เกาะติดสถานการณ์รัฐประหาร ๕๗
06:00 โลกการค้า : 18 กันยายน 2557   **เห็นรัฐบาลคสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…
06:00 ศธ.ตีปี๊บรับลูกนายกฯ ปลุก12ค่านิยม ขยายผลฟื้นความเป็นไทย สั่งรร.ทั่วปท.ดีเดย์เทอม2   ปลุก12ค่านิยม ขยายผลฟื้นความเป็นไทย สั่งรร.ทั่วปท.ดีเดย์เท…
00:00 สั่งฟ้องเสธ.หยอยโยงชายชุดดำ53!   ไทยโพสต์ * "บิ๊กตู่" ยัวะ "กริชสุดา" ใส่ร้ายทหาร ลั่นอย่าไปเชื่อมัน โกหก ด่าแรงส์ "อีนี่ ใครจะไปทำวะ ผู้ชายด้ว…
00:00 คอลัมน์: ข่าวสั้น: 'บิ๊กตู่' ลั่นจัดหารถเมล์ NGV ต้องไม่โกง   ทำเนียบฯ * พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ…
00:00 ส่งเสริมเกษตรกรผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ คืบหน้า ตั้งเป้ามุ่งสู่ 2.5 แสนตัน   นับตั้งแต่ คสช.มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเพิ่มผลผลิต โดยลดต้น…

คอลัมน์ : มองโลกในแง่ดี : เหตุเกิดที่ สภ.หัวหิน

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2552 09:47:59 น.
เหตุเกิดที่ สภ.หัวหิน

เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2552 ร.ต.ต.เผ่าศิริ กรลักษณ์ วัย 71 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 234 ถนนมหาจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ทายาทเจ้าของที่ดินร่วมในแปลงโฉนดเลขที่ 5602, 5603, 5604 และ 5605 รวมเนื้อที่กว่า 8 ไร่

ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ธัญญะ ครุฑเผือก พงส.(สบ 3) สภ.หัวหิน เพื่อร้องทุกข์เพราะที่ดินดังกล่าวซึ่งไม่เคยมีสิ่งก่อสร้างคือบ้านพักตากอากาศและสนามเทนนิส ร.ต.ต.เผ่าศิริ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบัดนี้ที่ดินดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบ้านพักตากอากาศและสนามเทนนิสโดยผู้เข้าไปปลูกสิ่งก่อสร้าง

ที่ดินทั้ง 4 โฉนดดังกล่าวมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม 2 คนคือ นายบรรจง กรลักษณ์ และนางแผ้ว กรลักษณ์ ซึ่งบัดนี้เจ้าของโฉนดดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้ว และในส่วนของนายบรรจง กรลักษณ์ มีนายสิทธา กรลักษณ์ เป็นผู้จัดการมรดก

สำหรับในส่วนของนางแผ้ว กรลักษณ์ นั้น ผู้แจ้งคือ ร.ต.ต.เผ่าศิริ ซึ่งเป็นทายาทเป็นผู้จัดการมรดก

ร.ต.ต.เผ่าศิริ อ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ทราบว่าผู้ที่เข้าไปปลูกสิ่งก่อสร้างในที่ดินดังกล่าวคือ เจี๊ยบมดแดง เมื่อสอบถามเจี๊ยบมดแดงว่าไปปลูกสิ่งก่อสร้างในที่ดินได้อย่างไร ร.ต.ต.เผ่าศิริ กล่าวว่า เจี๊ยบมดแดง อ้างว่านายรุ่งโรจน์ เป็นผู้สั่ง

ทั้งหมดเป็นการกล่าวอ้างเท่านั้น...!!??

ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างมาสอบถามหาความจริง ทั้งนี้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย

ส่วนใครถูกหรือใครผิดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำความกระจ่างให้เกิดขึ้นแน่นอน ตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากบ้านเมืองยังมีขื่อมีแป ที่สำคัญจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งที่เป็นฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ที่ถูกกล่าวอ้างและกล่าวหา

เพราะการเข้าไปปลูกสิ่งก่อสร้างถึงขนาดมีการลงโฆษณา เพื่อให้ผู้คนมาเช่า ผู้ลงทุนไม่ได้ใช้เงินน้อยๆ แน่นอน

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ร.ต.ต.เผ่าศิริ ยังได้ไปยื่นเรื่องต่อนายกเทศมนตรีหัวหิน เพื่อให้สำนักงานเทศบาลหัวหินตรวจสอบเรื่องการเข้าไปก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว

อนึ่งทราบว่าที่ดินทั้งหมดยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของใครคนใดคนหนึ่ง เนื่องจากมีผู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ได้ทำการนำคดีขึ้นสู่ศาล

ซึ่งตามกระบวนการต่างๆ ก็ได้ผ่านศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นศาลฎีกา

เรื่องนี้เห็นที พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผบก.ตร.ประจวบคีรีขันธ์ คงต้องออกแรงลงมาปัดเป่าในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อจรรโลงความยุติธรรมให้ประดับไว้ในแผ่นดิน

เพราะทราบว่าทั้งสำเนาแจ้งความที่ สภ.หัวหิน รวมทั้งโฉนดที่ดิน สำเนาพินัยกรรมของนางแผ้ว กรลักษณ์ และสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็อยู่ในมือท่านแล้ว

ยึดความถูกต้องและเป็นธรรมนั่นแหละ
“ส้ม ธัญนันท์”
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง