นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผลประกอบการไตรมาส 3 ประจำปี 2552 มีรายได้รวมทั้งสิ้น
4,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 % มีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 159% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท เมื่อพิจารณาภาพรวม
ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าผลประกอบการของกลุ่มฯ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเมื่อเทียบกับภาวะตลาด อีกทั้งภาพรวมตลาดในไตรมาส 4 เริ่มส่อแววดีขึ้น แถมยังมีหลาย
โครงการใหญ่ที่บริษัทฯ จะเข้าร่วมประมูล จึงมั่นใจว่าผลประกอบโดยรวมของกลุ่มสามารถในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 51 อย่างชัดเจน ทั้งนี้ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น และ
บมจ.สามารถเทลคอม หนึ่งในกลุ่มบริษัทสามารถซึ่งมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้ ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.08 บาทและ 0.05 บาทตาม
ลำดับ โดยเฉพาะสายธุรกิจไอซีทีโซลูชั่นส์ ซึ่งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถพิชิตโครงการใหญ่ มูลค่ารวมแล้วกว่า 7 พันล้านบาท
โดยมีโครงการที่รอการประมูลอีกกว่า 2 พันล้านบาท คาดว่าสิ้นปี 52 น่าจะมีมูลค่าโครงการที่ปิดได้ราว 10,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าผลประกอบการในปี 2552 ของ
สายธุรกิจไอซีที ภายใต้การนำของบมจ.สามารถเทลคอม จะมีรายได้และผลกำไรสูงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายในการสร้างรายได้
ประจำและการพัฒนาศักยภาพทางด้าน ICT Technology ให้กับทีมงานสามารถ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเป็น Partner กับบริษัทผู้นำทางด้าน
Software และ Technology ในระดับสากล ล่าสุด อยู่ในระหว่างการ Apply เป็น Gold Partner ของ Cisco รวมทั้ง ยังเป็นตัวแทนขายหลักให้แก่ IBM,
Nokia Siemens, Alcatel Lucent, SAP และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจของกลุ่มสามารถในอนาคต บริษัทฯ จะพยายามทุกทางในการก้าวสู่ความเป็นผู้
นำทางด้านเทคโนโลยีของไทย ปัจจุบัน เราเป็นกูรูทางด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม รวมทั้งการเป็นผู้บุกเบิกมือถือแบรนด์ไทย และการให้บริการคอนเท้นท์เต็มรูปแบบ
