นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ว่าที่ประชุมได้มีมติเสนอ
ให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พิจารณาอนุมัติให้มีการจัดตั้งสำนักส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศภายใต้สังกัดของบีโอไอ มีบุคลากร 12 คน
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการสนับสนุนให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจาก
ประเทศไทยทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ทั้งแบบทวิภาคีและภาคีกับหลายประเทศ ซึ่งขณะนี้เอกชนไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศเริ่มประสพผลสำเร็จสร้างตลาด
ในต่างประเทศ ทั้งนี้ บีโอไอจึงจะร่วมมือกับทุกหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการส่งออก ผู้แทนการค้า กระทรวงการต่างประเทศ โดยจะเก็บข้อมูล
ประเทศคู่ค้าที่มีศักยภาพควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้ประกอบการไทยทั้งที่อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและ
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า บีโอไอได้จัดทำเอกสารรายละเอียดยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางเบื้อง
ต้นที่จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนต่อไป เพื่อจะได้ทราบว่าแนวทางที่บีโอไอจัดทำขึ้นเป็นสิ่งที่เอกชนต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ บีโอไอได้กำหนดเป้าหมายในการ
ส่งเสริมนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศภายในช่วง 5 ปี นับจากปี 2553 ถึงปี 2557 ว่า นักลงทุนไทยจะมียอดออกไปลงทุนต่างประเทศไว้ที่ 10,000 ล้าน
สำหรับการลงทุนของนักลงทุนไทยนอกจากด้านการผลิตแล้ว ยังลงทุนในด้านบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และสปา เพราะธุรกิจเหล่านี้ประเทศไทยมีศักยภาพในการลง
ทุน สำหรับประเทศเป้าหมายที่จะส่งเสริมนักลงทุนไทยออกไปลงทุน ได้แก่ ประเทศเพื่อนบ้าน จีน อินเดีย เอเชียใต้ กลุ่มประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต (ซีไอ
เอส) และแอฟริกา โดยบีโอไอจะทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศเป็นรายประเทศและรายสาขาของการลงทุนด้วย ซึ่งบีโอไอจะเสนอเรื่องการจัดตั้งสำนัก
ส่งเสริมการลงทุนในไทยในต่างประเทศให้คณะกรรมการบีโอไอให้ความเห็นชอบในวันที่ 16 พ.ย.นี้ และนำไปสัมมนากับนักลงทุนต่อไป
