หากกล่าวถึงชายแดนไทยพม่าที่มีชื่อเสียงและมีวิถีชีวิตของชาวมอญอันยาวนาน ก็คงหาคำตอบได้ไม่ยากว่า “สังขละบุรี” ดินแดนที่มีประวัติศาสตร์การเดินทัพของไทยกับพม่าใน
นามของด่านเจดีย์สามองค์ กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป ดินแดนแห่งนี้กลับถูกเปลี่ยนเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของพื้นป่าและธรรมชาติสีเขียวที่ถูกหล่อหลอมด้วย
จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อำเภอสังขละบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางประมาณ 360 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 5-6 ชั่วโมง จากตัวอำเภอเมือง
กาญจนบุรี ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงทางแยกก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิให้เลี้ยวขวาแล้วขับรถต่อไปอีก 74 กม. ถึงอำเภอสังขละบุรี การขับรถไปอำ
ภอสังขละบุรี ผู้ขับรถควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเส้นทางที่คดเคี้ยวและลาดชัน โดยเฉพาะช่วงอำเภอทองผาภูมิมุ่งหน้าสู่สังขละบุรี
ดวงอาทิตย์กลมโตสาดแสงส่องผ่านก้อนเมฆน้อยใหญ่ที่เคลื่อนตัวเรียงรายบดบังแสงจากดวงอาทิตย์อันร้อนแรงของเจ้าแห่งจักรวาล เมื่อมาถึงอำเภอสังขละบุรีผู้เขียนเริ่มด้วย
การกราบสังขารหลวงพ่ออุตตมะแห่งวัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวมอญ ภายในวัดวิวังก์วิเวการามแห่งนี้ถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของชาวมอญ
และถัดจากวัดวังก์วิเวการามไม่ไกล ต่อจากนั้นผู้เขียนมาชมความงดงามของวัดประจำหมู่บ้านของชาวมอญ พร้อมชมสถาปัตยกรรมการก่อสร้างเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็น
เจดีย์พุทธคยาหลวงแห่งนี้หลวงพ่ออุตตมะจำลองมาจากประเทศอินเดีย เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2521 ด้วยงบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคกันมา โดยใช้คนงานชาวมอญชาย
หญิงในหมูบ้านกว่า 400 คน และในปี 2525 ได้เริ่มก่อสร้างจริงเจดีย์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาว 42 เมตร สูง 59 เมตร มีเสาเหล็ก
4 ทิศจำนวน 16 ต้น โดยในปี 2532 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูก
หัวแม่มือขวา สององค์ขนาดเท่าเม็ดข้าวสารมีสีขาวอมเหลืองเป็นเงาบรรจุในผอบ 3 ชั้น ซึ่งหลวงพ่ออัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาและฉัตรทองคำหนัก 40 บาท ขึ้นสู่ยอด
พระเจดีย์ สามารถเดินชมได้โดยรอบ จะมีพระแบบมอญและไทยประจำวันเกิดตั้งอยู่รอบๆ องค์พระเจดีย์ และมีชาวมอญจะมานั่งสวดมนต์ในวันพระเป็นภาษามอญ
หลังจากกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชื่นชมสถาปัตยกรรมอันงดงาม ผู้เขียนมุ่งหน้าสู่อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสังขละบุรีแห่งนี้ ที่เหล่านักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ต้องถ่ายรูปเป็นการยืนยันว่าได้มา
ยังสังขละบุรี นั้นคือ สะพานไม้ที่ยาวและเก่าแก่ของชาวมอญ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร
สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่
สวยงาม สามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆ คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลดแสง แล้วลับขอบฟ้าลง สะพานมอญแห่งนี้ค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา แต่ภาพของวิถีชีวิตอันงดงามของพี่น้องชาวมอญ ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความ
ผูกพันสะท้อนภาพของการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยและชาวมอญบนพื้นแผ่นดินไทย แม้แสงแห่งดวงตะวันจะดับลงในวันนี้แต่เช้าแห่งวันใหม่ ดวงตะวันดวงนี้ยังคงจะมาทำ
หน้าที่เฉกเช่นเดิมในทุกๆ วัน ดังนั้นชีวิตของผู้คนที่วุ่นวายในวันนี้ ก็ยังมีแสงสว่างเฉกเช่นเช้าวันใหม่
หากสุดสัปดาห์นี้ความท้อจากปัญหาต่างๆ กำลังเข้ามาครอบครองจิตใจของคุณ ลองหยิบเป้ใบน้อยแล้วออกมาเปิดโลกกว้างกับเมืองสังขละบุรี แล้วคุณจะได้พบมุมมองอีกหลาก
