวชนตามถิ่นทุรกันดารที่เคยด้อยโอกาส ได้พัฒนาตนเองกระทั่งมีประสิทธิภาพการเลี้ยงและเปอร์เซ็นต์ผลผลิตไข่ไก่ ที่มีรูปแบบการจัดการและผลผลิตที่ใกล้เคียงกับมาตรฐานของบริษัท โครงการนี้จึงไม่เพียงการช่วยพัฒนาด้านความสมบูรณ์แข็งแรงของสุขภาพร่างกายแก่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการบูรณาการสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริง จากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกษตรของพวกเขา เกิดการเรียนรู้และทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งหวังให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง